thansettakij
thansettakij
มองแนวโน้มเงินบาท “แข็งต่อ”ถึงปีหน้า

มองแนวโน้มเงินบาท “แข็งต่อ”ถึงปีหน้า

20 พ.ย. 63 | 06:35 น.

จับตาระยะยาว “ธปท.อาจหารือกับคลัง”จัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ

มองแนวโน้มเงินบาท “แข็งต่อ”ถึงปีหน้า-จับตาระยะยาว “ธปท.อาจหารือกับคลัง”จัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ

หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แถลง  3มาตรการช่วยลดแรงกดดันค่าเงินบาทและปัญหาเชิงโครงสร้างตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไทยช่วยให้เงินทุนเคลื่อนย้ายมีความสมดุลมากขึ้น โดยดำเนิน  3มาตรการนั้นการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท อยู่ที่ระดับ 30.37บาท/ดอลลาร์ สะท้อนการแข็งค่าขึ้น 0.4%เทียบเมื่อเปิดตลาดในช่วงเช้าของวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563
ด้านนายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ให้ความเห็นต่อมาตรการดังกล่าวว่า    ผลจากมาตรการดังกล่าวมีผลต่อตลาดอัตราแลกเปลี่ยน 6ประเด็น ได้แก่  1.ชะลอการแข็งค่าของเงินบาท แต่ยากจะเปลี่ยนทิศบาทแข็ง เพราะมาจากปัญหาดอลลาร์อ่อนค่าหลังมีความชัดเจนการเลือกตั้งสหรัฐและข่าวดีเรื่องวัคซีน ขณะที่ไทยยังเกินดุลการค้าอยู่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

-ด่วน แบงก์ชาติออกมาตรการสกัดเก็งกำไรบาท

-อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท "แข็งค่า"

-ธปท.ลั่น พร้อมออกมาตรการดูแลเงินบาทแข็ง

-ธ.ก.ส.เริ่มจ่ายเงินประกันข้าวโพดแล้ววันนี้ 637.90 ล้านบาท

2.ปัญหาบาทแข็งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างมาจากส่วนต่างการออมและการลงทุนไทยมีมาก เรียกว่าเราไม่ลงทุน ขาดการนำเข้าเครื่องจักร บาทเลยแข็ง
3. มาตรการนี้ช่วยเปิดโอกาสการลงทุนนักลงทุนรายย่อยของไทยให้ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ เช่น  กองทุน ETF  ซึ่งมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าสินทรัพย์ไทย
4.การที่ผู้ส่งออกสามารถเก็บรายได้ในรูปดอลลาร์อาจไม่สามารถลดแรงกดดันที่เทขายดอลลาร์มาแลกบาททำบาทแข็งได้เต็มที่ เพราะผู้ส่งออกมีรายจ่ายในรูปเงินบาท แต่อย่างน้อยอาจไม่แลกหมด เพราะสามารถจ่ายเป็นดอลลาร์สำหรับการนำเข้าได้
5. เทรนบาทแข็งอาจลากยาวไปปีหน้า   แม้เปิดโอกาสให้ถือดอลลาร์แต่อาจขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน  นักลงทุนควรศึกษาและเข้าใจด้วย
6.ระยะยาว ทางธปท.อาจหารือกับคลังในการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ หรือ Sovereign Wealth Fund SWFในการกันเงินดอลลาร์ไม่แลกเป็นเงินบาท