26 กุมภาพันธ์ 2021

“นครบาล”ลุยจับ 21 ราย โกง“คนละครึ่ง”คุกสูงสุด 3 ปี

23 Feb 2021 17:54 น.
อ่าน 2,138 ครั้ง

“นครบาล”ลุยจับ 21 ราย โกง“คนละครึ่ง”คุกสูงสุด 3 ปี

ตร.นครบาลลุยจับ 21 ผู้ต้องหาหัวหมอฉ้อโกงเงิน “โครงการคนละครึ่ง” หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักเศรษฐกิจ กระทรวงการคลัง ว่าพบร้านค้าย่านบางบอนมีการสแกนซื้อสินค้าและจ่ายเงินผิดปกติ


จากกรณี พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เปิดเผยถึงกรณีที่  พล.ต.อ.สุวัฒน์ เเจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ห่วงใยเรื่องสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอประเด็นกลโกง “เราชนะ” รับซื้อ-ขายสิทธิโดยชาวเน็ตให้ข้อมูลร้านค้าหลายแห่งที่เปิดให้ประชาชนแลกเงินในโครงการต่างๆ นั้น

วันนี้(22 ก.พ.64) ที่ สน.บางขุนเทียน พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 และ พ.ต.อ.วิศิษฐ์ สังขนันท์ ผกก.สน.บางขุนเทียน ร่วมกันแถลงผลงานการดำเนินคดีผู้ต้องหา 21 คน ฐานฉ้อโกง หลังสืบทราบว่า มีการใช้สิทธิ์ตาม  “โครงการคนละครึ่ง” อย่างผิดกฎหมายไม่ตรงตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนด

พ.ต.อ.ธีระชัย เปิดเผยว่า บก.สส.บช.น.ได้รับข้อมูลจากสำนักเศรษฐกิจ กระทรวงการคลัง ว่า มีร้านขายของชำร้านหนึ่ง ตั้งอยู่เลขที่ 725 ถนนเอกชัยซอย 46 แขวงและเขตบางบอน กทม. ซึ่งร้านค้าดังกล่าวลงทะเบียนร่วม “โครงการคนละครึ่ง” กับกระทรวงการคลัง และ ธนาคารกรุงไทย ต่อมาการสืบสวนพบว่า รายละเอียดการสแกนซื้อสินค้าและจ่ายเงินมีความผิดปกติ โดยมีการโอนเงินเข้า-ออก จากแอพพลิเคชั่น แต่ไม่มีการซื้อสินค้ากันจริงๆ ซึ่งถือว่าไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และทำให้รัฐบาลได้รับความเสียหาย

พ.ต.อ.ธีระชัย กล่าวว่า ล่าสุดการสืบสวนพบผู้กระทำความผิดลักษณะเดียวกันในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศมีอยู่ทุกภาค แต่ในท้องที่ บช.น.พบ 21 ราย ในท้องที่ สน.บางขุนเทียน มีการทำผิดกันหลายกรรมหลายวาระ จึงเดินทางมาแจ้งความกับทาง สน.บางขุนเทียน และดำเนินการกับผู้ต้องหาทั้ง 21 ราย ตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด



ด้าน พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 21 คน นั้น ประกอบด้วย เจ้าของร้านขายของชำ 1 ราย ญาติ ๆ 3 ราย และลูกค้า 17 ราย จากการสืบสวนหาพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดพบว่า แต่ละคนมีการสแกนซื้อสินค้าหลอก ๆ เพื่อนำเงิน 150 บาท จากโครงการคนละครึ่ง มาใช้จริง โดยร้านค้าจะจ่ายให้ลูกค้า 100 บาท และเจ้าของร้านจะเก็บไว้เอง 50 บาท ผู้กระทำความผิดแต่ละรายสแกนแลกเงินกันหลายครั้ง หลายวาระ

พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ดำเนินการสอบสวนรอออกหมายเรียกตัวทั้ง 21 ราย เข้าพบพนักงานสอบสวนในข้อหาฉ้อโกง แล้ว ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีมีการทำผิดหลายกรรม หลายครั้ง โทษรวมกันก็จะสูงขึ้นไปอีก ดังนั้นอยากฝากบอกประชาชนและเจ้าของร้านทุกท่านด้วยว่าอย่าโกงกัน เนื่องจากมีโทษหนักและจะซ้ำเติมความเดือดร้อนเข้าไปอีก

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend