ตร.เตรียมกำลัง 34 กองร้อย รับมือชุมนุม 3 กลุ่มพรุ่งนี้

13 พ.ย. 2563 | 07:33 น.

ตำรวจจัด 34 กองร้อยรับมือม็อบ 3 กลุ่มวันพรุ่งนี้ แจ้งขอชุมนุมเพียง 1 กลุ่ม ตร.ยืนยันไม่ตั้งสิ่งกีดขวางผู้ชุมนุม ขณะที่ความเสียหายที่เกิดกับรถเมล์ ขสมก. ระบุ ผู้ใดทำเสียหาย ต้องเป็นผู้ชดใช้ ยันไม่ได้ปัดความรับผิดชอบให้ม็อบ

 

วันนี้ เวลา 11.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจตรี ปิยะ ต๊ะวิชัย พร้อมด้วย พลตำรวจตรี จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงกรณีสถานการณ์การชุมนุม

พลตำรวจตรี จิรสันต์ กล่าวว่า สำหรับการชุมนุมในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ คาดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมาบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หรืออาจกระทบผิวการจราจรถนนราชดำเนิน ดังนั้นเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบจากการชุมนุมและควรหลีกเลี่ยง คือ ถนนราชดำเนินใน ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินนอก ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถนนวิสุทธิกษัตริย์ ถนนจักรพรรดิพงษ์ ถนนหลานหลวง ถนนดินสอ ถนนตะนาว สะพานพระราม 8 สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า อย่างไรก็ตามโดยหลักการจะไม่ทำการปิดการจราจร คาดการณ์จะมีผลกระทบตั้งแต่เวลา 12.00 น. หากไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงเส้นทางก่อน กรณีมีกลุ่มผู้ชุมนุมลงมากีดขวางการจราจรจนไม่สามารถผ่านไปได้ก็จะทำการปิดการจราจรส่วนถนนอัษฎางค์ ถนนสุโขทัย ถนนสวรรคโลก ถนนหลานหลวง ถนนเจริงกรุง สะพานกรุงธน สะพานพระพุทธยอดฟ้า สะพานพระปกเกล้า และสะพานตากสิน ยังสามารถใช้ได้ตามปกติ นอกจากนี้ยังสามารถสอบถามเส้นทางจราจรได้ 24 ชั่วโมง โทร 1197

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจแนะเส้นทางเลี่ยง ม็อบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พรุ่งนี้

เกาะติด สถานการณ์การชุมนุม ม็อบคณะราษฎร 13 พ.ย.63

เครือข่ายคณะราษฎร "กลุ่มนักเรียนเลว" แจ้งขอจัดม็อบ14 พ.ย.นี้



ด้าน พลตำรวจตรี ปิยะ กล่าวว่า จะมีผู้ชุมนุมในพื้นที่สำคัญ 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มแรกบริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินกลาง ต่อเนื่องไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มนักเรียนเลวมีการนัดชุมนุมพรุ่งนี้ในช่วงบ่าย ยังไม่กำลังเวลาแน่นอน และมีแนวทางว่าจะเดินจากหน้ากระทรวงศึกษาธิการไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในท้องที่สน.นางเลิ้ง และสน.สำราญราษฎร์ต่อเนื่องกัน กลุ่มสองตั้งแต่เวลา 16.00-19.00 น. กลุ่มผู้หญิงปลดแอก จัดงานเฟมินิสต์ปลดแอกบริเวณแยกคอกวัว อยู่ในพื้นที่สน.ชนะสงคราม และกลุ่มที่ 3 MOB FEST จัดบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เริ่มตั้งแต่เวลา 14.00-24.00 น. ในพื้นที่สน.สำราญราษฎร์และสน.ชนะสงครามต่อเนื่องกัน ซึ่งกลุ่มนี้ได้มีการแจ้งขออนุญาตแล้ว

พลตำรวจตรี ปิยะ กล่าวว่า ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จัดผู้รับผิดชอบเหตุการณ์แบ่งออกเป็น 3 โซนใหญ่ โซนแรกบริเวณถนนราชดำเนินกลางตั้งแต่บริเวณแยกพระรูป แยกจปร. แยกมัฆวาน ไปจนถึงแยกผ่านฟ้า และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เขตพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 มีพ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รักษาการผบก.น.1 เป็นผู้ดูแลความเรียบร้อย ในพื้นที่ที่ 2 บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยรอบ ตั้งแต่ถนนราชดำเนิน จนถึงสะพานผ่านภิภพ และสนามหลวง เป็นพื้นที่รับผิดชอบของพล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 และจะมีอีกหนึ่งชุดในการแก้ไขปัญหากรณีมีผู้ชุมนุมออกนอกพื้นที่ที่ได้พูดคุยกันไว้หรอจัดการชุมนุมที่อื่น โดยมีพล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลภาพรวม ทั้งนี้ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ 34 กองร้อยดูแลความเรียบร้อย หรือประมาณ 5,100 นาย ซึ่งในเบื้องต้น จะไม่มีการวางเครื่องกีดขวาง แต่บางจุดจะมีการจัดแนวเจ้าหน้าที่ตำรวจเตือน และจะยึดหลักสิทธิเสรีภาพ ใช้มาตรการไม่รุนแรงเป็นหลัก

ขณะที่ พันตำรวจเอก กฤษณะ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝากไปยังผู้จัดการชุมนุมในวันพรุ่งนี้ ว่าการชุมนุมเป็นสิทธิของทุกคนตามกฎหมาย แต่ก่อนจะมีการชุมนุมอยากให้ศึกษาข้อกฎหมายให้ดี มีสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขตามกฎหมาย เช่น การแจ้งการชุมนุม การทำให้การชุมนุมปราศจากอาวุธ และชุมนุมด้วยความสงบ ตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้น โดยจะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่ให้อำนาจหน้าที่ไว้ โดยยึดหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์

ส่วนการชุมนุมเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่มีการชุมนุมกิจกรรมราษฎรสาสน์ ทาง พลตำรวจตรี ปิยะ เปิดเผยว่า มีการดำเนินคดีแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นคดีของ สน.สำราญราษฎร์ ฝ่าฝืน พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ มีผู้ต้องหา 14 คน และส่วนที่ 2 คดีของสน.ชนะสงคราม เกี่ยวกับพ.ร.บ. ความสะอาด ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจเขตพระนคร ได้ร้องทุกข์ โดยมีการพิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำผิดได้แล้ว 3 คน เป็นคนเอาตู้ไปรษณีย์แดงเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งเมื่อคดี พ.ร.บ. ความสะอาดเรียบร้อย จึงจะส่งหลักฐานไปยัง สน.สำราญราษฎร์ เพื่อตรวจสอบข้อความในจดหมายประกอบคดีความผิด ตาม พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะต่อไป

สำหรับกรณีที่มีการนำรถประจำทาง มาใช้กีดขวางกลุ่มผู้ชุมนุม พลตำรวจตรี ปิยะ กล่าวว่า ทุกครั้งจะมีการหารือกับตัวแทนของ ขสมก. ทุกครั้งก่อนที่จะนำมาใช้กีดขวาง และทาง ขสมก. เป็นผู้อนุญาต และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดความเสียหาย ที่ผ่านมา และเคยนำรถที่เสียหาย ไปเป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ซึ่งค่าเสียหาย หากใครเป็นผู้กระทำให้เกิดความเสียหาย ผู้นั้นจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย ส่วนวันพรุ่งนี้ จะมีการใช้รถกีดขวางอีกหรือไม่ จะต้องพิจารณาตามความเหมาะสม ยืนยันไม่ได้ปัดความรับผิดให้กลุ่มผู้ชุมนุม

สำหรับคดีในพื้นที่สน.หัวหมาก พลตำรวจตรี ปิยะ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ มีการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้กระทำผิด 11 คน พิสูจน์ทราบแล้ว 2 คน อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบบุคคลอีก 9 ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ดำเนินคดีเรียบร้อยแล้วในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย และร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง

ส่วนกรณีที่การปิดล้อมรถ ที่เข้าใจผิดว่าเป็นรถของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า พันตำรวจเอก กฤษณะ กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เบื้องต้นยังไม่มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ ส่วนความผิดเข้าข่ายข้อหาใดนั้น ต้องดูที่พฤติการณ์และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดทำให้เสียทรัพย์ และหมิ่นประมาท