
มาตรการลดค่าครองชีพรอบใหม่ ไร้ช่วยเหลือกลุ่มแรงงานประกันสังคม
มาตรการลดค่าครองชีพรอบใหม่ ไม่มีมาตรการช่วยเหลือลดเงินสมทบของกระทรวงแรงงานเหมือนเดิม หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยอมรับจะไม่ต่ออายุ เพราะเกรงจะกระทบกับสถานะกองทุนประกันสังคม
หลังจาก นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เตรียมนัดหน่วยงานทางด้านเศรษฐกิจมาหารือในวันนี้ เพื่อพิจารณาต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพ ที่จะสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2565
ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงมาตรการลดค่าครองชีพในส่วนของกระทรวงแรงงาน ว่า กระทรวงแรงงานจะไม่ต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพเดิม เกี่ยวกับการปรับลดเงินนำส่งเข้ากองทุนประกันสังคม ของนายจ้างและผู้ประกันตน เพราะจะกระทบต่อสถานะของกองทุนประกันสังคมได้
ทั้งนี้ตามมาตรการเดิมที่รัฐบาลได้ออกมาช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพรวมกว่า 10 มาตรการนั้น มีส่วนหนึ่งที่เป็นมาตรการเกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงาน 3 มาตรการ แยกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้
นายจ้างและผู้ประกันตนในมาตรา 33
- ลดเงินนำส่งจาก 5% เหลือ 1%
- งวดค่าจ้าง พ.ค. – ก.ค. 2565
- ครอบคลุมนายจ้าง 4.9 ล้านคน และผู้ประกันตน 11.2 ล้านคน
ผู้ประกันตนในมาตรา 39
- ลดเงินนำส่งจาก 9% เหลือ 1.9%
- งวดค่าจ้าง เดือนพ.ค. – ก.ค. 2565
- หรือจ่ายเงินสมทบลดลงจาก 432 บาทต่อเดือน เหลือ 91 บาทต่อเดือน
- ครอบคลุมจำนวน 1.9 ล้านคน
ผู้ประกันตนในมาตรา 40
- จะได้ลดเงินสมทบในแต่ละทางเลือกลง 40% คือ
- ทางเลือกที่ 1 ลดการส่งเงินทบจากเดิม 70 บาท ลดลงเหลือ 42 บาท
- ทางเลือกที่ 2 ลดการส่งเงินทบจากเดิม 100 บาท ลดลงเหลือ 60 บาท
- ทางเลือกที่ 3 ลดการส่งเงินทบจากเดิม 300 บาท ลดลงเหลือ 180 บาท
- หรือลดภาระค่าครองชีพไปได้ประมาณ 84 – 360 บาทต่อคนต่อเดือน
- ครอบคลุมจำนวน 10.6 ล้านคน
“การต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพของกระทรวงแรงงาน เกี่ยวกับการปรับลดเงินนำส่งเข้ากองทุนประกันสังคม จะไม่ได้ต่ออายุ เพราะจะกระทบต่อสถานะกองทุน โดยกระทรวงแรงงานจะประเมินสถานการณ์ต่อเนื่อง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุ





