
กกร. หวั่นบาทแข็ง กดส่งออก หวังรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ ดัน GDP โต
'พจน์' ประธาน กกร. ห่วงบาทแข็ง กดดันส่งออกและท่องเที่ยว ชี้หากรัฐบาลดูแลเสถียรภาพค่าเงินและเร่งรัดเบิกจ่ายงบปี 69 ได้ภายในสิ้นปี พร้อมมาตรการกระตุ้น “คนละครึ่งพลัส–Made in Thailand” หนุนเศรษฐกิจไทยโต 2.5%
KEY
POINTS
- กกร. แสดงความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันและส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออกไทย
- ภาคเอกชนคาดว่าหากค่าเงินบาทมีเสถียรภาพและอ่อนค่าลงในช่วงไตรมาสสุดท้าย จะช่วยให้ตัวเลขการส่งออกมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น
- กกร. หวังให้รัฐบาลเร่งรัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณและการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 2568 เติบโตได้ตามเป้า
วันนี้ ( 1 ต.ค.2568) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า กกร. ยังคงประมาณการตัวเลขการส่งออกไว้ที่ 2-3% โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากค่าเงินบาทที่แข็งค่ารุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยและการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ภาคเอกชนเห็นว่าหากสามารถดูแลเสถียรภาพและทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ตัวเลขการส่งออกปรับตัวสูงขึ้นได้ รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่
โดย กกร. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทบทวนประมาณการการส่งออกอีกครั้งในการประชุมเดือนหน้า
ขณะที่ เศรษฐกิจไทยปี 68 มีแนวโน้มขยายตัวได้ที่ 1.8-2.2% ตามที่ประเมินไว้เดิม ซึ่งหากรัฐบาลเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 69 ให้ได้ราว 1 ใน 3 ของงบประมาณภายในสิ้นปีนี้ กระตุ้นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศให้ไปถึง 34 ล้านคน
โดยควบคู่ไปกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจคนละครึ่งพลัส สนับสนุน SMEs และ Made In Thailand ตามแนวทาง Quick Big Win ของรัฐบาล จะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในปี 68 ให้โตได้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่โต 2.5%







