26 กุมภาพันธ์ 2020
- WWW.SETTRADE.COM -  SET  1,439.10  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET50  967.92  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET100  2,120.87  -  -         Value  -  Mil.Baht         sSET  611.67  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETCLMV  846.56  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETHD  1,030.68  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETTHSI  887.81  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETWB  890.55  -  -         Value  -  Mil.Baht         mai  282.04  -  -         Value  -  Mil.Baht             AGRO  411.69  -  -       AGRI  149.46  -  -       FOOD  11,955.84  -  -           CONSUMP  86.99  -  -       FASHION  568.53  -  -       HOME  21.81  -  -       PERSON  209.67  -  -           FINCIAL  156.94  -  -       BANK  379.22  -  -       FIN  4,609.16  -  -       INSUR  10,099.37  -  -           INDUS  87.40  -  -       AUTO  360.64  -  -       IMM  45.36  -  -       PAPER  2,700.61  -  -       PETRO  813.39  -  -       PKG  2,808.30  -  -       STEEL  20.24  -  -           PROPCON  111.00  -  -       CONMAT  8,599.83  -  -       PROP  224.11  -  -       PF&REIT  229.53  -  -       CONS  66.42  -  -           RESOURC  205.37  -  -       ENERG  23,426.15  -  -       MINE  4.24  -  -           SERVICE  441.83  -  -       COMM  34,019.27  -  -       HELTH  4,995.01  -  -       MEDIA  42.58  -  -       PROF  143.98  -  -       TOURISM  379.86  -  -       TRANS  360.57  -  -           TECH  155.39  -  -       ETRON  1,298.13  -  -       ICT  150.47  -  -       TFEX       SET50 Index Futures       S50G20  -  -  -        S50H20  -  -  -        S50J20  -  -  -        S50M20  -  -  -        S50U20  -  -  -        S50Z20  -  -  -      Sector Index Futures       BANKH20  -  -  -        COMMH20  -  -  -        ENERGH20  -  -  -        FOODH20  -  -  -        ICTH20  -  -  -      Single Stock Futures       AAVH20  -  -  -        ADVANCH20  -  -  -        AEONTSH20  -  -  -        AMATAH20  -  -  -        AOTH20  -  -  -        APH20  -  -  -        BAH20  -  -  -        BANPUH20  -  -  -        BAYH20  -  -  -        BBLH20  -  -  -        BCHH20  -  -  -        BCPH20  -  -  -        BCPGH20  -  -  -        BDMSH20  -  -  -        BEAUTYH20  -  -  -        BECH20  -  -  -        BEMH20  -  -  -        BGRIMH20  -  -  -        BHH20  -  -  -        BJCH20  -  -  -        BLAH20  -  -  -        BLANDH20  -  -  -        BTSH20  -  -  -        CBGH20  -  -  -        CENTELH20  -  -  -        CHGH20  -  -  -        CKH20  -  -  -        CKPH20  -  -  -        COM7H20  -  -  -        CPALLH20  -  -  -        CPFH20  -  -  -        CPNH20  -  -  -        DELTAH20  -  -  -        DTACH20  -  -  -        EAH20  -  -  -        EGCOH20  -  -  -        EPGH20  -  -  -        ERWH20  -  -  -        ESSOH20  -  -  -        GFPTH20  -  -  -        GLOBALH20  -  -  -        GPSCH20X  -  -  -        GULFH20  -  -  -        GUNKULH20X  -  -  -        HANAH20  -  -  -        HMPROH20  -  -  -        ICHIH20  -  -  -        INTUCHH20  -  -  -        IRPCH20  -  -  -        ITDH20  -  -  -        IVLH20  -  -  -        JASH20  -  -  -        KBANKH20  -  -  -        KCEH20  -  -  -        KKPH20  -  -  -        KTBH20  -  -  -        KTCH20  -  -  -        LHH20  -  -  -        LPNH20  -  -  -        MAJORH20  -  -  -        MEGAH20  -  -  -        MINTH20  -  -  -        MTCH20  -  -  -        ORIH20  -  -  -        PLANBH20  -  -  -        PRMH20  -  -  -        PSHH20  -  -  -        PSLH20  -  -  -        PTGH20  -  -  -        PTTH20  -  -  -        PTTEPH20  -  -  -        PTTGCH20  -  -  -        QHH20  -  -  -        RATCHH20  -  -  -        ROBINSH20X  -  -  -        RSH20  -  -  -        SH20  -  -  -        SAMARTH20  -  -  -        SAWADH20X  -  -  -        SCBH20X  -  -  -        SCCH20  -  -  -        SGPH20  -  -  -        SIRIH20  -  -  -        SPALIH20  -  -  -        SPCGH20  -  -  -        SPRCH20  -  -  -        STAH20  -  -  -        STECH20  -  -  -        STPIH20  -  -  -        SUPERH20  -  -  -        TASCOH20  -  -  -        TCAPH20X  -  -  -        THAIH20  -  -  -        THANIH20  -  -  -        THCOMH20  -  -  -        TISCOH20  -  -  -        TKNH20  -  -  -        TMBH20X  -  -  -        TOPH20  -  -  -        TPIPLH20  -  -  -        TRUEH20  -  -  -        TTAH20  -  -  -        TTCLH20  -  -  -        TTWH20  -  -  -        TUH20  -  -  -        TVOH20  -  -  -        UNIQH20  -  -  -        VGIH20  -  -  -        VNGH20  -  -  -        WHAH20  -  -  -      GF10 Futures       GF10G20  24,950  +80  2,481        GF10J20  25,070  +70  6,924        GF10M20  25,130  +60  3,448      GF50 Futures       GFG20  24,860  -90  51        GFJ20  24,940  -80  144        GFM20  25,010  -90  33      Gold Online Futures       GOH20  1,654.50  -0.10  32,351      GOLD-D       GDH20  1,659.90  -21.43  4      USD Futures       USDG20  -  -  -        USDH20  -  -  -        USDJ20  -  -  -        USDM20  -  -  -      BB3 Futures       BB3H20  -  -  -        BB3M20  -  -  -      TGB5 Futures       TGB5H20  -  -  -        TGB5M20  -  -  -      RSS3 Futures       RSS3G20  -  -  -        RSS3H20  -  -  -        RSS3J20  -  -  -        RSS3K20  -  -  -        RSS3M20  -  -  -        RSS3N20  -  -  -        RSS3Q20  -  -  -      RSS3D Futures       RSS3DG20  -  -  -        RSS3DH20  -  -  -        RSS3DJ20  -  -  -        RSS3DK20  -  -  -        RSS3DM20  -  -  -        RSS3DN20  -  -  -        RSS3DQ20  -  -  -      Index Options       Most Active Call Volume     Most Active Put Volume         

