thansettakij
thansettakij
จาก “ปู” ถึง “หนู” 15 ปี แก้น้ำท่วมวนลูป แผนแสนล้านจมกองเอกสาร

จาก “ปู” ถึง “หนู” 15 ปี แก้น้ำท่วมวนลูป แผนแสนล้านจมกองเอกสาร

02 ต.ค. 69 | 02:34 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ต.ค. 69 | 02:51 น.

จาก “ปู” ถึง “หนู” 15 ปีแก้น้ำท่วมวนลูปแผนแสนล้านจมกองเอกสาร : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย... กาแฟขม หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4241

KEY

POINTS

  • ตลอด 15 ปี นับจากมหาอุทกภัยปี 2554 การแก้ปัญหาน้ำท่วมของไทยยังคงล้มเหลวซ้ำซาก โดยแผนแม่บทมูลค่าหลายแสนล้านบาท ไม่ถูกผลักดันให้เกิดขึ้นจริงและติดอยู่แค่ในกองเอกสาร
  • แผนป้องกันน้ำท่วมขนาดใหญ่ตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ (โครงการฟลัดเวย์ 3.5 แสนล้านบาท) มาจนถึงยุคถัดมา (แผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มเจ้าพระยา 5 แสนล้านบาท) ล้วนประสบปัญหาล่าช้า ถูกยกเลิก หรือเพิ่งได้รับการอนุมัติงบประมาณเมื่อวิกฤตใกล้เข้ามา
  • รัฐบาลปัจจุบันถูกวิจารณ์ว่า แก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้า ขาดการวางแผนเชิงรุก โดยเน้นการลงพื้นที่สร้างภาพ ขณะที่การบริหารจัดการน้ำในสถานการณ์จริง ยังคงเป็นระบบอนาล็อก ขาดการบูรณาการและไม่มีประสิทธิภาพ

*** หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส ฉบับที่ 4241 ระหว่างวันที่ 4-7 ต.ค. 2569 โดย...กาแฟขม

*** ถอดบทเรียนกันจนสมองกลวง ซ้ำซาก แต่สุดท้ายคนไทยก็ยังต้องนั่ง “กอดเข่าดมกลิ่นน้ำเน่า” กันเหมือนเดิม ห้วงนี้มวลน้ำเหนือกำลังไหลบ่าลงมา ขมขื่นใจจนต้องถามซ้ำๆ 15 ปีที่ผ่านมา จากมหาอุทกภัยปี 2554 ประเทศนี้ทำอะไรกันอยู่? ไฉนความบอบช้ำระดับชาติ ที่ธนาคารโลกเคยตราหน้าว่า กวาดความเสียหายไปถึง 1.4 ล้านล้านบาท ฉุด GDP ร่วงระเนระนาด 3% นิคมอุตสาหกรรมพังพินาศยับเยินกว่าล้านล้าน จนต้องประกาศให้การ “แก้น้ำ” เป็นวาระความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่กลายเป็นแค่กระดาษชำระที่เปลี่ยนมือไปตามขั้วอำนาจ***

***ย้อนไปดูความฝันในอดีต ยุครัฐบาลปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตื่นตระหนกจากน้ำท่วมปี 54 จนต้องคลอด พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท วาดฝันแผนแม่บท 6 โมดูล เทน้ำเทท่าไปกับการสร้าง “ทางน้ำหลาก” หรือ ฟลัดเวย์ สูงถึง 1.53 แสนล้านบาท หวังเปิดทางด่วนให้น้ำวิ่งลงทะเลโดยไม่ผ่านไข่แดงเศรษฐกิจ คาบนั้นกลุ่มทุนใหญ่ ITD-Powerchina JV ประมูลงานกวาดงานเรียบวุธ 5 โครงการ ค่ายเกาหลี K-Water คว้าเค้กชิ้นโตฟลัดเวย์ 1.5 แสนล้าน ขีดเส้นประคลองผันน้ำฝั่งตะวันตก (WF) ยาว 281 กิโลเมตรจากนครสวรรค์ ยิงตรงไปแม่กลอง สวยหรูถึงขั้นจะสร้างถนน 4 เลนขนานไปกับคลองและศูนย์วัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยว สุดท้ายสิ้นแสงที่ศาลปกครอง ถูกฟ้องระงับ เพราะไม่ทำประชามติ พ.ร.ก.เงินกู้หมดอายุ เจอกระแสการเมืองซัดตามด้วย รัฐประหารปี 57 เสาเข็มสักต้นยังไม่ได้ลง แต่ความเสียหายสวนหน้าโรงงานขยายวงไปเท่าไหร่แล้ว

*** ตัดฉากมาเป็นยุค คสช. นำโดย “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งแท่นประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ลบกระดานเก่าทิ้งแล้วรีบูตใหม่ชู “9 แผนหลักบรรเทาอุทกภัยลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง” เปลี่ยนแนวคิดจากคลองผันน้ำสายยักษ์สายเดียว มาเป็นการซอยโครงการย่อยวงเงินรวมเฉียด 5 แสนล้านบาท ผ่านความเห็นชอบ กนช. มาตั้งแต่ พฤษภาคม 2560 นึกว่าจะเร็ว... นึกว่าจะรอด ที่ไหนได้ 8 ปีผ่าน โครงการยักษ์ที่เป็น “หัวใจ” ในการปกป้องกรุงเทพฯ และพื้นที่เศรษฐกิจ เพิ่งจะมาโผล่หัวอนุมัติงบเอาในปี 2569 นี้เอง 

