16 มิถุนายน 2021

แนะหุ้นกลุ่ม GlobalPlay รับเศรษฐกิจโลกฟื้น

11 May 2021 03:30 น.
อ่าน 1,355 ครั้ง

แนะหุ้นกลุ่ม GlobalPlay รับเศรษฐกิจโลกฟื้น

เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว หุ้นกลุ่ม Global Play และ Commodity Play รับประโยชน์ หลังราคาสินค้าปรับขึ้นคึกคัก ตอบรับสหรัฐส่งสัญญาณดอกเบี้ยขาขึ้น


การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศ ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงทรงตัวในระดับสูง และมีผู้เสียชีวิตต่อเนื่อง อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจให้ชะลอตัวลงได้ ซึ่งมีหลายหน่วยงานเริ่มมีแนวโน้มปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) แต่ในทางกลับกัน มีสินค้าบางประเภทที่ราคาปรับเพิ่มขึ้น ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวขึ้น ทำให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) หลายแห่งได้รับประโยชน์และราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นตาม

ทั้งนี้การควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการกระจายวัคซีนอย่างรวดเร็วในบางประเทศทำให้เห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อย่างประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ สหรัฐอเมริกาและจีน ที่ระบบเศรษฐกิจกลับมาขับเคลื่อนได้ ส่งผลให้ไตรมาส 1 ปี 2564 เศรษฐกิจของจีนขยายตัวสูงถึง 18.3% และ เศรษฐกิจสหรัฐเองก็ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งได้ถึง 6.4% ในไตรมาสแรกปีนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุบว่า ต้นตอของวิกฤตในรอบนี้มาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานของแต่ละประเทศเอง ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาด ความสามารถในการจัดหาและกระจายวัคซีน รวมถึงประสิทธิภาพของนโยบายการเงินการคลังในการ
กระตุ้นเศรษฐกิจ

รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) อาทิ พลังงานและปิโตรเคมี กลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก และยางพารา ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในเดือนเมษายน 2564 กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ปรับเพิ่มขึ้น 7.45%, กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก เพิ่มขึ้น 45.18% และธุรกิจการเกษตร ปรับเพิ่มขึ้น 3.67%

คำแนะนำลงทุนหุ้นที่ฟื้นตัวตามราคาสินค้าที่ปรับเพิ่มขึิน



นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว เป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น จากการที่นางเจเนต เยเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ มีมุมมองเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีจากเดินหน้าฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ ซึ่งล่าสุดฉีดไปแล้วรวม 44.1% ของประชากรทั้งประเทศ หนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาเป็นปกติมากขึ้น

นอกจากนี้ นโยบายการคลังของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่มากกว่าที่ตลาดคาด รวมประมาณ 6 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 28% ของจีดีพีสหรัฐ ส่งผลให้แนวโน้มดอกเบี้ยของสหรัฐเป็นขาขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ให้แนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น เช่น นํ้ามันดิบ, นํ้าตาล, ถั่วเหลือง, กากถั่วเหลือง, ยาง เป็นต้น เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่ม Global Play และ Commodity Play

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน พบว่า ค่าระวางเรือปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 123.50% ราคานํ้ามันดิบปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 36.54% ราคานํ้าตาลปรับเพิ่มขึ้น 20.65% ราคาถั่วเหลืองปรับเพิ่มขึ้น 18.55% ราคายางแท่งปรับเพิ่มขึ้น 11.18% ราคายางแผ่นปรับเพิ่มขึ้น 1.66% และราคากากถั่วเหลือปรับเพิ่มขึ้น 0.47%


ด้านบล.บัวหลวง จำกัด ระบุว่า ราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 8 ปี มีปัจจัยหนุนจากสภาวะอากาศที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานในสหรัฐ, อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในจีนจากการเลี้ยงสัตว์ สำหรับพื้นที่การปลูกโดยรวมของสหรัฐคาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันสต๊อคถั่วเหลืองของสหรัฐในงวดการปลูกปี 2564-2565 ด้านราคานํ้ามันปาล์มปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาลในเดือนพฤษภาคม จากผลกระทบของลานีญาในมาเลเซีย ซึ่งราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นคาดว่า จะส่งผลบวกต่อราคาขายและปริมาณขายนํ้ามันถั่วเหลืองของบริษัท นํ้ามันพืชไทย จำกัด (มหาชน) (TVO) จากการเป็นสินค้าทดแทน

บล.เคทีบีเอสที จำกัด ระบุว่า คาดการณ์กำไรสุทธิบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (STGT) ไตรมาส 1 ปี 2564 อยู่ที่ 10,000 ล้านบาท มาจากราคาขายถุงมือยางเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2.29 บาทต่อชิ้น จากเดิมในไตรมาส 4 ปี 2563 อยู่ที่ 1.91 บาทต่อชิ้น โดยคาดมีปริมาณการขายถุงมือยางอยู่ที่ 7,163 ล้านชิ้น และ Gross profit margin อยู่ที่ 71.0% จากราคาวัตถุดิบนํ้ายางข้นปรับตัวเพิ่มขึ้น +5% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ กำไรสุทธิปีนี้คาดอยู่ที่ 35,582 ล้านบาท ซึ่งแนวโน้มครึ่งปีหลังคาดทรงตัวและอ่อนตัวเล็กน้อยจากไตรมาส 2 หลังมีความคืบหน้าการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 กระจายทั่วโลก

บล.คันทรี กรุ๊ประบุว่า กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น แนะนำ Global Play เชื่อว่า ยังมีโอกาส Outperform อาทิ นํ้ามัน (PTT PTTEP) ปิโตรเคมี (IVL PTTGC SCC) เดินเรือ (PSL TTA)และหาก Domestic Play อาทิ ค้าปลีก (BJC CPALL CRC) ศูนย์การค้า (CPN) โรงภาพยนตร์ (MAJOR) ปรับฐานแรงจากความกังวล COVID-19 มองเป็นโอกาสสะสมเช่นเดิมบนสมมติฐานที่เราเชื่อว่าในระยะถัดไปจะฟื้นตัวได้จากการควบคุมที่ดีขึ้นและการกระจาย Vaccine ที่สูงขึ้น 

หน้า 14  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,677 วันที่ 9 - 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend