
น้ำท่วมใต้ 9 จังหวัดเริ่มคลี่คลาย ปภ. ระดมเครื่องสูบ–เร่งฟื้นฟูพื้นที่
อธิบดี ปภ. เผยสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้หลายจุดระดับน้ำลดแล้ว เร่งระบายน้ำ เปิดเส้นทาง ตั้งโรงครัว–ศูนย์พักพิง พร้อมกระจายสิ่งของบรรเทาทุกข์ช่วยประชาชนกว่า 3.17 ล้านคน
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานความคืบหน้าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า หลายจังหวัดเริ่มมีระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ ปภ. ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการทุกหน่วยงานลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตได้ปกติโดยเร็วที่สุด
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) เปิดเผยว่าจากข้อมูล ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.00 น. ยังมีน้ำท่วมใน 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
รวม 97 อำเภอ 656 ตำบล 4,585 หมู่บ้าน ส่งผลกระทบประชาชน 1,143,364 ครัวเรือน 3,174,404 คน โดยภาพรวม “ระดับน้ำลดลงแทบทุกจังหวัด”
รายละเอียดรายจังหวัด
- สุราษฎร์ธานี น้ำลดใน 7 อำเภอ รวม 254 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 16,891 ครัวเรือน
- นครศรีธรรมราช ยังคงท่วม 20 อำเภอ รวม 1,335 หมู่บ้าน กระทบ 233,787 ครัวเรือน น้ำทยอยลด
- ตรัง ท่วม 9 อำเภอ 423 หมู่บ้าน 16,092 ครัวเรือน ระดับน้ำลดต่อเนื่อง
- พัทลุง ท่วม 5 อำเภอ กระทบ 152 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
- สตูล ท่วม 7 อำเภอ กระทบ 30,162 ครัวเรือน น้ำเริ่มลด
- สงขลา ท่วมวงกว้างสุด 16 อำเภอ รวม 543,768 ครัวเรือน แต่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย
- ปัตตานี ท่วม 12 อำเภอ กระทบ 192,503 ครัวเรือน
- ยะลา ท่วม 8 อำเภอ กระทบ 59,878 ครัวเรือน
- นราธิวาส ท่วม 13 อำเภอ กระทบ 45,307 ครัวเรือน น้ำลดลงหลายจุด
อธิบดี ปภ. ระบุว่า ทุกหน่วยงานได้ระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ ทั้งการตั้งโรงครัวจิตอาสาและโรงครัวสนาม/พระราชทาน เพื่อปรุงอาหารกล่องแจกจ่ายผู้ประสบภัย รวมถึงการแจกจ่ายถุงยังชีพ น้ำดื่ม ยารักษาโรค และเวชภัณฑ์ในทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ
พร้อมทั้งมีการตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับผู้ที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ภารกิจเร่งด่วนคือ “เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่” โดย ปภ. ได้ระดมเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเครื่องสูบน้ำระยะไกล และเครื่องผลักดันน้ำจากศูนย์ ปภ. เขตต่าง ๆ ติดตั้งในจุดเร่งด่วนหลายพื้นที่ เพื่อให้น้ำลดเร็วที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีการก่อสร้างสะพานไม้ชั่วคราวในหลายอำเภอ เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ระหว่างการฟื้นฟูเส้นทางถาวรที่ถูกน้ำท่วมเสียหาย
ปภ. ยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเร่งบูรณาการกำลังร่วมกับจังหวัด ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนอย่างเต็มที่จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

