
ทุ่ม400ล. ปั้นแรงงาน 2 หมื่นคน ป้อน2,000บริษัท
การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา เห็นชอบแนวทางการพัฒนาบุคลากรระยะเร่งด่วนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี เพื่อนำไปสู่การตอบสนอง “งานที่ต้องการบุคลากรและการพัฒนาประเทศ” ตามหลัก demand driven อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ ได้ส่งข้อมูลความต้องการบุคลากรของผู้ประกอบการที่ได้เสนอขอส่งเสริมการลงทุนในช่วงปี 2561 ถึงเดือนมิถุนายน 2562 จากผู้ประกอบการประมาณ 2,000 บริษัท มีความต้องการบุคลากร เป็นจำนวน 16,567 คน
ดังนั้น เพื่อให้สามารถผลิตกำลังคนได้อย่างรวดเร็ว ตามความต้องการของผู้ประกอบการดังกล่าว ทางอีอีซีจำเป็นต้อง “เร่งปรับปรุงหลักสูตรและรูปแบบการเรียนการสอน” ของสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะหลักสูตรระยะสั้นและฝึกอบรมเพื่อผลิตกำลังคนโดยให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมกับสถาบันการศึกษาในการผลิตบุคลากรในลักษณะ “ร่วมมือใกล้ชิด ผลิตบุคลากรตามความต้องการ” โดยเน้นการปรับปรุงหลักสูตรระยะสั้นที่สามารถนำบุคลากรที่มีอยู่แล้ว และที่จบการศึกษาแล้ว มาพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างรวดเร็วตรงความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรมเป้าหมายในอีอีซี
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความจำเป็นต้องเร่งพัฒนากำลังคนด้วยหลัก สูตรฝึกอบรมระยะสั้น สำหรับ 2,000 บริษัท ที่บีโอไอแจ้งมา โดยจะให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมกับสถาบันการศึกษาในการผลิตบุคลากรในลักษณะการร่วมลงทุน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะได้บุคลากรที่มีความรู้และทักษะตรงความต้องการของผู้ประกอบการ โดยมีเป้าหมายในปีงบประมาณ 2563 ไม่น้อยกว่า 20,000 คน
แนวทางการดำเนินงานนั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) โดยคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC-HDC) จะร่วมกับคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญในแต่ละอุตสาหกรรมเป้าหมาย พิจารณาหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น ที่ตรงความต้องการ โดยดึงผู้ประกอบการหรือบริษัทเอกชนเข้าร่วมและให้การสนับ สนุนทั้งด้านการเงินและอื่นๆ โดยเอกชนที่ร่วมกับสถานศึกษาต้องทำสัญญาว่าจะรับผู้ที่ผ่านการอบรมเข้าทำงาน และให้ค่าตอบแทนในอัตราที่เป็นธรรม ขณะที่ภาครัฐจะให้การสนับสนุนงบประมาณในการอบรมแต่ละครั้งไม่เกิน 50% ของงบประมาณการอบรมแต่ละหลักสูตร ซึ่งมีการตั้งกรอบวงเงินไว้ประมาณ 400 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณภาครัฐ 200 ล้านบาท และผู้ประกอบการภาคเอกชนร่วมสนับสนุน 200 ล้านบาท
ทั้งนี้ จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรตามแนวทาง EEC Model เพื่อพิจารณาโครงการที่เหมาะสมตรงตามความต้องการของบริษัท จากข้อเสนอของสถาบันการศึกษา ที่ผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณาหลักสูตรฯ และแจ้งให้สถาบันการศึกษาเจ้าของโครงการที่ผ่านการคัดเลือกทำสัญญารับการสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วยผลิตบุคลากรได้รวดเร็ว และตรงความต้องการของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเป้าหมายได้
หน้า 5 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,510 วันที่ 3-5 ตุลาคม 2562








