
ส่องโครงสร้างพื้นฐานไทยเทียบอาเซียน คู่แข่งดึงเงินเข้าประเทศ
ตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานไทยเทียบอาเซียน คู่แข่งดึงทุนไหลเข้าประเทศ หลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าล่าสุด ฐานเศรษฐกิจรวบรวมไว้ให้หมดแล้วที่นี่
สหรัฐอเมริกาประกาศอัตราภาษีแบบต่างตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ที่เรียกเก็บจากประเทศในภูมิภาคอาเซียนเป็นที่เรียบร้อย ประกอบด้วย ไทยเหลือ 19% จาก 36% ,เวียดนามเหลือ 20% จาก 46% ,อินโดนีเซียเหลือ 19% จาก 32% และมาเลเซียเหลือ 19% จาก 25%
โดยประเด็นที่สำคัญหลังจากนี้ ก็คือการดึงการลงทุนจากต่างประเทศ ประเทศใดจะมีศักยภาพ และมีจุดเด่นมากกว่า
ทั้งนี้ “ฐานเศรษฐกิจ” จะพาไปดูข้อมูลเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ที่ไทย และคู่แข่งในอาเซียนให้กับนักลงทุน เพื่อสร้างจูงใจในการเข้ามาลงทุน
โครงสร้างพื้นฐาน
ไทย
- มีโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพเช่น ถนน ท่าเรือน้ำลึก สนามบินนานาชาติ นิคมอุตสาหกรรมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ ระบบไฟฟ้าที่มีความเสถียร และระบบโลจิสติกส์ต่างๆ
- โครงข่ายดิจิทัลที่ทันสมัยและครอบคลุมทั่วประเทศ
เวียดนาม
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตอุตสาหกรรมและเขตเศรษฐกิจพิเศษ
- อำนวยความสะดวกเพื่อการจัดตั้งนิคมไฮเทค
- ที่ดินสำหรับ SME กลุ่มไฮเทคลดค่าเช่า 30% ใน 5ปีแรก
อินโดนีเชีย
- พัฒนาเมืองหลวงใหม่ Nusantara และเขตอุตสาหกรรมในจาการ์ตา และบาตัม
- ลงทุนในท่าเรือและโครงข่ายการคมนาคมเพื่อสนับสนุนการส่งออกและเชื่อมโยงในประเทศ
- การปรับปรุงสภาพแวดล้อมธุรกิจและแผนพัฒนา "นิคมอุตสาหกรรมสีเขียว"
มาเลเซีย
- โครงข่ายถนนและทางด่วนที่ครอบคลุม ระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานมีประสิทธิภาพ
- มีการลงทุนในโครงข่ายดิจิทัลและการคมนาคมที่ทันสมัย
พลังงานสีเขียว
ไทย
- ตั้งเป้าสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 51% ภายในปี 2580
- มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593
- ส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานหมุนเวียนผ่านสิทธิประโยชน์ต่างๆ
- การพัฒนากลไก Direct PPA และ Utility Green Tariff (UGT)
เวียดนาม
- ส่งเสริมโครงการพลังงานหมุนเวียนผ่านการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี
- อัตราดอกเบี้ย 2% สำหรับโครงการสีเขียวและ ESG กลไก Direct PPA
อินโดนีเซีย
- ยังใช้พลังงานถ่านหินเป็นหลัก
- ตั้งเป้าสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 17-19% ภายในปี 2568 และมากกว่า 30% ภายในปี 2593
- ส่งเสริมการลงทุนผ่านการยกเว้นภาษีและสนับสนุนทางการเงิน
มาเลเซีย
- ตั้งเป้าสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 31% ภายในปี 2568 และ 70% ภายในปี 2593
- ส่งเสริมผ่านนโยบายภาษีGITA และ GITE
- Green Electricity Tariff
- ไฟฟ้าพลังน้ำราคาถูก
แรงงาน
ไทย
- ค่าแรงขั้นต่ำ 280-315 USD/เดือน
- ค่าแรงเฉลี่ยในอุตสาหกรรมการผลิต 400-429 USD/เดือน
- ค่าแรงมืออาชีพ IT 700-1,300 USD/เดือน
- ตั้งเป้าผลิตบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ 80,000 คน ภายในปี 2573
- ไทยมีแรงงานที่มีทักษะสูงสนับสนุนอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง
- มีมาตรการดึงดูดบุคลากรทักษะสูงจากต่างประเทศผ่าน LTR Visa และ Smart Visa
เวียดนาม
- ค่าแรงขั้นต่ำ 137 USD /เดือน (ขึ้นกับพื้นที่)
- ค่าแรงเฉลี่ยในอุตสาหกรรมการผลิต 320-400 USD/เดือน
- ตั้งเป้าผลิตวิศวกรและนักออกแบบชิป 50,000 คนภายในปี 2573
- มีกำลังแรงงานจำนวนมากในต้นทุนที่ต่ำ
อินโดนีเซีย
- ค่าแรงขั้นต่ำแปรผันตามพื้นที่ เช่น 130 USD/เดือน ในชวากลาง และ 350 USD/เดือนในจาการ์ตา
- ค่าแรงเฉลี่ยในอุตสาหกรรมการผลิต 320-387 USD/เดือน
- ลดขั้นตอนการจ้างงานแรงงานผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ
- มีแรงงานจำนวนมาก
มาเลเซีย
- ค่าแรงขั้นต่ำ 375 USD/เดือน
- ค่าแรงเฉลี่ยในอุตสาหกรรมการผลิต 612 USD/เดือน
- ค่าแรงมืออาชีพ IT 800-1,500 USD/เดือน
- แรงงานมีทักษะสูง
- นโยบายทั้งดึงดูดแรงงานทักษะจากต่างชาติ
FTA
ไทย
- FTA 24 ประเทศ (กำลังเจรจากับ EU, เกาหลี, แคนาดา)
เวียดนาม
- FTA 53 ประเทศ เข้าร่วมCPTPP และ FTA กับ EU
อินโดนีเซีย
- FTA 23 ประเทศ
มาเลเซีย
- FTA 22 ประเทศ เข้าร่วม CPTPP






