thansettakij
กกร.จ่อสอบ 10 สินบนที่เอกชนต้องจ่าย สะท้อนปัญหาคอร์รัปชันในไทย

กกร.จ่อสอบ 10 สินบนที่เอกชนต้องจ่าย สะท้อนปัญหาคอร์รัปชันในไทย

12 ก.พ. 2569 | 00:11 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ก.พ. 2569 | 01:09 น.

กกร.เตรียมเดินหน้าสอบ 10 สินบนที่เอกชนต้องจ่าย หลังพบเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เป็นธรรม สะท้อนปัญหาคอร์รัปชันในไทย

KEY

POINTS

  • กกร. และเครือข่ายเตรียมสำรวจ "10 สินบนที่ภาคเอกชนต้องจ่าย" เพื่อสะท้อนปัญหาการทุจริตที่สร้างต้นทุนและความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ
  • การเคลื่อนไหวนี้เป็นผลจากดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของไทยที่ตกต่ำสุดในรอบ 14 ปี ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • ปัญหาคอร์รัปชันถูกชี้ว่าเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยอาจทำให้ไทยสูญเสียโอกาสด้านการลงทุนและเป้าหมายการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD

จากผลการประเมินดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2568 โดย Transparency International ซึ่งประเทศไทยได้คะแนน 33/100 อยู่ในอันดับ 116 ของโลก ต่ำสุดในรอบ 14 ปี และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 42 คะแนน สะท้อนภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใสที่ถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และเครือข่าย กกร. และเพื่อนไม่ทน ระบุว่า ระยะต่อไป ประเด็นที่ กกร. และเพื่อนไม่ทน จะดำเนินการต่อจากการสำรวจการเลือกตั้ง คือ 10 สินบนที่ภาคเอกชนต้องจ่าย สินบนกลายเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เป็นธรรม

ขณะที่ความไม่โปร่งใสในหน่วยงานรัฐทำให้ภาคเอกชนต้องจ่ายใต้โต๊ะเพื่อให้ได้ใบอนุญาตอนุมัติ จนเกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ

“กกร. และเครือข่ายเพื่อนไม่ทนขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนตระหนักว่า ปัญหาคอร์รัปชันไม่ใช่เพียงประเด็นทางศีลธรรม แต่เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศหากไม่เร่งดำเนินการอย่างจริงจัง ไทยอาจสูญเสียโอกาสด้านการลงทุน ไม่สามารถเกิดการยกระดับมาตรฐานสากล และการก้าวเข้าสู่ OECD ในอนาคต”

กกร.จ่อสอบ 10 สินบนที่เอกชนต้องจ่าย สะท้อนปัญหาคอร์รัปชันในไทย

 

ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และเป้าหมายระยะยาวของประเทศไทยในการเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ซึ่งให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และหลักนิติธรรม

โดยเฉพาะประเด็นที่คะแนนลดลงในมิติที่เกี่ยวข้องกับมุมมองของภาคธุรกิจและนักลงทุน สะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อระบบการแข่งขัน ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ และกระบวนการยุติธรรม ยังเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง นี่เป็นประเด็นสำคัญที่ กกร. และเพื่อนๆ ภาคเอกชน ต้องออกมาขับเคลื่อนคณะทำงาน zero corruption อย่างจริงจัง ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

กกร. และเครือข่ายฯ เห็นว่า แม้ปัจจุบันรัฐบาลจะอยู่ในสถานะรักษาการ แต่ยังคงมีอำนาจและหน้าที่ในการกำหนดทิศทางเชิงนโยบายและสั่งการเชิงบริหารเพื่อรักษาเสถียรภาพและภาพลักษณ์ของประเทศ จึงควรเร่งดำเนินการยกระดับมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันให้สอดคล้องมาตรฐานสากล

และเสริมความเป็นอิสระ โปร่งใส และประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรม รวมถึงลดอิทธิพลที่ไม่เหมาะสมต่อกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบาย และที่สำคัญคือส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส เป็นต้น