KEY
POINTS
ภายใต้ปฏิบัติการ "ถอนรากสแกมเมอร์ข้ามชาติ" ซึ่งเป็นการประสานงานครั้งใหญ่ระหว่างรัฐบาลไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ปปง. ได้เปิดเผยถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ซับซ้อนและมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10,165 ล้านบาท ในบรรดาคดีสำคัญทั้งสี่กลุ่ม ซึ่งรวมถึงเครือข่ายเฉิน จื้อ และก๊ก อาน
คดีที่โดดเด่นและมีมูลค่าการยึดทรัพย์สูงสุดคือคดีที่เชื่อมโยงกับ นายยิม เลียก, นางสาวแตงไทย และ นายเบน สมิธ ซึ่งเป็น "สามตัวละครผู้ต้องหาสำคัญ" ที่พัวพันกับเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนนี้
เรื่องราวการฟอกเงินนี้เริ่มต้นจากการสืบสวนร่องรอยของเงินที่ประชาชนตกเป็นเหยื่อจากการฉ้อโกงออนไลน์หลายรูปแบบ
ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้ซื้อสินค้า, หลอกกู้ยืมเงิน, หรือหลอกให้ทำภารกิจ
เงินเหล่านี้ถูกโอนผ่านบัญชีม้าหลายทอด ตั้งแต่แถวที่ 1 ถึงแถวที่ 5 ก่อนจะไปรวมกันที่บัญชีปลายทางสองแห่ง ซึ่งมียอดความเสียหายรวมกันกว่า 3,000 ล้านบาท
หนึ่งในจุดเชื่อมโยงหลักที่ ปปง. พบคือ นางสาวแตงไทย เธอถูกระบุว่าเป็น "ม้า" ที่ได้รับมอบอำนาจในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับเงินฝากของธนาคาร
เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับนางสาวแตงไทย, นายยิม เลียก และ นายเบน สมิธ ได้ดำเนินการทำธุรกรรมรับโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิดในช่วงปี 2560 ถึง 2565 โดยมีมูลค่าธุรกรรมรวมกันสูงถึง 15,000 ล้านบาทเศษ
แสดงให้เห็นว่านางสาวแตงไทยเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ใช้ในการอำพรางธุรกรรมของเครือข่ายนี้
จากเส้นทางเงินที่ไหลผ่านบัญชีม้าหลายชั้น บุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นผู้รับผลประโยชน์ในขั้นตอนสุดท้ายคือ นายยิม เลียก หรือ นายเลี้ยก ยิม
ยิม เลียก เป็นนักธุรกิจชาวกัมพูชาผู้ทรงอิทธิพลและเป็นประธานกลุ่ม BIC Group ซึ่งมีความใกล้ชิดกับผู้นำกัมพูชา เนื่องจากเป็นบุตรชายของรองนายกรัฐมนตรี
ความสำคัญของนายยิม เลียก ยังขยายไปถึงสถานะส่วนตัว เนื่องจากเขาได้รับสัญชาติไทยมาจากการสมรสกับภรรยาคนไทย (อยู่ในหมวด 6 ของบัตรประชาชน)
ด้วยเหตุนี้ นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการเพิกถอนสัญชาติไทยของนายยิม เลียก ในทันที
ปัจจุบัน นายยิม เลียก และภรรยาของเขา (คุณวิรัญญา ซึ่งถูกออกหมายจับแล้ว) ยังคงหลบหนีอยู่ต่างประเทศ
นายเบน สมิธ (Mr. Smith Ben) เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ถูกระบุว่าอยู่ในกลุ่มบุคคลที่ทำธุรกรรมรับโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิดกับเครือข่ายของนายยิม เลียก และนางสาวแตงไทย ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 15,000 ล้านบาท
แม้ว่าในปฏิบัติการนี้ นายเบน สมิธ จะยังไม่ปรากฏชื่อในหมายจับ 42 หมาย แต่เขากลับมีความเชื่อมโยงทางธุรกรรมที่สำคัญ โดยเฉพาะในเรื่องของทรัพย์สินที่ถูกยึด
ทรัพย์สินในคดีนี้รวมถึง หุ้น ของบริษัทบางจาก ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 6,000 ล้านบาท ณ ขณะที่มีการอายัด
นอกจากนี้ ธุรกรรมของนายเบน สมิธ ยังถูกมองว่าเชื่อมโยงกับกิจกรรมและบริษัทของนายยิม เลียก ทั้งในตลาดหลักทรัพย์และตลาดทุนหลายแห่ง ซึ่งน่าจะมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท
คือการนำเงินที่ได้จากการฉ้อโกงมา "ฟอก" ผ่านการตั้งบริษัทในลักษณะ "Shell Company" (บริษัทบางหน้า) เพื่อใช้ถือครองทรัพย์สิน
ในส่วนของคดีนางสาวแตงไทย, นายยิม เลียก และ นายเบน สมิธ นั้น มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินรวม 66 รายการ มูลค่าสูงถึง 9,279 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้รวมถึงที่ดิน, ห้องชุด, และหลักทรัพย์ (หุ้น)
อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความสนใจคือความเชื่อมโยงทางสังคมของนายเบน สมิธ กับบุคคลที่มีชื่อเสียงในรัฐบาล
นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำถึงหลักการสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมนี้ว่า
"เรื่องการรู้จักกัน มันก็มีการรู้จักกันได้ แต่ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานยึดหลัก ปิดชื่อถือพฤติกรรม