ส่อง 10 กลุ่มอุตสาหกรรมขยาย-หดตัวปี 69 ปัจจัยหนุน-ความเสี่ยง

22 ม.ค. 2569 | 00:11 น.

ตรวจสอบ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมขยาย-หดตัวปี 69 ปัจจัยหนุน-ความเสี่ยง หลังส.อ.ท. ผลสำรวจสถานการณ์และแนวโน้ม ฐานเศรษฐกิจรวบรวมไว้ให้แล้วที่นี่

KEY

POINTS

  • ส.อ.ท. เผยผลสำรวจแนวโน้มอุตสาหกรรมปี 2569 คาดว่า 15 กลุ่มจะขยายตัว 23 กลุ่มจะทรงตัว และอีก 10 กลุ่มจะหดตัวลง
  • กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้น ได้แก่ การบิน อาหารและเครื่องดื่ม และชิ้นส่วนยานยนต์ ส่วนกลุ่มที่คาดว่าจะหดตัวคือ ปิโตรเคมี เฟอร์นิเจอร์ และยาง
  • ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการท่องเที่ยว ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญคือต้นทุนการผลิตที่สูง ปัญหาสินค้านำเข้าราคาถูก และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจสถานการณ์และแนวโน้มอุตสาหกรรมไทย ปี 2569 ซึ่งจัดทำจากการรวบรวมความคิดเห็นของประธานกลุ่มอุตสาหกรรม จำนวน 48 กลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงประธานสภาอุตสาหกรรมภาคจาก 5 ภูมิภาค ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนสะท้อนมุมมองต่อแนวโน้มภาคอุตสาหกรรมในปี 2569 เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยการสำรวจและรวบรวมข้อมูลดังกล่าว ดำเนินการในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2568 เพื่อประเมินทิศทาง แนวโน้ม และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะข้างหน้า ว่า

จากกลุ่มอุตสาหกรรมภายใต้ ส.อ.ท. ทั้งหมด 48 กลุ่ม มี 23 กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าแนวโน้มจะยังคงทรงตัว ขณะที่ 15 กลุ่มอุตสาหกรรมทคาดว่าแนวโน้มจะขยายตัวดีขึ้น และอีก 10 กลุ่มอุตสาหกรรมคาดว่าจะมีแนวโน้มหดตัวลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

จากการรวบรวมข้อมูลของ “ฐานเศรษฐกิจ” เกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่้มีแนวโน้มขยายตัว และหดตัวพบว่า ประกอบด้วย

15 กลุ่มอุตสาหกรรมขยายตัว เมื่อเทียบกับปีก่อน

  • การบินและอวกาศ
  • น้ำมันปาล์ม
  • การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์
  • ป้องกันประเทศ
  • เครื่องจักรกลเกษตร
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
  • เครื่องปรับอากาศฯ
  • ยา
  • เครื่องสำอาง
  • รองเท้า
  • ชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์
  • สำรวจและผลิตปิโตรเลียม
  • ต่อเรือซ่อมเรือฯ
  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • น้ำตาล

ส่อง 10 กลุ่มอุตสาหกรรมขยาย-หดตัวปี 69 ปัจจัยหนุน-ความเสี่ยง

23 กลุ่มอุตสาหกรรมทรงตัว เมื่อเทียบกับปีก่อน

  • ก๊าซ
  • เยื่อและกระดาษ
  • การจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม
  • โรงเลื่อยและโรงอบไม้
  • เคมี
  • โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม
  • เทคโนโลยีชีวภาพ
  • สมุนไพร
  • ดิจิทัล
  • สิ่งทอ
  • ปูนซีเมนต์
  • หนังและผลิตภัณฑ์หนัง
  • ผู้ผลิตไฟฟ้า
  • หล่อโลหะ
  • พลังงานหมุนเวียน
  • หลังคาและอุปกรณ์
  • พลาสติก
  • หัตถกรรมสร้างสรรค์
  • ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
  • เหล็ก
  • ไม้อัด ไม้บาง และวัสดุแผ่น
  • อัญมณีและเครื่องประดับ
  • ยานยนต์

10 อุตสาหกรรมกลุ่มหดตัว เมื่อเทียบกับปีก่อน

  • แกรนิตและหินอ่อน
  • เซรามิก
  • แก้วและกระจก
  • ปิโตรเคมี
  • เครื่องจักรกลฯ
  • ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์
  • เครื่องนุ่งห่ม
  • เฟอร์นิเจอร์
  • ยาง
  • อลูมิเนียม

สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค พบว่า มีเพียงอุตสาหกรรมในภาคเหนือที่คาดว่าจะมีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่อุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ คาดว่าจะมีแนวโน้มหดตัวลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความกังวลต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจในปีหน้าที่คาดว่าจะยังมีความผันผวนและมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งนี้ ปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมไทยในปี 2569 สามารถแบ่งออกเป็นปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยห่วงกังวลทั้งในและต่างประเทศ 

ปัจจัยสนับสนุนภายในประเทศ ได้แก่ การฟื้นตัวของกำลังซื้อและการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว การเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐที่เป็นไปตามเป้าหมายและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เอื้อต่อการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content) การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ (Robotics) มาปรับใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่อง 10 กลุ่มอุตสาหกรรมขยาย-หดตัวปี 69 ปัจจัยหนุน-ความเสี่ยง  

ส่วนปัจจัยสนับสนุนจากต่างประเทศ ได้แก่ ความต้องการสินค้าในบางประเทศคู่ค้าที่ปรับตัวดีขึ้น การบรรลุความตกลงการค้าเสรี (FTA) ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า การย้ายฐานการผลิตส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศ การยอมรับในแบรนด์สินค้าไทยช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดสู่ระดับโลก รวมถึงกระแสความต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมจากนโยบายรัฐเพื่อขับเคลื่อนสร้างโอกาสให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย

ปัจจัยห่วงกังวลภายในประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ ระดับหนี้ภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูงและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ต้นทุนการผลิตที่ทรงตัวในระดับสูง ปัญหาสินค้านำเข้าราคาถูกที่เข้ามาทุ่มตลาด การเชื่อมโยง Supply Chain กับ FDI ยังมีข้อจำกัด ความเสี่ยงจากความล่าช้าในการพิจารณาจัดทำกรอบงบประมาณปี 2570 ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมและกดทับขีดความสามารถในการแข่งขันภาคธุรกิจ

สำหรับปัจจัยห่วงกังวลจากต่างประเทศ ประกอบด้วย ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (NTM/NTB) การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดประเทศคู่ค้าของไทย ความเสี่ยงจากปัญหา

ภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ความไม่แน่นอนบริเวณชายแดน ค่าเงินบาทที่แข็งค่าและความผันผวนสูงซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ภาคการส่งออก ตลอดจนการบังคับใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการจะต้องเร่งปรับตัวรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจในปีนี้

อย่างไรก็ดี จากผลสำรวจจะเห็นว่าแนวโน้มกลุ่มอุตสาหกรรมส่วนใหญ่คาดว่าจะมีแนวโน้มทรงตัวจากฐานต่ำในปีที่ผ่านมา ซึ่งเศรษฐกิจปี 2569 ก็คาดว่าภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องดำเนินธุรกิจภายใต้แรงกดดันรอบด้านหรืออาจได้รับผลกระทบที่รุนแรงมากขึ้น ทั้งจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้าและการแข่งขันระหว่างประเทศที่เข้มข้นขึ้น ตลอดจนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศที่สะสมมาเป็นเวลานาน