thansettakij
thansettakij
ประกันสังคม เตือนด่วนนายจ้าง จ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน 31 ม.ค.69

ประกันสังคม เตือนด่วนนายจ้าง จ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน 31 ม.ค.69

26 ธ.ค. 2568 | 09:01 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ธ.ค. 2568 | 09:06 น.

สำนักงานประกันสังคม แจ้งเตือนนายจ้าง รีบจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนปี 2569 ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 พร้อมรายงานค่าจ้างปี 2568 ภายในกำหนดด่วน

KEY

POINTS

  • สำนักงานประกันสังคมแจ้งเตือนนายจ้างให้ชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนประจำปี 2569 ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569
  • นายจ้างสามารถชำระเงินได้ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ของธนาคารที่ร่วมโครงการ หรือที่เคาน์เตอร์ธนาคารและเคาน์เตอร์เซอร์วิส
  • หากชำระเงินสมทบล่าช้าหรือไม่ครบถ้วน จะต้องเสียเงินเพิ่มตามกฎหมายในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือนของยอดที่ค้างชำระ

วันนี้ (26 ธันวาคม 2568) นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม ขอแจ้งเตือนนายจ้างทุกแห่งให้ดำเนินการ ชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ประจำปี 2569 ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ลูกจ้างในการได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทน

ทั้งนี้นายจ้างสามารถชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Payment โดยมีธนาคารที่เข้าร่วมให้บริการ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ยูโอบี จำกัด (มหาชน) ธนาคารดอยซ์ แบงก์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเจพีมอร์แกน เซส บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 

นอกจากนี้ ยังสามารถชำระได้ที่เคาน์เตอร์ธนาคารหรือหน่วยบริการทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด (7-11)

ขณะเดียวกันนายจ้างจะต้องดำเนินการรายงานค่าจ้างกองทุนเงินทดแทน ประจำปี 2568 ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสามารถดำเนินการได้ 2 ช่องทาง ได้แก่  

1. รายงานค่าจ้างกองทุนเงินทดแทนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Wage ซึ่งช่วยให้รายงานค่าจ้างได้สะดวก รวดเร็ว และสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้

2. รายงานค่าจ้างกองทุนเงินทดแทนสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร/จังหวัด/สาขา

หากนายจ้างพบว่าหลังจากรายงานค่าจ้างแล้ว ต้องชำระเงินสมทบเพิ่มจากการรายงานค่าจ้างต้องดำเนินการชำระเงินภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 กรณีที่นายจ้าง ไม่ชำระเงินสมทบภายในกำหนดเวลา หรือชำระไม่ครบถ้วนตามจำนวน ที่ต้องชำระเงินเพิ่มตามกฎหมายในอัตราร้อยละ 2 ของจำนวนเงินสมทบต่อเดือนที่ค้างชำระ 

การไม่ปฏิบัติตามกำหนดดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการเงินกองทุนโดยรวม และส่งผลต่อการให้สิทธิประโยชน์และความคุ้มครองแก่ลูกจ้างตามกฎหมายได้

สำนักงานประกันสังคมจึงขอความร่วมมือนายจ้างปฏิบัติตามกำหนดเวลาและช่องทางที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง รวมทั้งช่วยให้การบริหารกองทุนเงินทดแทนมีประสิทธิภาพสูงสุด