15 ตุลาคม 2019

เปิดแล้ว! "สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา" แห่งที่ 2 "นายกฯ-ซูจี" ย้ำ! ความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

19 Mar 2019

วันที่ 19 มี.ค. 2562 เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้ร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิด "สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา" แห่งที่ 2 ซึ่งข้ามแม่น้ำเมย หรือ 'ตองยิน' ในภาษาเมียนมา ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ตอกย้ำสายสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้ง 2 ประเทศ และความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ผู้นำทั้ง 2 ฝ่าย ยังร่วมกันหารือแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนด้วย

 

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเปิด "สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา" แห่งที่ 2 นี้ แสดงให้เห็นถึงสายสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ตอกย้ำความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์บนพื้นฐานการเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดในการส่งเสริมผลประโยชน์แห่งชาติร่วมกัน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อเปิดให้ประชาชนข้ามแดนได้แล้ว หน่วยงานราชการของไทยและเมียนมาจะยังคงประสานและปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกันเช่นนี้ตลอดไป ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและตัวแทนประชาชนชาวไทยทุกคน มีความยินดีอย่างยิ่งที่ทั้ง 2 ประเทศ จะมีเส้นทางคมนาคมขนส่งเส้นทางหลักเพิ่มขึ้นอีก 1 ช่องทาง ที่จะช่วยเติมเต็มการพัฒนาของทั้ง 2 ประเทศ ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ในปัจจุบัน ซึ่งมีถึง 5 กรอบความร่วมมือ ได้แก่

 

 

1.กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งมีสะพานแห่งนี้เป็นจุดเชื่อมเส้นทางตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก

2.กรอบความร่วมมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

3. กรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง

4. กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอล

และ 5.กรอบความร่วมมือทวิภาคีไทย-เมียนมา

โดยสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 นี้ เป็นตัวอย่างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมของทั้ง 2 ประเทศ

 

 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีและ นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้ร่วมประกอบพิธีฉลองความสำเร็จการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมย/ตองยิน แห่งที่ 2 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือไทย-เมียนมา และถ่ายภาพหมู่บริเวณจุดกึ่งกลางสะพาน โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและ นางอองซาน ซูจี ได้หารือทวิภาคีในประเด็นความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะในประเด็นหมอกควันและไฟป่าที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่อยู่ในขณะนี้ ซึ่งนางซูจีเห็นพ้องว่า ปัญหานี้เป็นเรื่องสำคัญและจะสั่งการให้กระทรวงสิ่งแวดล้อมเมียนมาเร่งรัดดำเนินการต่อไป

 

 

ผู้นำทั้งสองยังยินดีที่จะสานต่อความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์โดยธรรมชาติ (Natural Strategic Partnership) ระหว่างไทยและเมียนมา การสร้างสะพานแห่งนี้เป็นการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันและจะช่วยขับเคลื่อนความสัมพันธ์ในทุกมิติ

ทั้งนี้ สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 3,000 ล้านบาท นอกจากตัวสะพานแล้ว ยังมีอาคารสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.ตาก (ด่านแม่สอด) ด่านศุลกากรแม่สอด ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One stop service) รวมถึงส่วนราชการที่ต้องดำเนินการกับฝ่ายเมียนมา ฯลฯ เพื่อลดความแออัดหน้าด่าน ที่ปัจจุบันขนถ่ายสินค้าและสัญจรข้ามแดนผ่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งแรกมีผู้ใช้บริการอย่างคับคั่ง

 

 

นอกจากตัวสะพานแล้ว ยังมีการปรับปรุงเป็นถนน 4 เลน และตัดถนนสายใหม่ เส้นทาง R 2 เชื่อมสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แนวเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor - EWEC ) จากอนุสาวรีย์ผู้เสียสละ บริเวณเส้นทางเข้านครแม่สอด บ้านหนองบัว หมู่ 7 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด ผ่านบ้านแม่ปะเหนือ หมู่ 1 - แม่ปะกลาง, หมู่ 2 - ห้วยกะโหลก, หมู่ 4 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด ไปยังบ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ 7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ไปเชื่อมกับสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ระยะทาง 17 กม. บางช่วงของเส้นทางนี้ขยายถึง 8 เลน เพื่อใช้เป็นเส้นทาง Service Road หรือ เส้นทางถนนบริการประชาชน รวมงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท ขณะที่ ในส่วนของเมียนมาจากตัวสะพานก็มีการตัดถนนใหม่ไปเชื่อมเส้นทางเดิมอีก 4 กิโลเมตรเช่นกัน




ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij