เคลียร์ค่าโดยสาร “รถไฟฟ้าสายสีเขียว” เปิด 6 ข้อเสนอ สภาคุ้มครองผู้บริโภค ชงครม.

09 ก.พ. 2564 | 04:43 น.

สภาองค์กรผู้บริโภค เดินหน้ายื่น 6 ข้อเสนอชงครม.แก้ปัญหาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว เคลียร์สัญญาสัมปทาน หวังลดภาระประชาชนผู้ใช้บริการ หลังกทม.ยกเลิกเก็บค่าโดยสาร 104 บาท

นางสาวสารี  อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรผู้บริโภค เปิดเผยถึงกรณีที่กรุงเทพมหานครประกาศเก็บอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว 104 บาท ว่า ตามที่พล...อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเพมหานคร ได้ออกประกาศกรุงเทพมหานครเลื่อนการจัดเก็บอัตราค่าโดยสารถไฟฟ้าสายสีเขียว พร้อมส่วนต่อขยายในอัตราสูงสุด 104 บาท ที่จะบังคับใช้ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ โดยให้เหตุผลได้รับนโยบายจากรัฐบาลให้พิจารณาทบทวนคำโดยสารให้คำนึงถึงภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและภาระของกรุงเทพมหานครให้เกิดความเหมาะสมในสถานการณ์การแพรระบาดของโรค โควิด-19

“สภาองค์กรของผู้บริโภค ในฐานะผู้แทนผู้บริโภคทุกคน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในทุกด้านตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่ให้นโยบายสั่งเลื่อนการเก็บค่าโดยสาร 104 บาท ระการกำหนดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายของผู้ว่าราชการกรุงเทพฯเป็นราคาที่ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภคตมมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ กำหนดราคาแต่เพียงลำพัง ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นขององค์กรผู้บริโภค หน่วยงานต่าง ๆ หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวซ้องกับเรื่องนี้รวมทั้งขัดต่อกฎหมายมาตรา 96 ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ที่กำหนดไว้ว่า ในกรณีจำเป็น กรุงผมหานครอาจมอบอำนาจให้เอกชนกระทำกิจการ ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทหมหานครและเรียกเก็บค่าธรรมเนียม คำบริการหรือคำตอบแทนที่เกี่ยวข้องแทนกรุงเทพมหานครได้ แต่ต้องได้รับความเห็นรอบจากสภากรุงเทพมหานคร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเสียก่อน”

ทั้งนี้ประชาชน ผู้บริโภค มีข้อกังขาเกี่ยวกับสัญญาที่เสียเปรียบของกรุงเทพมหานครในการจ้างเดินรถ จนทำให้เป็นหนี้ที่มากกว่าควรจะเป็นและไม่ได้ประโยชนกการพัฒนาสถานีรถไฟฟ้า การโฆษณาบนรถไฟฟ้า เพื่อนำมาใช้ในการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า

นางสาวสารี  กล่าวต่อว่า ทางสภาฯ ขอเสนอแนะนโยบายเกี่ยวกับการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคในการใช้บริการรถไฟฟ้าต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีข้อเสนอระยะสั้นและระยะยาวดังนี้

สำหรับข้อเสนอเร่งด่วน

1.ขอให้นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กรุงเทพมหานครเปิดเผยสัญญาการให้บริการรับจ้างวิ่งรับส่งผู้โดยสารในส่วนต่อขยายที่เป็นสัญญาสัมปทานหลัก และยืนยันการเก็บค่าโดยสารส่วนต่อขยายทุกเส้นตลอดสายอีกเพียง 15 บาท รวมไม่เกิน 59 บาท 44 บาทตามสัญญาสัมปทานเดิมและส่วนต่อขยาย 15 บาท พร้อมเปิดเผยข้อมูล ข้อเท็จจริง พื้นฐานรายได้ โครงสร้างหนี้ หรือ รายละเอียดกับสภาองค์กรของผู้บริโภคหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น การพิจารณาต่อสัญญาสัมปทานหลักสายสีเขียว หรือ สัญญาการให้บริการรับจ้างวิ่งรับส่งผู้โดยสารในส่วนต่อขยายที่เป็นสัญญาสัมปทานหลัก หรือ การขึ้นราคาในส่วนต่อขยาย เป็นต้น

2.ขอให้กำหนดเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ว่า บริการรถไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของบริการขนส่งมวลชนที่ทุกคนต้องขึ้นได้ และเร่งดำเนินการให้มีการกำหนดราคาที่เป็นธรรมกับผู้บริโภค โดยกำหนดค่าบริการขนส่งมวลชน ไม่เกินร้อยละ 10% ของรายได้ขั้นต่ำหรือเพดานค่าใช้จ่ายสูงสุดในการใช้บริการขนส่งมวลชนต่อวันของประชาชน ในการดำเนินดังกล่าวขอให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะทำงานที่มีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยต้องมีเป้าหมายในการกำหนดราคาสูงสุดของบริการรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อทั้งระบบ เนื่องจากปัจจุบันมีรถไฟฟ้าให้บริการจำนวน 6 สาย และจะมีทั้งหมดไม่น้อยกว่า 34 สายในอนาคต

3.ขอให้ชะลอการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสีเขียวและสายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเร่งกำหนดราคาสูงสุดในการใช้บริการรถไฟฟ้าในการเดินทาง เพราะหากไม่มีการดำเนินการใดๆ ผู้บริโภคต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงถึง 107 บาท หากต้องการเดินทางจากบางใหญ่มายังสยามสแควร์ในปัจจุบัน หรือถึงแม้รัฐบาลจะยกเว้นค่าบริการแรกเข้าในการใช้บริการรถไฟฟ้าในอนาคต ค่าบริการรถไฟฟ้าก็ยังมีราคาแพง เช่น สูงถึง 99 บาทจากมีนบุรีมายังสยามสแควร์

ขณะที่ข้อเสนอระยะยาว

1.ขอให้คิดค่าโดยสารตลอดสายไปกลับไม่เกิน 33 บาทต่อวัน หรือร้อยละ 10 ของรายได้ขั้นต่ำต่อวันและมีการบริหารจัดการตัวร่วมของรถไฟฟ้า

2.ขอให้เร่งดำเนินการการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมของบริการขนส่งมวลชนทุกประเภท ได้แก่ บริการรถไฟฟ้า รถเมล์ เรือโดยสาร เป็นต้น

3.ขอให้เร่งดำเนินการกำหนดค่าโดยสารสูงสุดต่อวันของทั้งระบบบริการขนส่งมวลชน ได้แก่ บริการรถไฟฟ้า รถเมล์ เรือโดยสาร เป็นต้น

อย่างไรก็ตามสภาฯ ตระหนักถึงภาระค่าใช้ง่ายของผู้บริโภคและวิกฤติสภาพอากาศ (PM 25) ขอให้รัฐมีมาตรการราคาที่เข้าถึงได้ทุกคน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น ทำให้บริการรถไฟฟ้าเป็นบริการขนส่งมวลชนของประชาชนทุกคน โดยปัจจุบันคนส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว 43% ใช้รถมอเตอร์ไชต์ 26% และใช้บริการรถขนส่งสาธารณะเพียง 24% ประกอบด้วย  รถโดยสาร 15.96% รถแท็กซี่ 4.2% ระบบรางหรือรถไฟฟ้าเพียง 2.68% รถตู้ 1.28% เรือ 0.28%

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนกรุงมีเฮ ขึ้นรถไฟฟ้าสายสีเขียวไม่เกิน 59 บาท

งานเข้า บีทีเอส ร่อนหนังสือทวงหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว หลังกทม.ชิ่งกว่า 8.8 พันล้าน

กทม.ยันเก็บค่าตั๋ว 65 บาท ‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว’ 16 ม.ค.

ส่อง รถไฟฟ้ายุคโควิด-19 “คนหาย-รายได้หด” เท่าไหร่

มองรถไฟฟ้าไทย เทียบค่าโดยสารทั่วโลกใครแพงกว่า