ครม.อัดเงินกู้ขสมก. เฉียดหมื่นล้าน ‘พิพัฒน์’ สั่งผ่าตัดหยุดขาดทุนใน 7 ปี

13 ม.ค. 2569 | 08:41 น.

ครม.ไฟเขียวขสมก. กู้เงินเติมสภาพคล่อง เฉียดหมื่นล้าน ‘พิพัฒน์’ สั่งผ่าตัดองค์กรใหม่ ดันรถเมล์ EV ขีดเส้นหยุดขาดทุนได้ภายใน 7 ปี

KEY

POINTS

  • ครม.อนุมัติเงินกู้จำนวน 9,111.50 ล้านบาทให้ ขสมก. เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินในปีงบประมาณ 2569
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งการให้ ขสมก. แก้ปัญหาขาดทุนสะสม โดยตั้งเป้าให้ถึงจุดคุ้มทุนภายใน 5-7 ปี
  • แนวทางแก้ปัญหาหลักคือการเปลี่ยนรถโดยสารทั้งหมดเป็นรถไฟฟ้า (EV) ในรูปแบบการเช่า เพื่อลดต้นทุนค่าซ่อมบำรุงและเชื้อเพลิง

วันที่ 13 มกราคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน กรณีรายได้ไม่พอสำหรับรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รวมจำนวน 9,111.50 ล้านบาท

ทั้งนี้ยังได้มอบหมายให้ ขสมก. การแก้ปัญหาสภาพคล่องขององค์กรในระยะต่อไป โดยต้องพิจารณาแผนการปรับเปลี่ยนรถโดยสารทั้งหมดให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเชื่อมั่นว่าหากปรับเปลี่ยนได้ครบถ้วนจะทำให้ขสมก.สามารถถึงจุดคุ้มทุน (Break-even point) ได้ภายใน 5-7 ปี โดยไม่ต้องเข้ามาขอกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องเป็นประจำทุกปี

“หัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาของ ขสมก. คือการเปลี่ยนรูปแบบจากการเป็นเจ้าของรถ มาเป็นการเช่ารถทั้งหมด ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าซ่อมบำรุงและค่าอะไหล่ ที่เคยเป็นปัญหาหลัก โดยให้บริษัทผู้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบดูแลรถแทน พร้อมเปลี่ยนระบบเก็บค่าโดยสารเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทำให้ลดต้นทุนเรื่องพนักงานลงไปได้ด้วย” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของความคืบหน้าการจัดหารถนั้น ในการประมูลรถเมล์ไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน ได้ข้อยุติและจบกระบวนการเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มรับมอบรถล็อตแรกในปี 2570 และล็อตที่สองอีก 800 คัน เพื่อทดแทนรถระบบสันดาปเดิมในปี 2571

ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายให้ ขสมก. ไปบริหารจัดการจำนวนรถใหม่ โดยตั้งเป้าลดจากปัจจุบันที่มีกว่า 2,800 คัน ให้เหลือประมาณ 2,300 คัน ที่เป็นรถใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงได้มากกว่า 60% เมื่อเทียบกับน้ำมัน,,

"เราต้องดูว่าเมื่อได้รับรถใหม่มาแล้ว รถ NGV อีกประมาณ 400 คัน ยังมีความจำเป็นหรือไม่ หากรถใหม่ 2,300 คันเพียงพอ ก็สามารถจำหน่ายรถเก่าออกไปได้เลยเพื่อเซฟงบประมาณ" นายพิพัฒน์ กล่าว