
'โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2' ดับฝันหรือไปต่อ? หลังยุบสภาฯ
ตรวจสอบข้อเท็จจริง 'คนละครึ่งพลัส เฟส 2' ที่เดิมที กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ เข้า ครม. 16 ธ.ค.นี้ แต่ทว่าถูก 'ยุบสภา' ตัดหน้า ด้าน 'ภราดร' ยืนยันต้องพับโครงการ ขณะที่ 'บวรศักดิ์' ย้ำรัฐบาลมีอำนาจเต็ม แต่ต้องขอ กกต.ก่อนทำได้หรือไม่ ชะตากรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจจะไปทางไหน? วันที่ 15 ธ.ค. นี้ คือคำตอบ
KEY
POINTS
- การยุบสภาเกิดขึ้นก่อนที่โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ทำให้สถานะของโครงการไม่แน่นอน
- มีความเห็นทางกฎหมายที่แตกต่างกันเกี่ยวกับอำนาจของรัฐบาลรักษาการ แต่มีข้อสรุปว่าโครงการสามารถเดินหน้าต่อได้หากได้รับความเห็นชอบจาก กกต.
- ชะตากรรมของโครงการจะถูกตัดสินในการประชุมระหว่างรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 15 ธันวาคม
ทันทีที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568
ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลเสียงข้างน้อยเผชิญความท้าทายหลายประการ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง
คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นในใจประชาชนและผู้ประกอบการคือ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลเตรียมผลักดันอย่าง "โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2" จะถูกยุติลงกลางคันหรือไม่?
โครงการนี้ถือเป็นมาตรการสำคัญที่กระทรวงการคลังได้เตรียมเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 16 ธันวาคมนี้
แต่การประกาศยุบสภาได้เกิดขึ้นก่อนที่วาระนี้จะถูกเสนอเข้าครม. ทำให้เกิดการตีความทางกฎหมายที่แตกต่างกันเกี่ยวกับอำนาจของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
เสียงที่ 1: "ดับฝัน" – รัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัด
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ยืนยันชัดเจนว่า โครงการคนละครึ่งเฟส 2 ต้องถูกพับเก็บไปก่อน เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมายเลือกตั้งไม่เอื้อให้รัฐบาลรักษาการอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะนี้ได้
การถูกตัดจบของโครงการเกิดขึ้นแม้ว่ากระทรวงการคลังจะเตรียมเสนอเรื่องเข้า ครม. แล้วก็ตาม
เสียงที่ 2: "ต้องรอฟัง กกต." – การตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายบริหารเพียงฝ่ายเดียว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความจำเป็นที่จะต้องหยุดโครงการนี้ไปเลยหรือไม่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวว่า ทุกอย่างจะต้องรอฟังความเห็นจาก นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะว่าอย่างไร
ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าการตัดสินใจขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจ รวมถึงโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 จะต้องมีการหารือกับ กกต.
เสียงที่ 3: "อำนาจเต็ม แต่ต้องขอ กกต." – เส้นทางที่ยังเปิดอยู่
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมายืนยันเพื่อคลายความกังวลว่า รัฐบาลหลังยุบสภาไม่ได้เป็นเพียง “รัฐบาลรักษาการ” ตามที่นักวิชาการเรียก แต่ยังมี ครม. ปฏิบัติหน้าที่และมีอำนาจเหมือนเดิมทุกอย่างตามรัฐธรรมนูญ จนกว่าจะมี ครม. ชุดใหม่เข้ารับหน้าที่
อย่างไรก็ตาม นายบวรศักดิ์ระบุว่า มีสิ่งต้องห้ามทำ 2 ข้อ คือ 1.ห้ามทำโครงการใหม่ที่ผูกพัน ครม. ชุดใหม่ และ 2.ห้ามนำทรัพยากรของรัฐไปใช้หาเสียงเลือกตั้ง
สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 นั้น นายบวรศักดิ์ชี้ว่า เนื่องจากเป็นเรื่องที่ ครม. เคยพูดไว้ก่อนที่จะยุบสภา ดังนั้น หากจะดำเนินการต่อเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ จำเป็นจะต้องนำเรื่องนี้ไปหารือกับ กกต. ก่อนว่าสามารถอนุมัติให้ทำได้หรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 เรื่องที่ต้องขอ กกต. คือ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการและการใช้งบประมาณ งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
"รัฐบาลจะนัดประชุมกับ กกต. ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ เพื่อหารือถึงเรื่องเลือกตั้ง รวมถึงเรื่องที่รัฐบาลพูดไว้ก่อนที่จะยุบสภา เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่าจะอนุมัติให้ทำได้หรือไม่"
บทสรุป: วันชี้ชะตา 15 ธันวาคม
แม้จะมีเสียงที่ประกาศให้โครงการถูกพับไปก่อน, แต่ในทางปฏิบัติและตามการตีความทางกฎหมาย ช่องทางในการเดินหน้าของโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ก็ยังเปิดอยู่
โดยมีเงื่อนไขสำคัญเพียงข้อเดียวคือการได้รับความเห็นชอบจาก กกต.
รัฐบาลจึงได้นัดประชุมหารือร่วมกับ กกต. ในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ เพื่อพิจารณาอำนาจหน้าที่และการอนุมัติโครงการต่าง ๆ
วันดังกล่าวจึงเป็นวันชี้ขาดว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประชาชนรอคอยนี้จะได้เดินหน้าต่อ หรือต้องรอรัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพเข้ามาทำหน้าที่ตามเหตุผลการยุบสภา










