

KEY
POINTS
หลังจากรายได้ภาษีบุหรี่ที่ลดลงหลายปีติดต่อกัน ทำให้แนวคิดการปรับโครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่จากระบบหลายอัตรา (หลายเทียร์) มาเป็นอัตราเดียวกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้งผ่านการเร่งผลักดันของกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง
ต่อกรณีดังกล่าวศ.ดร.อรรถกฤต ปัจฉิมนันท์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิชาการด้านนโยบายภาษียาสูบ ระบุว่า โครงสร้างภาษีบุหรี่แบบปัจจุบันที่แบ่งตามระดับราคา เปิดช่องให้ผู้ประกอบการปรับสูตรราคา เพื่อหลบเลี่ยงภาษีอัตราสูง ส่งผลให้รายได้ภาษีสรรพสามิตจากบุหรี่ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา แม้จำนวนผู้สูบจะไม่ได้ลดลงในสัดส่วนเดียวกัน
"รัฐบาลโดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ควรเร่งดำเนินการจัดเก็บภาษีอัตราเดียว เพื่อเพิ่มรายได้และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว"
การปรับมาใช้โครงสร้างแบบอัตราเดียวถือเป็นการทดลองเชิงนโยบาย (Policy Experiment) ที่จำเป็น หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายในอนาคตก็สามารถปรับแก้ได้
แต่ไม่ควรปล่อยให้โครงสร้างที่ใช้อยู่ฉุดรายได้รัฐจนเกิดความเสียหายต่อไปเรื่อย ๆ จากการประเมินเชิงนโยบาย พบว่า หากปรับภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียวในระดับสูงกว่าอัตราเฉลี่ยเดิมเพียงเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐหลายพันล้านบาท ผ่าน 3 กลไกหลัก ประกอบด้วย
นอกจากนี้ ความเป็นไปได้ที่จำนวนผู้สูบบุหรี่อาจลดลงยังช่วยประหยัดงบประมาณด้านสาธารณสุขในระยะยาว ถือเป็นกำไรซ้อนของภาครัฐที่จะดำเนินการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่
“ระบบภาษีอัตราเดียวไม่ใช่ยาวิเศษ แต่ดีกว่าการไม่ปรับอะไรเลย และควรทำควบคู่กับการปราบปรามบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจัง”
ศ.ดร.อรรถกฤต กล่าวอีกว่า ในช่วงรัฐบาลรักษาการของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดสูญญากาศทางนโยบายนั้น การปรับโครงสร้างภาษีถือเป็นกระบวนการจัดเก็บรายได้ปกติของรัฐ ไม่ใช่อุปสรรคทางกฎหมาย หากแต่เป็นเรื่องเร่งด่วนและมีเหตุผลรองรับ กรมสรรพสามิตสามารถเดินหน้าจัดทำข้อเสนอได้ทันที หากปล่อยให้ล่าช้า รายได้ภาษีก็จะลดลงต่อเนื่อง และเห็นว่า มาตรการภาษีบุหรี่และยาเส้นเพื่อรายได้รัฐและสุขภาพประชาชน
นอกจากแนวทางการจัดเก็บภาษีบุหรี่แบบอัตราเดียวจะช่วยลดช่องโหว่เชิงโครงสร้าง รัฐก็ควรพิจารณาปรับภาษียาเส้นที่ปัจจุบันเก็บในอัตราที่ต่ำด้วย ทั้งที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพสูง การดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐอีกทาง แต่ยังลดการบริโภคสินค้าที่เป็นอันตราย และสร้างผลดีต่อระบบสาธารณสุขในระยะยาว
“การปรับภาษีบุหรี่เป็นโครงสร้างแบบอัตราเดียว อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในช่วงที่รายได้ภาษีลดลงต่อเนื่อง และเป็นโอกาสในการแก้ปัญหาการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในตลาดบุหรี่ไทยการดำเนินการในช่วงที่การเมืองยังไม่เข้ามาแทรกแซง จะช่วยให้มาตรการภาษีมีความต่อเนื่อง และได้รับการยอมรับจากสังคม”