เตือนรับมือ ข้าวหอมกัมพูชา รุกตลาดออสเตรีย เพิ่ม

ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล
|
23 ม.ค. 2565 เวลา 13:36 น. 245

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา เตือนรับมือข้าวหอมกัมพูชา รุกตลาดออสเตรีย มากขึ้น ถูกกว่ากิโลกรัมละ 4 – 8 ยูโร แต่คุณภาพสู้ไม่ได้ แต่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าข้าว Jasmine rice ทุกชนิดคือ “ข้าวหอมมะลิไทย” มีคนจำนวนน้อยมากที่รู้จักชื่อ “ข้าวหอมมะลิ”

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา รายงานงาน สถานการณ์ข้าว หอมมะลิของไทย (Hom Mali rice) ข้าวหอมมะลิของไทยเป็นข้าวชั้นดีที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลก แต่ทว่าคนส่วนใหญ่รู้จักข้าวชนิดนี้ในชื่อที่แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “ Jasmin rice”  ซึ่งในความเป็นจริงคำว่า “Jasmine rice”  มีความหมายครอบคลุมถึงข้าวหอมแบบกว้างๆ และไม่ได้จำกัดเฉพาะข้าวหอมมะลิ(Hom Mali rice) เท่านั้น

 

ปัจจุบันพบว่ามีข้าวหอมของไทยวางจำหน่ายอย่างกว้างขวางมากขึ้นในต่างประเทศ รวมถึงประเทศออสเตรีย ซึ่งโดยปกติข้าวส่วนใหญ่ถูกวางจำหน่ายในร้านเอเชียและมักเป็นข้าวหอมมะลิเกรดพรีเมี่ยมซึ่งบรรจุในประเทศไทยและใช้ชื่อเรียกว่า Hom Malirice (Thai jasmine rice) ข้าวชนิดนี้มีลักษณะพิเศษตรงที่เมื่อหุงแล้วจะมีความนุ่มและความหอมคงทนยาวนาน แต่ในระยะหลังมานี้พบว่ามีผู้ประกอบการท้องถิ่นนำเข้าและจัดจำหน่ายข้าว Jasmine rice มากขึ้น

 

รวมถึงเครือซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ มีการวางจำหน่ายข้าวหอมของไทยภายใต้แบรนด์ของตนเอง ซึ่งส่วนหนึ่งผ่านการบรรจุในต่างประเทศ อาทิ อิตาลี นอกจากนี้ยังพบข้าว Jasmine rice ที่ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศไทยด้วย อาทิ กัมพูชา

 

แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าข้าวเหล่านี้มีคุณภาพแตกต่างจากข้าวแบรนด์ไทยที่ผ่านการบรรจุในประเทศไทยอย่างชัดเจน และมีราคาที่ถูกกว่าชัดเจนเช่นกัน ซึ่งข้าวคุณภาพดีที่บรรจุในไทยมีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 4 – 8 ยูโร ส่วนข้าวอีกประเภทนั้นพบที่มีราคาต่ำสุดเพียง 1.89 ยูโรต่อกิโลกรัมเท่านั้น

 

ทั้งนี้ จุดสังเกตที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือตราสัญญลักษณ์รับรองข้าวหอมมะลิของไทย ซึ่งได้รับการรับรองโดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พบว่าข้าวที่บรรจุในไทยส่วนใหญ่ได้รับตราสัญลักษณ์นี้ แต่ข้าวราคาถูกไม่มีตราสัญลักษณ์นี้

 

ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นสำนักงานฯคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าข้าว Jasmine rice ทุกชนิดคือข้าวหอมมะลิไทย และมีคนจำนวนน้อยมากที่รู้จักชื่อ  “Hom Mali rice” ขณะที่ชื่อนี้เป็นอัตลักษณ์และเป็นจุดสร้างความแตกต่างที่สำคัญ โดยรัฐบาลไทยได้มีความพยายามโดยการกำหนดมาตรฐานผ่านการมอบตรารับรองข้าวหอมมะลิไทย (ตราสัญลักษณ์รวงข้าวสีเหลืองบนพื้นสีเขียว)

 

จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยื่งที่ผู้ประกอบการควรพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐานและได้รับตราประทับรับรองนี้บนผลิตภัณฑ์และหากได้รับตรารับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในระดับสากลด้วย ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสและมูลค่าให้กับสินค้ามากขึ้น

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง