20 ตุลาคม 2019

รัฐธรรมนูญ หรือ คนเฮงซวยกันแน่

17 Sep 2019
อ่าน 7478 ครั้ง

คอลัมน์ข้าพระบาททาสประชาชน ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3506 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 19-21 ก.ย.2562 โดย... ประพันธุ์ คูณมี

 

รัฐธรรมนูญ หรือ คนเฮงซวยกันแน่

 

          การเลือกตั้งทั่วไปภายใต้กฎกติกาตามรัฐธรรมนูญ 2560 เพิ่งจะจบสิ้นเมื่อเดือนมีนาคม และรัฐบาลใหม่เพิ่งจะจัดตั้งขึ้น เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่และแถลงนโยบายเมื่อเดือนกรกฎาคม คณะรัฐมนตรีเพิ่งได้เข้าปฏิบัติหน้าที่เพียงเดือนเศษ สภาผู้แทนราษฎรเพิ่งประชุมสมัยแรก และจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 18 กันยายน 2562 นี้

          การเมืองภายหลังการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเพิ่งเริ่มต้น ขณะที่รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ต่างเร่งสร้างผลงานทำงานแก้ปัญหาประชาชน แต่ตรงกันข้ามพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ต่างก้มหน้าก้มตามุ่งมั่นสู่ยุทธศาสตร์ 2 ล้มให้ได้คือ 1.ล้มรัฐบาล 2.ล้มล้างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

          ภายใต้เป้าหมายดังกล่าว พวกเขาต่างเดินหน้าจัดขบวน เดินสายทั่วประเทศรณรงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ปั่นและสร้างกระแสทางการเมืองโดยมุ่งโจมตีและประณามรัฐธรรมนูญสารพัดที่จะหาเหตุมากล่าวอ้าง เพื่อปลุกระดมเชิญชวนประชาชนและบุคคลกลุ่มต่างๆ เพื่อล้มรัฐบาล ล้างรัฐธรรมนูญให้ได้ ไม่ว่านํ้าจะท่วมประชาชนจะทุกข์ยากเดือดร้อนเพียงใดก็ตาม พวกเขาก็ไม่สนใจจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ ประหนึ่งว่าหากแก้ไม่ได้พวกเขาคงสิ้นลม นี่คืออาการของฝ่ายค้านยามนี้ โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ ที่กำลังแสดงบทบาททางการเมืองให้เป็นข่าวได้ทุกวัน

          ในที่สุดก็เป็นเรื่องจนได้ บนความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่คึกคะนอง อ่อนหัดและไร้เดียงสา ประเภทแกว่งปากหาคุก ของสมาชิกพรรค การเมืองที่อ้างตนว่ารุ่นใหม่ ในงานเสวนาทางการเมืองเรื่อง “รัฐธรรมนูญนี้เพื่อใคร รัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อคนไทยทุกคน” เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2562 ที่ตลาดเกษตร จ.มหาสารคาม คุณพรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ หนึ่งในแกนนำสำคัญของพรรค ได้บังอาจกล่าวอภิปรายบนเวที ด้วยความหยาบคายสุ่มเสี่ยงเป็นความผิดในทางกฎหมายต่อบุคคลอื่น โดยเธอได้อภิปรายว่า “เห็นสมควรต้องร่างใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เฮงซวยทุกมาตรา เนื่องจากกระบวนการที่ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญไม่ชอบธรรม ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการร่าง” โดยพุ่งเป้ากล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญนี้ ร่างโดย นายวิษณุ เครืองาม, นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประชาชนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง


          ปัญหาว่าการกล่าวเช่นนี้ เป็นความจริงหรือไม่? เป็นความผิดต่อกฎหมายอย่างไร? เป็นคำพูดและการกระทำที่เหมาะสมกับความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่?

          จากการติดตามกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 เห็นว่า มิใช่เป็นการร่างโดย นายวิษณุ เครืองาม และ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ แต่เป็นการร่างโดยกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ 2 คณะ ชุดแรกมี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ชุดที่ 2 มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน โดยกระบวนการร่างได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน กลุ่มอาชีพต่างๆ รวมทั้งมีการให้ประชาชนเสนอความคิดเห็นส่งมาด้วย สุดท้ายเมื่อร่างเสร็จ ยังนำมาให้ประชาชนลงประชามติ ซึ่งก็ปรากฏว่ามีประชาชนให้ความเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากถึง 16.8 ล้านเสียง

          การกล่าวของ คุณช่อ-พรรณิการ์ วานิช จึงเป็นการบิดเบือนและเป็นความเท็จ และไม่เคารพต่อประชามติประชาชน กลุ่มและพวกของคุณช่อเองก็รณรงค์ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่แพ้ประชามติประชาชน ย่อมถือว่ามีส่วนร่วมแต่แพ้เสียงประชาชนส่วนใหญ่ การกล่าวอภิปรายของเธอในวันนี้ อ้างว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วมจึงบิดเบือนครับ

          ส่วนที่อภิปรายพูดพล่อยๆว่า “รัฐธรรมนูญนี้ เฮงซวยทุกมาตรา” นั้น ต้องขอตำหนิ ถือเป็นคำอภิปรายที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ไม่ต่างจากการสำรอกของเสียออกจากปาก พูดแบบไร้วุฒิภาวะ ขาดความรับผิดชอบ ที่สำคัญเป็นความผิดต่อกฎหมายด้วย โดยคำว่า “เฮงซวย” นี้ ศาลฎีกาเคยมีคำวินิจฉัยไว้ ตามฎีกาที่ 1623/2551 ว่า “การดูหมิ่นผู้อื่นอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 หมายถึง การดูถูกเหยียดหยาม สบประมาท หรือทำให้อับอาย การวินิจฉัยว่า การกล่าววาจาอย่างไรเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นหรือไม่ จึงต้องพิจารณาว่า ถ้อยคำที่กล่าวเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามสบประมาทผู้ที่กล่าวถึง หรือเป็นการกระทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวถึงอับอายหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นก็ถือได้ว่าเป็นการดูหมิ่นแล้ว ไม่ต้องถึงเป็นการใส่ความให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 326


          ตามพจนานุกรมให้ความหมายคำว่า “เฮงซวย” ว่า เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ คุณภาพตํ่า ไม่ดี ซึ่งมีความหมายในทางเสื่อมเสีย การที่จำเลยพูดใส่ผู้เสียหายด้วยความไม่พอใจว่า “ไอ้ทนายเฮงซวย” จึงเป็นถ้อยคำที่จำเลยด่าผู้เสียหาย เป็นการดูถูกเหยียดหยามและสบประมาทผู้เสียหายว่าเป็นทนายความเฮงซวย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 เทียบเคียงได้กับพฤติกรรมของคุณช่อ

          ด้วยเหตุนี้ การกระทำของเธอผู้นี้ นอกจากไม่เหมาะสมในฐานะ ส.ส.ผู้แทนของปวงชนชาวไทย ผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำปฏิญาณว่า “ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” ยังเป็นความผิดต่อกฎหมายฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วย โดยเฉพาะผู้ที่ถูกพาดพิงถึงคือ นายวิษณุ เครืองาม และ ท่านมีชัย  

          รัฐธรรมนูญฉบับนี้มิใช่หรือ ทำให้มี ส.ส.ชื่อพรรณิการ์ ทำให้พรรคอนาคตใหม่แจ้งเกิดทางการเมือง เปรียบเหมือนมารดาที่ให้กำเนิดนักการเมืองรุ่นใหม่ คุ้มครองสิทธิและให้โอกาสประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมือง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงมิได้เฮงซวย ที่เฮงซวยคือนักการเมือง ที่มิได้สำนึกต่อบุญคุณของรัฐธรรมนูญนี้ต่างหาก

          ส.ส. ส.ว. นักการเมือง พรรค การเมือง และประชาชนทั้งหลาย พึงได้โปรดสังวรตนเองด้วยว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ฉบับนี้ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในรัฐธรรมนูญและพระราชทานแก่นายกรัฐมนตรี และได้มีกระแสพระราชปรารภให้ประกาศใช้ต่อไป ถือเป็นพระราชพิธีสำคัญต่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยมีองคมนตรี ทูตานุทูต สมาชิกสภานิติบัญญัติ ประธานศาลทุกศาลและบุคคลสำคัญร่วมในพิธี

          การที่บุคคลใดบังอาจกล่าวหาว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้เฮงซวยทุกมาตรา” ย่อมหมายถึงรัฐธรรมนูญนี้เฮงซวยทั้งฉบับ กินความถึงหมวด 1 ทั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ด้วย จึงเป็นการกล่าวโดยมิบังควรอย่างยิ่ง เข้าข่ายเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้ายได้  

          จึงไม่ควรที่บ้านเมืองจะปล่อยให้นักการเมืองประเภทนี้ลอยนวล


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij