thansettakij
นักวิชาการแนะ ‘เอกนิติ’ เร่งภาษีบุหรี่อัตราเดียวเพิ่มรายได้รัฐ

นักวิชาการแนะ ‘เอกนิติ’ เร่งภาษีบุหรี่อัตราเดียวเพิ่มรายได้รัฐ

06 ก.พ. 2569 | 09:20 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.พ. 2569 | 09:21 น.

นักวิชาการแนะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเร่งปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียว เพิ่มรายได้ อุดช่องโหว่ตลาดเถื่อน

KEY

POINTS

  • นักวิชาการเสนอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เร่งปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่จากระบบหลายอัตราเป็นอัตราเดียว เพื่อแก้ปัญหารายได้รัฐที่ลดลงต่อเนื่อง
  • โครงสร้างภาษีปัจจุบันมีช่องโหว่ให้ผู้ประกอบการสามารถปรับลดราคาบุหรี่เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีในอัตราสูง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้ภาษีลดลง
  • การใช้ภาษีอัตราเดียวจะช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐหลายพันล้านบาท ทำให้การจัดเก็บภาษีมีประสิทธิภาพมากขึ้น และอาจช่วยลดจำนวนผู้สูบซึ่งเป็นผลดีต่อสาธารณสุข

หลังจากรายได้ภาษีบุหรี่ที่ลดลงหลายปีติดต่อกัน ทำให้แนวคิดการปรับโครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่จากระบบหลายอัตรา (หลายเทียร์) มาเป็นอัตราเดียวกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้งผ่านการเร่งผลักดันของกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง

ต่อกรณีดังกล่าวศ.ดร.อรรถกฤต ปัจฉิมนันท์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิชาการด้านนโยบายภาษียาสูบ ระบุว่า โครงสร้างภาษีบุหรี่แบบปัจจุบันที่แบ่งตามระดับราคา เปิดช่องให้ผู้ประกอบการปรับสูตรราคา เพื่อหลบเลี่ยงภาษีอัตราสูง ส่งผลให้รายได้ภาษีสรรพสามิตจากบุหรี่ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา แม้จำนวนผู้สูบจะไม่ได้ลดลงในสัดส่วนเดียวกัน

"รัฐบาลโดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ควรเร่งดำเนินการจัดเก็บภาษีอัตราเดียว เพื่อเพิ่มรายได้และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว"

การปรับมาใช้โครงสร้างแบบอัตราเดียวถือเป็นการทดลองเชิงนโยบาย (Policy Experiment) ที่จำเป็น หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายในอนาคตก็สามารถปรับแก้ได้ 

แต่ไม่ควรปล่อยให้โครงสร้างที่ใช้อยู่ฉุดรายได้รัฐจนเกิดความเสียหายต่อไปเรื่อย ๆ จากการประเมินเชิงนโยบาย พบว่า หากปรับภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียวในระดับสูงกว่าอัตราเฉลี่ยเดิมเพียงเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐหลายพันล้านบาท ผ่าน 3 กลไกหลัก ประกอบด้วย

นักวิชาการแนะ ‘เอกนิติ’ เร่งภาษีบุหรี่อัตราเดียวเพิ่มรายได้รัฐ

  • ลดแรงจูงใจในการแตกแบรนด์–แตกไลน์สินค้าราคาถูกเพื่อเลี่ยงภาษีอัตราสูง 
  • ทำให้การจัดเก็บภาษีมีประสิทธิภาพและคาดการณ์รายได้ง่ายขึ้น 
  • ราคาบุหรี่เฉลี่ยสูงขึ้น แม้จำนวนผู้สูบลดลง แต่รายได้รวมยังเพิ่ม 

นอกจากนี้ ความเป็นไปได้ที่จำนวนผู้สูบบุหรี่อาจลดลงยังช่วยประหยัดงบประมาณด้านสาธารณสุขในระยะยาว ถือเป็นกำไรซ้อนของภาครัฐที่จะดำเนินการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ 

“ระบบภาษีอัตราเดียวไม่ใช่ยาวิเศษ แต่ดีกว่าการไม่ปรับอะไรเลย และควรทำควบคู่กับการปราบปรามบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจัง”

ศ.ดร.อรรถกฤต กล่าวอีกว่า ในช่วงรัฐบาลรักษาการของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดสูญญากาศทางนโยบายนั้น การปรับโครงสร้างภาษีถือเป็นกระบวนการจัดเก็บรายได้ปกติของรัฐ ไม่ใช่อุปสรรคทางกฎหมาย หากแต่เป็นเรื่องเร่งด่วนและมีเหตุผลรองรับ กรมสรรพสามิตสามารถเดินหน้าจัดทำข้อเสนอได้ทันที หากปล่อยให้ล่าช้า รายได้ภาษีก็จะลดลงต่อเนื่อง และเห็นว่า มาตรการภาษีบุหรี่และยาเส้นเพื่อรายได้รัฐและสุขภาพประชาชน

นอกจากแนวทางการจัดเก็บภาษีบุหรี่แบบอัตราเดียวจะช่วยลดช่องโหว่เชิงโครงสร้าง รัฐก็ควรพิจารณาปรับภาษียาเส้นที่ปัจจุบันเก็บในอัตราที่ต่ำด้วย ทั้งที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพสูง การดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐอีกทาง แต่ยังลดการบริโภคสินค้าที่เป็นอันตราย และสร้างผลดีต่อระบบสาธารณสุขในระยะยาว

“การปรับภาษีบุหรี่เป็นโครงสร้างแบบอัตราเดียว อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในช่วงที่รายได้ภาษีลดลงต่อเนื่อง และเป็นโอกาสในการแก้ปัญหาการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในตลาดบุหรี่ไทยการดำเนินการในช่วงที่การเมืองยังไม่เข้ามาแทรกแซง จะช่วยให้มาตรการภาษีมีความต่อเนื่อง และได้รับการยอมรับจากสังคม”