สตช.พบจนท.การเงินพัวพันทุจริตเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 

26 ต.ค. 2563 | 07:58 น.

“จเรตำรวจ”เปิดผลสอบทุจริตเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 ระดับนครบาล-ตำรวจภูธรภาค 1-9 พบผู้กระทำผิดเป็นจนท.การเงิน  ทั้งโอนให้กับผู้ไม่มีสิทธิ์-ผู้มีสิทธิ์แต่ถูกถอนออก 

 

กรณีตำรวจชั้นผู้น้อยร้องเรียนถูกอมเบี้ยเลี้ยงภารกิจป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19  เรื่องนี้ทำให้ทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้สั่งให้ทุกหน่วยดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานผลกลับมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)  โดยให้ทางจเรตำรวจรวบรวมข้อมูลตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น 


วันนี้(26 ต.ค.63)  พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ได้เรียกประชุม จเรตำรวจระดับกองบัญชาการ จาก กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1-9 มารายงานผลการตรวจสอบ ปมทุจริตเบี้ยเลี้ยงโควิด 19 ที่สำนักงานจเรตำรวจ ถนนรามอินทรา โดยภายหลังจากการประชุม นานกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที พลตำรวจเอก วิสนุ ได้เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบ ซึ่งมีแนวโน้มพบว่ามีหลายแห่งที่เข้าข่ายกระทำผิดจริง

 

 

“เรามีเส้นทางการเงินที่ชัดเจน จะมอบอำนาจให้คนอื่นโอนไม่ได้ โดยผู้กระทำผิดส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่การเงินที่กระทำเป็นรายบุคคลทั้งหมด ยังไม่ใช่เครือข่าย บางแห่งอาจจะทุจริตทั้งจังหวัด บางแห่งอาจจะเฉพาะโรงพัก ซึ่งกำลังตรวจสอบว่าเป็นการจงใจหรือเกิดจากข้อผิดพลาด สำหรับในนครบาลต้องดูว่ามีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจในม็อบหรือไม่ ทั้งนี้ มีโรงพักที่ร้องเรียนมาไม่ถึงสิบแห่ง ยังมีหน่วยอื่นๆ ที่ยังไม่ได้ร้องเรียนเข้ามา แต่ก็ต้องตรวจสอบย้อนหลังทั้งหมดเช่นกัน”  


จเรตำรวจ กล่าวด้วยว่า สำหรับขั้นตอนการสืบสวนข้อเท็จจริง ระเบียบ กตร.กำหนดเวลาทำงานใน 60 วัน หรือเร็วกว่านั้น หากไม่ทันก็ขยายเวลาให้ผู้ถูกกล่าวหา หาเหตุผลมาหักล้าง และตั้งกรรมการตรวจสอบว่าผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่ ซึ่งโทษสูงสุดคือสั่งปลดออกจากราชการ และคดีอาญาก็ต้องยื่นเรื่องไปถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)

 

พล.ต.อ.วิสนุ ระบุว่า รายงานผลการประชุมพบว่ามีการดำเนินการไม่ตามระเบียบในหลายหน่วยงานทั้งในระดับตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 คือ โอนให้กับผู้ไม่มีสิทธิ์ หรือโอนให้ผู้ที่มีสิทธิ์แล้วถอนออกมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้สั่งให้ดำเนินคดีผู้กระทำผิดทุกราย พร้อมตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ยืนยันว่าตำรวจที่ทำงานตั้งด่านต้องได้เงินเต็มตามจำนวนหมดทุกหน่วย

 

เมื่อแยกความผิดตามท้องที่ พบว่าภูธรภาค 1 มีที่ จ.สระบุรี นนทบุรี ซึ่งตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนแล้ว ภาค 3 มี จ.สุรินทร์ ภาค4 จ.เลย สภ.ท่าลี่ และอื่นๆ จ.ขอนแก่น สภ.มัญจาคีรี จ.มหาสารคาม ภาค 5 จ.เชียงราย ภาค 6-7 ยังไม่พบ ภาค 8 สภ.ทุ่งสง สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต สั่งภาคทัณฑ์ ภาค 9 จ.พัทลุง โดยระเบียบ กตร.กำหนดเบี้ยเลี้ยงให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกชั้นยศชั่วโมงละ 60 บาท ไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน ตามหลักต้องโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของเจ้าหน้าที่โดยตรง หากโอนไปบัญชีอื่นใดก็ผิดหมด