ด่วน ครม.เห็นชอบ "คนละครึ่งเฟส 3 - ยิ่งใช้ยิ่งได้" แพคเกจเยียวยาโควิด 4 โครงการ 

01 มิ.ย. 2564 เวลา 5:38 น.15.7k

ที่ประชุมครม. เห็นชอบ แพคเกจมาตรการ "เยียวยาโควิด"จำนวน 4 โครงการ "คนละครึ่งเฟส 3 - ยิ่งใช้ยิ่งได้ เติมเงินบัตรคนจน และเติมเงินเราชนะ กลุ่มช่วยเหลือพิเศษ"

วันที่ 1 มิ.ย. 64 ที่ประชุมครม.มีมติ เห็นชอบมาตรการเยียวยาโควิด 4 โครงการ ได้แก่ คนละครึ่งเฟส 3 ยิ่งใช้ยิ่งได้ เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และเราชนะให้กับกลุ่มช่วยเหลือพิเศษ ได้แก่

1. โครงการเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.65 ล้านคน เดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน (ก.ค.-ธ.ค.64) รวมคนละ 1,200 บาท วงเงินรวม 1.64 หมื่นล้านบาท

2. โครงการเติมเงินให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่น ผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ผู้พิการ และผู้สูงอายุจากโครงการเราชนะ 2.5 ล้านคน เดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน (ก.ค.-ธ.ค.64) รวมคนละ 1,200 บาท ใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท

3. โครงการคนละครึ่งเฟส 3 หรือ ระยะ 3 ให้วงเงินคนละ 3,000 บาท นาน 6 เดือน จำนวน 31 ล้านคน โดยแบ่งเป็นให้ช่วงแรกเดือน ก.ค. - ก.ย.64 จำนวน 1,500 บาท และเดือน ต.ค. - ธ.ค. 64 อีก 1,500 บาท วงเงินรวมกว่า 93,000 ล้านบาท

4 .โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ กระตุ้นการบริโภคในประเทศผ่านผู้ที่มีกำลังซื้อ โดยผู้ที่เข้าร่วมและใช้เงินตามเงื่อนไขจะได้รับอีวอชเชอร์คืนผ่านแอพฯเป๋าตัง ในอัตรา 10-15% สูงสุดไม่เกินคนละ 7,000 บาท เพื่อนำไปใช้จ่าย โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 4 ล้านคน ใช้งบ 2.8 หมื่นล้านบาท

ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 1 มิ.ย. 64 อนุมัติโครงการ “คนละครึ่ง” ระยะที่ 3 หรือ คนละครึ่งเฟส 3 กรอบวงเงิน 93,000 ล้านบาท และโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” กรอบวงเงิน 28,000 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

โครงการ “คนละครึ่ง” ระยะที่ 3

เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน 31 ล้านคน เป็นค่าใช้จ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่มและสินค้าและบริการทั่วไป โดยรัฐสนับสนุนร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่าย หรือไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน

โดยประชาชนจะได้รับการเติมเงินใน แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แบ่งเป็น 2 รอบ ๆ ละ 3 เดือน ( ก.ค. - ก.ย.64) และ (ต.ค. - ธ.ค. 64)   ซึ่งจะได้รับสิทธิรอบละ 1,500 บาท รวมได้รับสิทธิ 3,000 บาท ระยะเวลาดำเนินการรับสิทธิได้ตั้งแต่มิถุนายน - ธันวาคม 2564 หรือจนกว่าสิทธิจะเต็ม โดยสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่กรกฎาคม - ธันวาคม 2564  

คาดว่าจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 186,000 ล้านบาท ส่งผลให้ GDP ขยายตัวร้อยละ 0.55

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังเผยว่า ที่ผ่านมามีผู้ได้รับสิทธิแล้วจำนวน 15 ล้านสิทธิ์ เมื่อกดยืนยันรับสิทธิ จะได้รับสิทธิอัตโนมัติ และจะเปิดให้มีการลงทะเบียนสำหรับผู้ต้องการรับสิทธิเพิ่มเติมอีก 16 ล้านคนในเร็วๆ นี้  

โดยคุณสมบัติ คือ

สัญชาติไทยที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป  

มีบัตรประจำตัวประชาชน

ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

หรือไม่ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

หรือไม่ใช้สิทธิโครงการ “ยิ่งใช้ยิงได้”  

สำหรับผู้ประกอบการที่จะได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายของประชาชนจะเป็น  4 กลุ่มหลัก ได้แก่

(1) ผู้ประกอบการร้านอาหาร/เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป

(2) ผู้ประกอบการบริการ

(3) ผู้ประกอบการประเภทบริการด้านขนส่งสาธารณะ

(4) ผู้ประกอบการประเภทบริการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ
 
“โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้”

เป็นการสนับสนุนวงเงินสิทธิในรูปแบบบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Voucher) เมื่อซื้อสินค้าและบริการ ได้แก่

  • อาหาร
  • เครื่องดื่ม
  • สินค้าทั่วไป ไม่รวมสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ
  • บริการนวด/สปา/ทำผมทำเล็บ และบริการอื่นตามที่กำหนด

โดยจำกัดวงเงินใช้จ่ายสูงสุดที่จะนำมาคำนวณสิทธิ์ e-Voucher ไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน และไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน และจะได้รับสิทธิ e-Voucher สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคนเพื่อนำไปใช้ต่อ ซึ่งในรายละเอียดนั้นทางกระทรวงการคลังจะชี้แจงเพิ่มเติมต่อไป

สำหรับกลุ่มเป้าหมายจะเป็นประชาชนไม่เกิน 4 ล้านคน โดยมีคุณสมบัติคือ

  • เป็นประชาชนสัญชาติไทยมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • ไม่ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
  • หรือไม่ใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่ง” ระยะที่ 3  

เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศผ่านผู้มีกำลังซื้อและสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยกระทรวงการคลังคาดว่าจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 268,000 ล้านบาท ช่วย GDP ขยายตัวร้อยละ 0.80 ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง