8 พฤษภาคม 2021

"สุริยะ" ทุ่มกว่า 560 ล้านแจกของขวัญปีใหม่ผู้ประกอบการ

25 Dec 2020 10:20 น.
อ่าน 394 ครั้ง

"สุริยะ" ทุ่มกว่า 560 ล้านแจกของขวัญปีใหม่ผู้ประกอบการ

"สุริยะ" ทุ่มเงินกว่า 560 ล้านบาทแจกของขัญปีใหม่ให้กับผู้ประกอบการตามโครงการ 4 ด้าน


นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงาน เร่งพิจารณาแผนงาน/โครงการในความรับผิดชอบที่สมควรจะดำเนินการเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2564 ให้แก่ประชาชนดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา และให้นำเสนอแผนงาน/โครงการดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยด่วน เพื่อพิจารณาความเหมาะสมและสอดคล้องในภาพรวม กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบการและผู้ประกอบการ จึงได้จัดของขวัญปีใหม่เพื่อมอบให้ประชาชนและผู้ประกอบการ

ทั้งนี้  เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระต้นทุนเนื่องในโอกาสปีใหม่ 64 โดยจัดโครงการต่างๆ แบ่งเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านการลดภาระ ลดต้นทุนผู้ประกอบการ ได้แก่ 1.1การยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนเครื่องจักรโดยขณะนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) อยู่ระหว่างการจัดทำกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องจักร  พ.ศ. ...  โดยเป็นการยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องจักรตามพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514 ให้เป็นระยะเวลาหนึ่งปี

มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 15 วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาร่างกฎกระทรวงได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 และผ่านการตรวจพิจารณาโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้แจ้งเรื่องกลับมายังกรมโรงงานอุตสาหกรรม เตรียมนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมลงนามในกฎกระทรวง และนำไปออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

"สุริยะ" ทุ่มกว่า 560 ล้านแจกของขวัญปีใหม่ผู้ประกอบการ

“กระทรวงอุตสาหกรรม ประมาณการว่าจะสูญเสียรายได้จากการยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องจักรในครั้งนี้ประมาณ 2 ล้านบาท”

1.2ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต มอก./ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและบริการ ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม อาทิ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต มอก. ค่าตรวจโรงงาน ค่าใช้จ่ายการตรวจติดตามผลหลังการอนุญาต ค่าธรรมเนียมและค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใบรับรอง ยกเว้นค่าแปลใบอนุญาต/ใบรับรอง ค่าทดสอบผลิตภัณฑ์ มอก. S เป็นต้น ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่ 10 ตุลาคม 2563 จนถึง 30 เมษายน 2564 โดยคิดเป็นมูลค่าที่ได้รับการยกเว้นทั้งหมด กว่า 111 ล้านบาท



1.3ลดค่าบริการการใช้ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางเคมี ของสถาบันอาหาร โดยลดค่าบริการการใช้ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางเคมี (โลหะหนัก สารหนู ปรอท ยาฆ่าแมลง) จุลชีววิทยา เชื้อก่อโรคที่อาจปนเปื้อนมาในอาหาร /บริการสอบเทียบเครื่องมือวัด ลด 25% จำนวน 250 สิทธิ์ สำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร ร้านอาหารขนาดเล็ก

1.4มาตรการกระตุ้นการใช้พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพลดหย่อนภาษี 1.25 เท่า โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ด้วยการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 1.25 เท่า สำหรับผู้ซื้อผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ซื้อคนแรกสามารถนำรายงานการซื้อสินค้า ใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่ม และใบรับรองผลิตภัณฑ์ฯ จาก สศอ. ยื่นขอลดหย่อนภาษีได้

1.5แจกซอฟแวร์ฟรีสำหรับเอสเอ็มอีไทย โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จำนวน 29 โปรแกรม ให้ใช้ 6 เดือน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ สนับสนุนการใช้ Business Software and Application  เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจอุตสาหกรรม 

,2.ด้านการเสริมสภาพคล่องการดำเนินธุรกิจ ด้วยการปล่อยสินเชื่อ ประกอบด้วย 2.1สินเชื่อ“เสริมพลัง สร้างอนาคต SME ไทย” วงเงิน 1,000 ล้านบาท ของกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ สำหรับ SMEs เพื่อลงทุน ขยาย ปรับปรุง กิจการ หรือเป็นทุนหมุนเวียนสภาพคล่อง กรอบวงเงิน 1 พันล้านบาท วงเงินสินเชื่อ สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา ระยะเวลากู้สูงสุด ไม่เกิน 7 ปี กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มอุตสาหกรรม ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เครื่องมือทางการแพทย์ หุ่นยนต์/เครื่องจักรอัตโนมัติ ท่องเที่ยว และ Tech Startup โดยผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ

2.2สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) โดยต้องยื่นคำขอภายใน 31 มีนาคม 2564  ลูกค้ารายเดิม 1. สำหรับลูกหนี้เดิมที่ชำระเงินปกติ พักชำระเงินต้น ไม่เกิน 12 เดือน (โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ย) และขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ ไม่เกิน 12 เดือน  ,2.สำหรับลูกหนี้เดิมที่ค้างชำระไม่เกิน 3 งวด พักชำระเงินต้น ไม่เกิน 6 เดือน (โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ย) และขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ ไม่เกิน 6 เดือน


ส่วนลูกค้ารายใหม่ (สำหรับอุตสาหกรรมรายย่อย ในวงเงิน 100,000 บาท ขึ้นไป) 1.ได้สิทธิพักชำระเงินต้น ไม่เกิน 6 เดือน (โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ย) 2.อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี และ3.สำหรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมฝึกอบรม หลักสูตร TPS และ TOYOTA KARAKURI KAIZE และ หลักสูตร SMART FACTORY SOLOTION for SMEs 4.0 กับทาง กสอ. มอบสิทธิพิเศษด้านการเงินกับสินเชื่อรายเล็ก Extra Cash และ สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน โดยรับสิทธิพิเศษจาก SME D Bank

2.3สินเชื่อ “จ่ายดี มีเติม” โดย SME D BANK สำหรับลูกค้าเดิมที่มีประวัติชำระหนี้ดีจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563  SME D Bank เติมทุนเสริมสภาพคล่องให้เพิ่มเติม สูงสุดเท่ากับวงเงินสินเชื่อเดิม และขยายเวลาพักชำระหนี้สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย

,3.การยกระดับผู้ประกอบการ โดยศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ด้วยบริการฟรีออกแบบบรรจุภัณฑ์ ฉลาก สติกเกอร์ พร้อมจัดทำต้นแบบ พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำกลยุทธ์และเทคนิคการตลาดออนไลน์ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ อาทิ 3.1บริการประเมินและวินิจฉัยเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยสถาบันไทย-เยอรมัน  เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยการเข้าประเมินที่โรงงาน และให้การวินิจฉัยและคำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 1 Man/Day โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
              และ4.การดูแลเกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศ  ประกอบด้วย 4.1โครงการเพื่อเกษตรกรชาวไร่อ้อยจัดซื้อเครื่องสางใบอ้อยมาให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้ยืม ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือชาวไร่อ้อยในการตัดอ้อยสด ซึ่งสามารถติดต่อขอยืมได้ที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลทรายภาคที่ 1-4 และขยายระยะเวลาชำระคืนหนี้เงินกู้ของโครงการส่งเสริมสินเชื่อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจรปี 2562-2564 และพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 1 ปี

4.2โครงการเหมืองแร่ปลอดภัย ห่วงใยประชาชนปีที่ 4 โดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพของประชาชน ตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถตรวจสุขภาพประชาชนโดยรอบสถานประกอบการเหมืองแร่ได้ไม่น้อยกว่า 30,000 คน พร้อมมอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียนให้กับชุมชนรอบเหมือง

และ4.3ระบบประเมินคุณภาพผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (e-QR) โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ว่า สินค้าดี มีคุณภาพและได้มาตรฐานหรือไม่ พร้อมทั้งสามารถให้ข้อคิดเห็นหรือร้องเรียนในกรณีที่สินค้าไม่เป็นไปตามมาตรฐานได้

"สุริยะ" ทุ่มกว่า 560 ล้านแจกของขวัญปีใหม่ผู้ประกอบการ  

"สุริยะ" ทุ่มกว่า 560 ล้านแจกของขวัญปีใหม่ผู้ประกอบการ

"สุริยะ" ทุ่มกว่า 560 ล้านแจกของขวัญปีใหม่ผู้ประกอบการ

"สุริยะ" ทุ่มกว่า 560 ล้านแจกของขวัญปีใหม่ผู้ประกอบการ

"สุริยะ" ทุ่มกว่า 560 ล้านแจกของขวัญปีใหม่ผู้ประกอบการ

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend