
ดัน “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 5 นายกฯ สั่งคลังหาเงินทำต่อ
ดันต่อ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 5 นายกรัฐมนตรี สั่งกระทรวงการคลัง หารือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาแหล่งเงินทำโครงการว่ามีพอไหม หวังให้ต่อเนื่องจากเฟส 4 คาดทำได้อีก 1.5 ล้านสิทธิ คาดได้ข้อสรุปใน 1-2 สัปดาห์
การประชุมครม. วันนี้ แม้จะยังไม่มีโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 ส่วนต่อขยายเข้ามา 1.5 ล้านสิทธิ แต่ในการประชุมครม.ก็ได้หยอกยกเรื่องนี้มาหารือ หลังจากมีข้อเสนอเอกชนให้ผลักดันโครงการต่อใน เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง ไปพิจารณาแหล่งเงินว่ามีเพียงพอทำโครงการได้หรือไม่
เบื้องต้นตามข้อเสนอที่เอกชนเสนอมาให้รัฐทำเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 อีก 10 ล้านสิทธิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า คงทำไม่ได้ตามข้อเสนอ เพราะจะใช้วงเงินจำนวนมาก และตอนนี้แหล่งเงินก็มีอยู่อย่างจำกัด และหากจะทำในเฟส 5 คงทำได้เพียงแค่ 1.5 ล้านสิทธิเท่านั้น
“นายกรัฐมนตรี ได้ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ไปหารือกับทางกระทรวงการคลังอีกครั้งให้ได้ข้อสรุปว่าจะทำได้หรือไม่ หากดทำได้จะช่วยให้เกิดการกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อเนื่องจากการดำเนินโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 ส่วนต่อขยายที่เตรียมเสนอครม.อยู่แล้วจำนวน 1.5 ล้านสิทธิ”
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในการหารือร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวกับโครงการครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้หาข้อสรุปภายใน 1-2 สัปดาห์
สำหรับการดำเนินโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 และทัวร์เที่ยวไทยนั้น ตามมติ ศบศ. ได้เห็นชอบการดำเนินโครงการ ดังนี้
โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 ส่วนต่อขยาย
- จำนวน 1.5 ล้านสิทธิ
- ระยะเวลาดำเนินโครงการสิ้นสุดเดือนกันยายน 2565 (กำลังพิจารณาขยายไปถึงตุลาคม 2565)
- ระยะเวลาการเบิกจ่ายงบประมาณถึงเดือนพฤศจิกายน 2565
- ใช้วงเงินเดิมที่เหลือของโครงการ
โครงการทัวร์เที่ยวไทย
- จำนวนสิทธิที่เหลือ 134,455 สิทธิ (ข้อมูล ณ วันที่ 3 มิถุนายน 2565)
- ระยะเวลาดำเนินโครงการสิ้นสุดเดือนกันยายน 2565 (กำลังพิจารณาขยายไปถึงตุลาคม 2565)
- ระยะเวลาการเบิกจ่ายงบประมาณถึงเดือนพฤศจิกายน 2565
- ใช้วงเงินเดิมที่เหลือของโครงการ
ทั้งนี้ในการดำเนินโครงการทั้ง 2 โครงการ ก่อนหน้านี้ที่ประชุม ศบศ. ได้มอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หารือกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารกรุงไทย เพื่อพิจารณารายละเอียด ดังนี้
- แนวทางการปรับเงื่อนการเข้าร่วมโครงการให้สอดคล้องและเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565
- ปรับเงื่อนไข หลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการทัวร์เที่ยวไทยใหม่ เพื่อให้มีผู้สนในเข้าร่วม ทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการมากขึ้น รวมทั้งเพื่อป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นด้วย





