
ส่อง 10 กลุ่มอุตสาหกรรมขยาย-หดตัวปี 69 ปัจจัยหนุน-ความเสี่ยง
ตรวจสอบ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมขยาย-หดตัวปี 69 ปัจจัยหนุน-ความเสี่ยง หลังส.อ.ท. ผลสำรวจสถานการณ์และแนวโน้ม ฐานเศรษฐกิจรวบรวมไว้ให้แล้วที่นี่
KEY
POINTS
- ส.อ.ท. เผยผลสำรวจแนวโน้มอุตสาหกรรมปี 2569 คาดว่า 15 กลุ่มจะขยายตัว 23 กลุ่มจะทรงตัว และอีก 10 กลุ่มจะหดตัวลง
- กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้น ได้แก่ การบิน อาหารและเครื่องดื่ม และชิ้นส่วนยานยนต์ ส่วนกลุ่มที่คาดว่าจะหดตัวคือ ปิโตรเคมี เฟอร์นิเจอร์ และยาง
- ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการท่องเที่ยว ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญคือต้นทุนการผลิตที่สูง ปัญหาสินค้านำเข้าราคาถูก และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจสถานการณ์และแนวโน้มอุตสาหกรรมไทย ปี 2569 ซึ่งจัดทำจากการรวบรวมความคิดเห็นของประธานกลุ่มอุตสาหกรรม จำนวน 48 กลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงประธานสภาอุตสาหกรรมภาคจาก 5 ภูมิภาค ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนสะท้อนมุมมองต่อแนวโน้มภาคอุตสาหกรรมในปี 2569 เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยการสำรวจและรวบรวมข้อมูลดังกล่าว ดำเนินการในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2568 เพื่อประเมินทิศทาง แนวโน้ม และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะข้างหน้า ว่า
จากกลุ่มอุตสาหกรรมภายใต้ ส.อ.ท. ทั้งหมด 48 กลุ่ม มี 23 กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าแนวโน้มจะยังคงทรงตัว ขณะที่ 15 กลุ่มอุตสาหกรรมทคาดว่าแนวโน้มจะขยายตัวดีขึ้น และอีก 10 กลุ่มอุตสาหกรรมคาดว่าจะมีแนวโน้มหดตัวลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
จากการรวบรวมข้อมูลของ “ฐานเศรษฐกิจ” เกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่้มีแนวโน้มขยายตัว และหดตัวพบว่า ประกอบด้วย
15 กลุ่มอุตสาหกรรมขยายตัว เมื่อเทียบกับปีก่อน
- การบินและอวกาศ
- น้ำมันปาล์ม
- การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์
- ป้องกันประเทศ
- เครื่องจักรกลเกษตร
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- เครื่องปรับอากาศฯ
- ยา
- เครื่องสำอาง
- รองเท้า
- ชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์
- สำรวจและผลิตปิโตรเลียม
- ต่อเรือซ่อมเรือฯ
- อาหารและเครื่องดื่ม
- น้ำตาล
23 กลุ่มอุตสาหกรรมทรงตัว เมื่อเทียบกับปีก่อน
- ก๊าซ
- เยื่อและกระดาษ
- การจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม
- โรงเลื่อยและโรงอบไม้
- เคมี
- โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม
- เทคโนโลยีชีวภาพ
- สมุนไพร
- ดิจิทัล
- สิ่งทอ
- ปูนซีเมนต์
- หนังและผลิตภัณฑ์หนัง
- ผู้ผลิตไฟฟ้า
- หล่อโลหะ
- พลังงานหมุนเวียน
- หลังคาและอุปกรณ์
- พลาสติก
- หัตถกรรมสร้างสรรค์
- ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
- เหล็ก
- ไม้อัด ไม้บาง และวัสดุแผ่น
- อัญมณีและเครื่องประดับ
- ยานยนต์
10 อุตสาหกรรมกลุ่มหดตัว เมื่อเทียบกับปีก่อน
- แกรนิตและหินอ่อน
- เซรามิก
- แก้วและกระจก
- ปิโตรเคมี
- เครื่องจักรกลฯ
- ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์
- เครื่องนุ่งห่ม
- เฟอร์นิเจอร์
- ยาง
- อลูมิเนียม
สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค พบว่า มีเพียงอุตสาหกรรมในภาคเหนือที่คาดว่าจะมีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่อุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ คาดว่าจะมีแนวโน้มหดตัวลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความกังวลต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจในปีหน้าที่คาดว่าจะยังมีความผันผวนและมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งนี้ ปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมไทยในปี 2569 สามารถแบ่งออกเป็นปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยห่วงกังวลทั้งในและต่างประเทศ
ปัจจัยสนับสนุนภายในประเทศ ได้แก่ การฟื้นตัวของกำลังซื้อและการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว การเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐที่เป็นไปตามเป้าหมายและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เอื้อต่อการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content) การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ (Robotics) มาปรับใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนปัจจัยสนับสนุนจากต่างประเทศ ได้แก่ ความต้องการสินค้าในบางประเทศคู่ค้าที่ปรับตัวดีขึ้น การบรรลุความตกลงการค้าเสรี (FTA) ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า การย้ายฐานการผลิตส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศ การยอมรับในแบรนด์สินค้าไทยช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดสู่ระดับโลก รวมถึงกระแสความต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมจากนโยบายรัฐเพื่อขับเคลื่อนสร้างโอกาสให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย
ปัจจัยห่วงกังวลภายในประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ ระดับหนี้ภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูงและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ต้นทุนการผลิตที่ทรงตัวในระดับสูง ปัญหาสินค้านำเข้าราคาถูกที่เข้ามาทุ่มตลาด การเชื่อมโยง Supply Chain กับ FDI ยังมีข้อจำกัด ความเสี่ยงจากความล่าช้าในการพิจารณาจัดทำกรอบงบประมาณปี 2570 ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมและกดทับขีดความสามารถในการแข่งขันภาคธุรกิจ
สำหรับปัจจัยห่วงกังวลจากต่างประเทศ ประกอบด้วย ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (NTM/NTB) การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดประเทศคู่ค้าของไทย ความเสี่ยงจากปัญหา
ภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ความไม่แน่นอนบริเวณชายแดน ค่าเงินบาทที่แข็งค่าและความผันผวนสูงซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ภาคการส่งออก ตลอดจนการบังคับใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการจะต้องเร่งปรับตัวรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจในปีนี้
อย่างไรก็ดี จากผลสำรวจจะเห็นว่าแนวโน้มกลุ่มอุตสาหกรรมส่วนใหญ่คาดว่าจะมีแนวโน้มทรงตัวจากฐานต่ำในปีที่ผ่านมา ซึ่งเศรษฐกิจปี 2569 ก็คาดว่าภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องดำเนินธุรกิจภายใต้แรงกดดันรอบด้านหรืออาจได้รับผลกระทบที่รุนแรงมากขึ้น ทั้งจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้าและการแข่งขันระหว่างประเทศที่เข้มข้นขึ้น ตลอดจนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศที่สะสมมาเป็นเวลานาน











