เรื่องต้องรู้ "โควิดสายพันธุ์อินเดีย"

22 พ.ค. 2564 เวลา 8:59 น. 7.5k

แคมป์แรงงานบริษัทอิตาเลียนไทย ย่านหลักสี่ พบเชื้อโควิด19 สายพันธุ์อินเดีย (B.1.617.2) จำนวน 36 ราย ฐานเศรษฐกิจ ได้ประมวลเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับโควิดสายพันธุ์อินเดีย

สถานการณ์โควิดยังคงน่ากังวล ยอดโควิดวันนี้ 22 พ.ค.64 ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่ม 3,052 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 24 คน หายป่วยเพิ่ม 2,900 ราย ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 97,255 ราย

ขณะที่กรณีแคมป์แรงงานบริษัทอิตาเลียนไทย ย่านหลักสี่ พบเชื้อโควิด19 สายพันธุ์อินเดีย (B.1.617.2) จำนวน 36 ราย เป็นคนไทย 21 ราย คนงานชาวพม่า 10 ราย และกัมพูชา 5 ราย สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนจำนวนมาก เพราะสายพันธุ์อินเดียมีการระบาดได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อังกฤษ ส่วนความรุนแรงและจะมีผลต่อวัคซีนมากน้อยเพียงใดก็อยู่ในระหว่างการติดตามศึกษา และวินิจฉัยให้เร็ว 

"โควิดสายพันธุ์อินเดีย" เกิดการกลายพันธุ์ทั้งแบบ Double Mutant และ Triple Mutant Variant ส่งผลให้อันตรายกว่าเชื้อไวรัสโควิด19 สายพันธุ์ดั้งเดิม และด้วยการระบาดอย่างหนักในประเทศอินเดียทำให้ทั่วโลกต่างให้ความสนใจในการศึกษาเพื่อเตรียมรับมือป้องกันการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ดังกล่าว
     
สายพันธุ์อินเดียกับเรื่องที่ต้องกังวล     
•    เชื้อไวรัสสายพันธุ์อินเดีย มักแพร่กระจายลงสู่หลอดลมส่วนลึกและถุงลม ซึ่งแตกต่างจากสายพันธุ์เดิมที่แพร่กระจายในโพรงจมูกและลำคอ
•     สามารถติดเชื้อได้เร็วขึ้นและแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น
•    เชื้อไวรัสสายพันธุ์อินเดียสามารถหลีกหนีภูมิคุ้มกันจากวัคซีนได้
•    ภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการติดเชื้อตามธรรมชาติ ไม่สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสสายพันธุ์อินเดียได้ และต้องติดตามว่าส่งผลทำให้เกิดการอักเสบที่อันตรายต่อเนื้อเยื่อและทุกระบบของร่างกายมากขึ้น
•    ตรวจหาเชื้อโดยวิธีแหย่จมูก หรือที่เรียกว่า แบบ Swab หรือ RT-PCR อาจไม่แม่นยำ เพราะเชื้อชอบลงลึกถึงในปอด ทำให้แหย่จมูกไปก็ไม่เจอ และกระบวนการตรวจ RT-PCR อาจจับได้ไม่หมด เพราะรหัสพันธุกรรมเพี้ยน ดังนั้น ถ้าแพร่ไปอาจมีปัญหากับวัคซีน 
•    การคัดกรองที่เร็วที่สุด คือ การตรวจเลือดว่าติดเชื้อหรือไม่ เช่น ตรวจด้วย อีไลซา (ELISA) โรงพยาบาลมากมายก็มี และทำง่ายกว่าการแหย่จมูก ถ้าตรวจเลือดเป็นบวกโดยยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ก็ให้แยกตัวทันทีและกักตัว 14 วัน
 

ความรุนแรงของสายพันธุ์ 
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้แจงว่าอ้างอิงข้อมูลจากประเทศอังกฤษ (Public Health England) ในเรื่องสายพันธุ์อินเดีย 

  1. การแพร่กระจายโรคไม่ต่างจากสายอังกฤษ 
  2.  ความรุนแรงของโรค ยังไม่มีข้อมูลที่บ่งชี้ว่าสายพันธุ์อินเดียมีอาการรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์อังกฤษ 
  3. การไม่ตอบสนองต่อวัคซีน (ดื้อต่อวัคซีน) พบว่า สายพันธุ์อินเดียยังไม่ดื้อต่อวัคซีน โดยเฉพาะวัคซีนหลักที่กำลังจะใช้คือ แอสตราเซเนกา ยังสามารถป้องกันสายพันธุ์อินเดียและสายพันธุ์อังกฤษได้ 

วัคซีนที่ไทยมีอยู่จะป้องกันได้ไหม

  • โควิดสายพันธุ์อินเดียแพร่เชื้อได้เร็วเหมือนกับสายพันธุ์อังกฤษ ระบาดมากทั้งในอินเดียและหลายประเทศ แต่ยังไม่มีผลกับยารักษา และวัคซีนป้องกันโควิด ยังสามารถใช้ได้ปกติ
  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวยืนยันว่า วัคซีนที่นำมาฉีดในประเทศไทยทั้งแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวกนั้น ทีมแพทย์ให้ความมั่นใจว่าทั้ง 2 ชนิด ยังป้องกันการหนักและป้องกันการเสียชีวิตได้เมื่อติดโควิดสายพันธุ์ต่าง ๆ
  • นายบอรีส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ก็แถลงข่าวยืนยันว่า วัคซีนที่อังกฤษใช้คือ แอสตราเซเนกา สามารถป้องกันสายพันธุ์อินเดียได้
  • ขณะที่กรมควบคุมโรคยืนยันว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ป้องกันโควิดสายพันธุ์อินเดียได้ ส่วนซิโนแวคยังไม่มีรายงาน

แนวทางการควบคุมพื้นที่แคมป์คนงานเขตหลักสี่ 

  1. ไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน
  2.  จัดการดูแลสุขอนามัยของผู้ที่อยู่ในแคมป์
  3.  ส่งมอบอาหาร 
  4.  จัดทีมแพทย์ดูแลรักษาเบื้องต้นแก่ผู้ติดเชื้อที่อยู่ภายใน  
  5. หากพบผู้มีอาการป่วยจะนำส่งโรงพยาบาลต่อไป

แนวทางการดูแลแคมป์คนงานก่อสร้างอื่นๆ 
1.    แคมป์คนงานก่อสร้างที่อยู่ในพื้นที่เดียวกับสถานที่ก่อสร้าง หากพบผู้ติดเชื้อให้ดำเนินการควบคุมพื้นที่เช่นเดียวกับแคมป์คนงานเขตหลักสี่ โดยผู้ที่อยู่ภายในยังสามารถทำงานได้ตามปกติ 

2.    แคมป์คนงานก่อสร้างที่ไม่ได้อยู่พื้นที่เดียวกับสถานที่ก่อสร้าง 
•    ให้กักตัวผู้ที่ติดเชื้อในพื้นที่แคมป์ซึ่งเจ้าของต้องจัดให้เหมาะสม ภายใต้การดูแลของสำนักงานเขตและสำนักอนามัย
•    ผู้ที่ไม่ติดเชื้อที่ต้องเดินทางไปทำงานจะต้องแจ้งเส้นทางการเดินทางต่อเขตต้นทางและปลายทาง โดยจะต้องไม่จอดหรือหยุดพักระหว่างทาง และปฏิบัติตามมาตรการอื่นๆที่กำหนดอย่างเคร่งครัด พร้อมกันนี้ สำนักอนามัยจะจัดทีมลงพื้นที่เสี่ยงเพื่อตรวจค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 ก.ย. หมุนเวียน 6 กลุ่มเขต เพื่อลดการเดินทางของประชาชนให้ได้มากที่สุด

คำแนะนำจากแพทย์
•    ควรป้องกันตนเองด้วยการเข้ารับวัคซีนโควิดโดยเร็ว 
•    มีวินัย และการ์ดไม่ตกทั้งต่อบุคคลและสังคมอย่างเคร่งครัด
 

ที่มา : กรมควบคุมโรค 

Yong Poovorawan

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

"โควิดสายพันธุ์อินเดีย" ต้องเร่งควบคุมก่อนสร้างปัญหาใหญ่
กางแผนฉีด"วัคซีนโควิด” 11 จังหวัดจบ ส.ค. 64 ที่ไหนบ้างเช็กเลย

ดีป้า ชู ‘HACKaTHAILAND’

23 พ.ค. 2565 เวลา 11:49 น.