"มารีนไทย"คว้าบริหารท่าเรือมาบตาพุด 10 ปี

16 Jan 2020
อ่าน 525 ครั้ง
กนอ. ลงนามสัญญาจ้าง 10 ปี ให้บริษัท มารีนไทย กรุ๊ป จำกัด รับผิดชอบดูแลการพัฒนาศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถของท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดให้ก้าวสู่เป็นท่าเรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่และทันสมัยระดับโลก

นางสาวสมจิณณ์  พิลึก  ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.ได้ลงนามในสัญญาจ้างบริหารจัดการท่าเรือฯ มาบตาพุดกับบริษัท มารีนไทย กรุ๊ป จำกัด ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจสถาบันการศึกษาและฝึกอบรมและบริหารจัดการคนประจำเรือ กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมอู่ต่อ-ซ่อมเรือ อุปกรณ์เรือ และกลุ่มธุรกิจให้บริการรับจ้างเหมาบริหารจัดการท่าเรือสำหรับเรือบรรทุกสินค้าทั่วไป สินค้าน้ำมัน เคมีและแก๊ส รวมถึงการบริหารจัดการระบบคลังเก็บสินค้า

ทั้งนี้ บริษัทฯ ถือได้ว่าเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการท่าเรือ มีความพร้อมในการดำเนินการด้านระบบสาธารณูปโภคทางทะเล การบำรุงรักษา รวมถึงพรั่งพร้อมด้วยเครื่องมืออุปกรณ์และเทคโนโลยีทันสมัยสามารถบริหารจัดการท่าเรือฯ มาบตาพุดได้ตามวัตถุประสงค์ของ กนอ. ที่ต้องการพัฒนาให้ท่าเรือแห่งนี้เป็นท่าเรือชั้นนำระดับโลก และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยเฉพาะโครงการพัฒนาท่าเรือฯ มาบตาพุด ระยะที่ 3 พื้นที่โครงการ พื้นที่รวม 1,000 ไร่ มูลค่าโครงการรวม 55,400 ล้านบาท ซึ่ง กนอ. คาดว่าผลประโยชน์จากการดำเนินโครงการนี้ จะทำให้ท่าเรือฯ มาบตาพุดเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง และ โลจิสติกส์ทางน้ำของอาเซียนสู่เศรษฐกิจนานาชาติ เป็นประตูการค้า (Gateway) เชื่อมโยงกับภูมิภาค และสนับสนุนการลงทุนอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ทั้งอุตสาหกรรม S-Curve และ New S-Curve อีกทั้งยังมีความสามารถในการรองรับการนำเข้าก๊าซ LNG เพื่อเป็นแหล่งพลังงาน สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่และท้องถิ่น ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างเศรษฐกิจชุมชนและเพิ่มรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ นับว่าเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนอีอีซี
               “การจ้างเอกชนเพื่อบริหารจัดการท่าเรือฯ มาบตาพุด สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการของภาครัฐ โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2545 เพื่อให้การบริหารจัดการดังกล่าวมีประสิทธิภาพ และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการบริการผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ด้วยบริการที่มีมาตรฐาน ความปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนเพื่อบรรลุเป้าหมายในแผนธุรกิจของท่าเรืออุตสาหกรรมาบตาพุด ในการก้าวไปสู่ World Class Port กนอ. จำเป็นจะต้องสรรหาผู้มีความรู้เฉพาะด้านมาบริหารจัดการท่าเรือฯ มาบตาพุด ต่อเนื่องสำหรับช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2562 -2572 ต่อไป โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับสิทธิ์นี้คือ บริษัท มารีนไทย กรุ๊ป จำกัด
 



นางสาวสมจิณณ์ กล่าวต่อไปอีกว่า กนอ. ได้กำหนดนโยบายคุณภาพและสิ่งแวดล้อมของสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ตามหลักการ “Clean and Green Port With Speed and Better Service” ซึ่งหมายถึง การให้บริการที่รวดเร็วและถูกต้อง พร้อมทั้งมีมาตรฐานในคุณภาพของการบริการ เพื่อตอบสนองต่อความมุ่งมั่น ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ด้วยการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ตลอดจนการป้องกันและลดผลกระทบทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย รวมถึงมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งมั่นในเรื่องการให้บริการ การประหยัดพลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งยังสามารถป้องกัน ควบคุม และแก้ไขเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จัดตั้งขึ้นตามนโยบายภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก เมื่อปี 2524 ด้วยการกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่เป้าหมาย ณ มาบตาพุด จังหวัดระยอง และแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี    ให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศแห่งใหม่ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2536 นับเป็นท่าเรืออุตสาหกรรมน้ำลึกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศแห่งเดียวในประเทศไทย โดยมีปริมาณสินค้าและปริมาณงานเพิ่มมากขึ้น และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง



“ปัจจุบันมีท่าเทียบเรือให้บริการ 12 ท่า ประกอบด้วยท่าเรือสาธารณะ (Public Berths) 3 ท่า ได้แก่ บจก.ไทยคอนเน็คทิวิตี เทอมินอล จำกัด บจก. ไทยแท้งค์เทอร์มินอล จำกัด (TTT) และ ท่าเรือฯมาบตาพุด (MIT) ท่าเรือเฉพาะกิจ 9 ท่า ได้แก่ บมจ. เอ็นเอ็ฟซี (NFC) บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTT GC) บจก. สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) บจก. โกลว์ เอสพีพี 3 (GLOW SPP3) บจก. มาบตาพุดแท้งค์เทอร์มินอล (MTT) บจก. บีแอลซีพี เพาเวอร์ (BLCP)            บจก. พีทีทีแอลเอ็นจี (PTT LNG) บจก. พีทีที แทงค์ เทอมินัล (PTT Tank) และบจก.ระยอง เทอร์มินอล (RTC) รวมทั้งผู้ประกอบการในพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด

อย่างไรก็ดี  ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดมีความสำคัญโดยเป็น 5 ช่องทางขนถ่ายสินค้าผ่านท่า โดยส่วนสินค้านำเข้า-ส่งออกของด่านศุลกากรมาบตาพุดมีมูลค่า 1,028,070 ล้านบาทในปี 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.06  จากปีงบประมาณ 2561 สำหรับปริมาณเรือและสินค้าผ่านเข้าออก มีปริมาณเรือทั้งหมด 7,738 ลำ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.17 จากปีงบประมาณ 2561 ที่มีจำนวน 7,088 ลำ และมีปริมาณสินค้ารวม 45,546,474.11 เมตริกตัน แบ่งเป็นสินค้าทั่วไปขาเข้า 30,515,495.25 เมตริกตัน และสินค้าทั่วไปขาออก 15,020,978.86 เมตริกตัน และเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักในการหารายได้ขับเคลื่อนต่อองค์กร
               นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ได้บริหารจัดการด้วยแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด  ดังจะเห็นได้จากการได้รับรางวัลเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ  ในปี 2560-2562 โดยได้รับการรับรองระดับ Eco-Champion Eco-Excellence และ Eco-World Class ในปี 2562 ตามลำดับ รวมทั้งมีความพร้อมรองรับการเป็น SMART ECO ตามยุทธศาสตร์ของ กนอ. ต่อไป

 


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij