“ทอง”ได้แค่เฉียด 3 หมื่น แต่ก็ไม่ถึงสักที มี “เจ้ามือ” ที่ไหนกดราคาไว้ไหม?

ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล
|
30 พ.ย. 2564 เวลา 11:38 น. 1.5k

บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด วิเคราะห์ ราคาทองคำได้แค่เฉียด ไม่ถึงบาทละ 3 หมื่นบาทซักที ใครกดราคาไว้ และมีโอกาสจะถึง 3 หมื่นบาทหรือไม่

 

หลังจากเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาทองคำขึ้นไปเฉียด 29,000 บาทต่อบาททองนักลงทุนหลายท่านคงเริ่มเฮกันแล้วว่าทองคำจะมีโอกาสพุ่งขึ้นไปถึง 30,000 บาทได้  แต่ดีใจได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ ราคาทองก็โดนทุบกลับมาสู่ระดับ 28,000 บาทอีกครั้ง ในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์

 

ความหวังที่อยากจะหลุดดอยเป็นต้องหายไป สวดมนต์เท่าไหร่ทองก็ไม่ขึ้นไปถึง 30,000 สักที

หรือจริง ๆ แล้วมีใครที่คอยกำหนดราคาทองคำโลกอยู่?  “เจ้ามือ” คนนั้นมีอยู่จริงหรือไม่? วันนี้อินเตอร์โกลด์มีคำตอบมาให้คุณ



“ทอง”ได้แค่เฉียด 3 หมื่น แต่ก็ไม่ถึงสักที  มี “เจ้ามือ” ที่ไหนกดราคาไว้ไหม?

 

“หุ้นยังมีเจ้า แล้วทองละมีเจ้า (มือ) ด้วยไหม?”

หลายคนอาจสงสัย เพราะถึงแม้ว่าในตอนนี้สัญญาณเงินเฟ้อทั่วโลกชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะทางฝั่งสหรัฐฯที่เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก สาเหตุมาจากการทำ QE อีกทั้งดอกเบี้ยทั่วโลกยังต่ำเตี้ยเรี่ยดิน จากภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา ปัจจัยต่างๆชี้นำให้จริง ๆ แล้วราคาทองคำควรทะลุ 30,000 ไปนานแล้วด้วยซ้ำ ถึงแม้ล่าสุดทองคำจะขึ้นไปแตะ 29,000 ได้ จากเงินเฟ้อสหรัฐฯที่ถูกประกาศออกมาสูงสุดในรอบ 30 ปี

 

แต่ยืนได้ไม่นานก็โดนทุบลงมาอย่างรวดเร็ว ทำให้ตั้งแต่ต้นปี 2021 จนจะสิ้นปี้นี้ ทองคำไม่เพียงแต่ไม่ทะลุ 30,000 ซ้ำอาจจะปรับตัวเป็นขาลงเสียด้วย…มันเป็นเพราะอะไร?

 

ในความเป็นจริงแล้ว ตลาดทองคำเป็นตลาดที่ถูกจัดว่าใกล้เคียงกับคำว่า Perfectly Competitive Market หรือ เป็นตลาดที่กลไกตลาดทำงานอย่างเต็มที่ การขึ้นลงของราคาจึงมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ-ขายทองคำของคนในตลาดเป็นอย่างมาก ดังนั้นการจะมี "เจ้ามือ" ผู้สามารถกำหนดทิศทางของราคาทองคำโลกก็อาจจะเป็นไปได้จริง ๆ ลองนึกภาพว่ารายใหญ่ ๆที่ถือทองคำเอาไว้แต่ยังไม่อยากให้ทองคำรีบขึ้นไปตอนนี้ ก็พอจะมีความเป็นไปได้ที่จะใช้เทคนิคบางอย่างทำให้ทองคำยังขึ้นไม่ได้ แม้ปัจจัยทางเศรษฐกิจหลายๆอย่างจะเอื้อแค่ไหนก็ตาม

 

แต่ก็คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้นสำหรับผู้ที่เป็น "เจ้ามือ"

เนื่องจากตลาดทองคำโลกมีมูลค่าทั้งหมดอยู่ที่ 11.7 ล้านล้านดอลลาร์ การที่จะผลักดันราคาให้ไปทางใดทางหนึ่ง สัก 1% ก็ต้องใช้เงินกว่า 1.17 แสนล้านดอลลาร์แล้ว หากนึกภาพไม่ออกว่านั่นคือเงินที่มากมายขนาดไหน ให้นึกเทียบเท่า บริษัท Apple หรือ amazon แบ่งเงินทั้งหมด 10% ของมูลค่าบริษัทมาซื้อทองคำ ซึ่งทั้งสองบริษัทนี้ ติด Top 5 ของบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก ไม่เพียงแค่นั้น เพราะถึงแม้ว่าจะมี "เจ้ามือ" ที่เกิดใจป้ำและรวยเวอร์อยากจะขยับราคาทองให้ขึ้นซัก 1% จริงๆ มันก็อาจจะไม่สำเร็จ หาก "ตลาด" หรือคนที่ถือทองอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น นักลงทุนรายย่อย รายใหญ่ หรือกองทุนอื่น ๆ เขารวมพลังขายทำกำไรขึ้นมาแบบไม่ได้นัดหมาย ราคาที่ดันมา 1% ก็อาจจะกลับไปที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เป็นได้

 

สรุปคือ รวยมหาศาลอย่างเดียวไม่พอ ต้องอาศัย "ปัจจัย" ที่มากกว่าการโยนเงินปริมาณมาก ๆ เข้าไปในตลาด ให้ตลาดเป็นคนตัดสิน ซึ่งนี่คือการวัดดวง ถ้าพลาดก็เสี่ยงที่จะขาดทุนมหาศาลได้เช่นกัน

 

“ทอง”ได้แค่เฉียด 3 หมื่น แต่ก็ไม่ถึงสักที  มี “เจ้ามือ” ที่ไหนกดราคาไว้ไหม?
 

กลับมาที่คำถามว่า แล้วทำไมทองถึงไปไม่ถึง 30,000 สักที ทั้ง ๆ ที่ปัจจัยต่าง ๆ ก็ดูเหมือนจะเอื้อให้แล้ว

 

นายเศรษฐวัชร์ พุทธทิพย์ นักวิเคราะห์อินเตอร์โกลด์ มองว่าเป็นเรื่องของ การยังไม่ถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพราะตั้งแต่ต้นปี 2021 เป็นต้นมา เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูจากวิกฤติโควิด และสหรัฐฯก็เป็นหนึ่งในประเทศที่แก้ปัญหาได้ดีและมีแนวโน้มสูงที่จะกลับมาเป็นปกติเป็นประเทศแรก ๆ ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ มีความน่าสนใจมากกว่าทองคำที่กำลังอยู่ในช่วงพักตัว ประกอบกับท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟด ที่ได้ส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดความร้อนแรงของเงินเฟ้อบวกกลับเศรษฐกิจที่มีแววกลับมาฟื้นตัว ส่งผลให้ทองกลายเป็นสินทรัพย์ที่ดูน่าสนใจน้อยลงหรือถูกมองข้ามไป

 

ซึ่งถ้าถามว่าตอนไหนคือช่วงที่ทองคำจะกลับไปยืนเหนือ 30,000 บาทได้อีกครั้ง ก็ต้องตอบว่าตอนนี้ค่อนข้างจะเป็นไปได้ยาก สาเหตุสำคัญที่ทำให้ทองคำร่วงมาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ จากการที่นักลงทุนลุ้นกันว่าประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) คนใหม่จะมีส่วนส่งเสริมให้เงินเฟ้อสหรัฐฯพุ่งสูงเพื่อเปิดทางให้กับทองคำ แต่ผลที่ออกมาก็คือนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนเดิมกลับมาดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 แทน

 

ซึ่งนายพาวเวลล์มักจะส่งสัญญาณถึงเงินเฟ้อเสมอว่าจะเป็นการมาแค่ชั่วคราว อีกทั้งนโยบายของนายพาวเวลล์ก็ยังส่งเสริมให้การจ้างงานและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต้องมาเป็นอันดับ 1  ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ระดับเงินเฟ้อกลาง ๆ กับการจ้างงานที่จะกลับมา  ก็ยังไม่มีเหตุผลที่ดีพอที่จะให้ทองคำจะกลับมาเป็นขาขึ้นได้เร็ว ๆ นี้ เจ้ามือที่เราพูดถึงไปเมื่อตอนต้นบทความก็อาจจะยังไม่เอาด้วย ทำให้นักลงทุนที่รอทองคำ 30,000 บาทอีกครั้ง

 

สิ่งที่ต้องจับตาก็คือเมื่อไหร่ที่เงินเฟ้อกลับมาพุ่งสูงอีกครั้งและดูภาพรวมของการจ้างงานและเศรษฐกิจของสหรัฐฯดูจะไปต่อไม่ได้เมื่อไหร่ก็รอลุ้นกันได้ยาวๆ  แต่ในตอนนี้หลังจากราคาทองลงมาจนสู่ระดับ 28,000 บาทอีกครั้ง หากเมื่อไหร่ราคาทองคำเริ่ม หลุด 28,000 บาทหรือหลุดแนวรับสุดท้ายที่เป็นราคาดอลลาร์คือ 1,750 เมื่อไร ครั้งนี้ก็ต้องบอกว่าเราอาจจะได้เห็นการซึมของราคาทองคำระยะยาวอย่างน้อยก็กลายเป็นขาลงไม่ต่ำกว่า 6 เดือน - 1 ปี ก็เป็นได้ครับ แต่คนที่ติดดอยอยู่ไม่ต้องตกใจไปยังมีช่วงที่เรายังสามารถลุ้นได้ในประมาณช่วงกลางปี 2565 คือช่วงที่จะมีการสิ้นสุดการพิมพ์เงินของสหรัฐฯ ถ้าถามจังหวะไหนที่จะสามารถหลุดดอยได้ ก็คงจะมีแต่ช่วงนั้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง