thansettakij
โจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่ 'เศรษฐกิจซอมบี้-การศึกษาล้าหลัง' ไทยหมุนไม่ทันโลก

โจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่ 'เศรษฐกิจซอมบี้-การศึกษาล้าหลัง' ไทยหมุนไม่ทันโลก

22 ม.ค. 2569 | 07:40 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ม.ค. 2569 | 08:24 น.

เปิดวิสัยทัศน์เวทีธรรมศาสตร์ เมื่อโลกไม่รอใคร! เจาะลึกทางรอดไทยใน "ปีม้าไฟ" เมื่อกูรูเศรษฐศาสตร์เตือนภาวะเศรษฐกิจซอมบี้ ปะทะเสียงสะท้อนคนรุ่นใหม่จี้ปฏิรูปการศึกษา ก่อนเกิดวิกฤตสมองไหลถาวร

KEY

POINTS

  • เศรษฐกิจไทยเผชิญภาวะ "กึ่งซอมบี้" ที่เติบโตต่ำ และแรงงานเพียง 15% ที่พร้อมรับโลกใหม่ เสี่ยงต่อภาวะถดถอยถาวรและสมองไหล
  • ระบบการศึกษาถูกวิจารณ์ว่าล้าหลัง โดยหลักสูตรมหาวิทยาลัยไม่ทันสมัย และงบประมาณไม่ได้ถูกใช้เพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มที่
  • ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้รัฐบาลใหม่เลิกนโยบายระยะสั้น เช่น การแจกเงิน และหันมาลงทุนใน "ทุนมนุษย์" ผ่านการปฏิรูปการศึกษาและส่งเสริมทักษะใหม่
  • ไทยกำลังเผชิญวิกฤต "แก่ก่อนรวย" และภัยคุกคามจาก AI ซึ่งจำเป็นต้องปฏิรูปกฎหมายเพื่อดึงดูด Startup และสร้างความมั่งคั่งระยะยาว

ในวันที่โลกเทคโนโลยีพุ่งทะยานด้วยความเร็วที่ยากจะจินตนาการ เวทีเสวนา “ปีม้าไฟกับอนาคตคนรุ่นใหม่ (ว่าที่) รัฐบาลต้องทำอะไร ในโลกที่รอไม่รอคน” ซึ่งจัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 22 มกราคม 2569

โจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่ 'เศรษฐกิจซอมบี้-การศึกษาล้าหลัง' ไทยหมุนไม่ทันโลก

กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนภาพจริงของประเทศไทยอย่างตรงไปตรงมา เมื่อเหล่านักวิชาการ ตัวแทนภาคธุรกิจ และผู้นำนักศึกษา ต่างประสานเสียงเตือนว่า หากรัฐบาลใหม่ยังคงติดกับดักนโยบายระยะสั้น ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับสภาวะ "ถดถอยถาวร" ในโลกที่ไม่มีคำว่ารอ

เสียงสะท้อนจาก "คนรุ่นใหม่": ปากท้อง-การศึกษา และภาวะต้มกบ

นางสาวอพิชญา วิทยากุล นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) เริ่มต้นด้วยการฉายภาพความจริงที่น่าเจ็บปวดว่า งบประมาณกิจกรรมนักศึกษายังเท่าเดิมในขณะที่ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลจึงไม่ใช่แค่การ "เติมเงิน" แต่คือการทำให้เงินในกระเป๋าของประชาชนงอกเงยได้ด้วยตัวเอง

นางสาวอพิชญา วิทยากุล นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.)

เธอชี้ให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันเมินระบบราชการที่เฉื่อยชา และเลือกมองหาโอกาสในบริษัทระดับสากลที่มีสวัสดิการและความยืดหยุ่นสูงกว่า

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือสภาวะ "ต้มกบ ต้มอึ่ง" หากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ชัดเจนเรื่องสิทธิและสวัสดิการ เศรษฐกิจจะค่อยๆ ตายลง และนำไปสู่ภาวะ "สมองไหล" (Brain Drain) ที่คนเก่งเลือกไปเติบโตในต่างประเทศทิ้งให้ประเทศเผชิญกับความสิ้นหวัง

เศรษฐกิจซอมบี้ และโลกที่หมุนเร็วขึ้นหลายเท่า

ทางด้าน ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว นักเศรษฐศาสตร์จากธรรมศาสตร์ ได้ให้คำจำกัดความของวิกฤตครั้งนี้ว่าโลกกำลังเปลี่ยนเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ส่งผลให้อาชีพส่วนใหญ่มีอายุไม่เกิน 10 ปี และคนหนึ่งคนอาจต้องเปลี่ยนสายอาชีพถึง 6 ครั้งตลอดอายุการทำงาน

ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

แต่ประเด็นที่น่าตระหนกคือ แรงงานไทยมีความพร้อมรับโลกใหม่เพียง 15% เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าสิงคโปร์และเยอรมนีหลายเท่าตัว

ดร.เกียรติอนันต์ เตือนว่าไทยกำลังเข้าสู่สภาวะ "เศรษฐกิจกึ่งซอมบี้" ที่ GDP โตต่ำเกินกว่าจะเกิดการกระจายรายได้ รัฐบาลต้องเลิกใช้งบประมาณเพียงเพื่อ "บรรเทาทุกข์" แต่ต้องลงทุนใน "ทุนมนุษย์" ผ่านระบบ Micro-learning และการใช้ AI ออกแบบการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Personalized Learning) เพื่อเพิ่ม Productivity ให้กับแรงงานทั้ง 37 ล้านคน

วิกฤต "แก่ก่อนรวย" และภัยคุกคามจาก AI ระดับสูง

ศ.ดร.อาณัติ ลีมัคเดช จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. เติมเต็มภาพความเสี่ยงด้วยภาวะ "แก่ก่อนรวย" ซึ่งต่างจากประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น ทำให้ภาระการดูแลผู้สูงอายุตกหนักที่คนรุ่นใหม่ พร้อมเตือนถึงวิกฤตอาหารที่อาจทำให้ "ข้าวแกงจานละ 500 บาท" กลายเป็นเรื่องจริงในอนาคตหากแรงงานภาคเกษตรหายไป

ศ.ดร.อาณัติ ลีมัคเดช จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ.

นอกจากนี้ AI (Deep Learning) กำลังจะเข้ามาแทนที่คนทำงานระดับกลางอย่างสิ้นเชิง ศ.ดร.อาณัติ จึงจี้ให้รัฐบาลปฏิรูปกฎหมายเพื่อดึงดูด Startup และเลิกนโยบายที่ส่งเสริม "พฤติกรรมด้อย" เช่น การแจกเงินเล็กน้อยหรือการพักหนี้ซ้ำซาก แต่ควรสร้างแรงจูงใจให้เกิดการออมและความมั่งคั่งระยะยาวแทน

รื้อระบบการศึกษา "กระทรวงเกรด B"

ในมิติของการศึกษา ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ ตีแผ่ความล้มเหลวของโครงสร้างรัฐที่มองว่ากระทรวงศึกษาธิการและ อว. เป็น "กระทรวงเกรด B" ที่ไม่มีใครอยากมาทำงาน งบประมาณมหาศาลสูญเสียไปกับเงินเดือนบุคลากรมากกว่าตัวเด็ก ขณะที่หลักสูตรมหาวิทยาลัยล้าสมัยตั้งแต่ออกตัวเพราะกระบวนการพัฒนาที่ล่าช้าถึง 6-7 ปี

ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มธ.

ข้อเสนอคือต้อง "กระจายอำนาจ" ให้ท้องถิ่นจัดการศึกษาเอง และยกระดับสายอาชีวะให้มีค่าตอบแทนเทียบเท่าวิชาชีพชั้นสูง เพื่อสร้างทักษะการปรับตัว (Adaptability) ให้คนรุ่นใหม่ที่ต้องเปลี่ยนอาชีพหลายครั้งในชีวิต

ทางรอดภาคธุรกิจ: จาก "ใช้เงิน" สู่ "หาเงิน"

ปิดท้ายด้วยมุมมองจากภาคเอกชน นายเมธา ประภาวกุล ผู้อำนวยการสำนักงานการบุคคลกลาง SCG ระบุว่าโลกธุรกิจปัจจุบันไม่มีเส้นกั้นพรมแดน พนักงาน SCG กึ่งหนึ่งเป็นชาวต่างชาติไปแล้ว หัวใจสำคัญของแรงงานยุคใหม่คือการเป็น Global Citizen ที่มีทักษะการเรียนรู้ (Ability to Learn) และความเห็นอกเห็นใจ (Empathy)

นายเมธา ประภาวกุล ผู้อำนวยการสำนักงานการบุคคลกลาง SCG

นายเมธาฝากถึงรัฐบาลว่าต้องปรับ Mindset การศึกษาจากการสอนให้ "ใช้เงิน" (Spending mindset) มาเป็นการสอนให้ "หาเงินและเป็นผู้ประกอบการ" (Earning mindset) ตั้งแต่อนุบาล โดยเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและการสร้างมูลค่าเพิ่ม เหมือนโมเดลในประเทศที่พัฒนาแล้ว เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในวันที่ทรัพยากรมีจำกัด