*** บัดนี้น้ำจ่อจะท่วมหัวกันอีกรอบ ไล่ดูแผน 1 (ฝั่งตะวันออก 9.5 หมื่นล้าน) ครม.เพิ่งเห็นชอบ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ขีดเส้นทำยาว 5 ปี (2570-2575) แผน 2 (ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย 1.65 แสนล้าน) ครม. เพิ่งเคาะมติเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 วางกรอบทำอีก 8 ปี (2570-2577) แผนบางบาล-บางไทร 2.54 หมื่นล้าน แทนที่จะเสร็จปีนี้ กลับโดนขยายเวลาลากยาวไปถึงปี 2573 ส่วนแผน 3 และ แผน 4 (วงเงินรวมกว่า 2.2 แสนล้าน) ล่าสุดยังเตาะแตะอยู่แค่ขั้นศึกษา FS และ EIA กว่าเสนอ ครม. ก็ปาเข้าไปธันวาคม 2570 นู่น

*** รัฐบาลชุดปัจจุบัน ภายใต้การนำของ “คุณหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ยิ่งเห็นภาพสำลักน้ำ การบริหารวิกฤตของรัฐบาลใน พ.ศ.นี้ ภาพสะท้อนของการ “แก้ปัญหาเฉพาะหน้าตามกระแส” มากกว่าการวางยุทธศาสตร์เชิงรุก วันๆ ประชาชนเห็นแต่ภาพรัฐมนตรีลงพื้นที่แจกถุงยังชีพ ถ่ายรูปสวมบูท (บางครั้งไม่ได้ใส่) ลุยน้ำสร้างภาพจำในสื่อ แต่ในห้องวอร์รูมกลับไร้เอกภาพ ปล่อยให้ระบบแจ้งเตือนภัยพังพาบ กรมชลประทานไปทาง กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยไปอีกทิศ ข้อมูลตีกันนัวจนชาวบ้านไม่รู้เชื่อใคร

*** ที่น่าอนาถกลับเป็นเรื่องเทคโนโลยี... ไหนว่าเราก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ยุคที่นวัตกรรมก้าวล้ำไปไกล จนโลกเขาขับเคลื่อนด้วย AI กันหมดแล้ว นักการเมืองไทยขึ้นเวทีไหนต้องพ่นคำว่า AI, Big Data, การบริหารจัดการอัจฉริยะ ออกมาให้ดูสวยหรูดูแพง แต่พอถึงเวลา “น้ำท่วมจริง” หน้างานกลับยังใช้ระบบ “อนาล็อก” แบบเดิมๆ บริหารน้ำ ผันน้ำ กันตามสัญชาตญาณและการเมือง บิ๊กดาต้าที่คุยโว ไม่เคยเชื่อมต่อกันจริง AI ที่ควรจะเอามาคำนวณมวลน้ำ ทิศทางการไหล และพยากรณ์ความแม่นยำล่วงหน้าแบบเรียลไทม์เพื่อแจ้งเตือนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และ ชัดเจน แทบไม่มีอยู่จริงในสารบบ หรือ AI ของหน่วยงานรัฐไทย มีไว้แค่ประดับในสไลด์ PowerPoint เพื่อของบประมาณมาละเลงเล่นไปวันๆ พอวิกฤตมาทีไร ก็กลับไปใช้ “ไม้บรรทัดหยั่งน้ำ” กับตาสับปะรดดูหน้างานเหมือนเมื่อสามสิบปีก่อนกระนั้นหรือ

*** ที่น่าแสบสันต์จี๊ดๆ ที่สุด ขณะที่แผนงบประมาณระดับแสนล้านนอนดองเค็มมา 8 ปี เพิ่งจะมาตื่นตระหนก “เร่งอนุมัติรัวๆ” กันในเดือนกันยายน 2569 นี้ ทั้งแผนฝั่งตะวันออกและแผนชัยนาท-ป่าสัก อนุมัติงบวันนี้ตอนที่น้ำจ่อท่วมปาก มันจะไปสร้างสกัดน้ำทันได้อย่างไร หวังว่า ไม่ใช่ผันงบประมาณมาเตรียมรับศึกการเมืองในอนาคต สะท้อนประสิทธิภาพในการจัดลำดับความสำคัญของรัฐบาล เมกะโปรเจกต์ที่ควรเสร็จตั้งแต่ชาติที่แล้ว เพิ่งมาเซ็นกันตอนชาวบ้านต้องหนีไปนอนบนกระเบื้องหลังคา

                                 จาก “ปู” ถึง “หนู” 15 ปี แก้น้ำท่วมวนลูป แผนแสนล้านจมกองเอกสาร

 

*** ว่าที่จริงประเทศไทย ไม่ได้ขาดงบประมาณ ไม่ได้ขาดคนมีความรู้ แต่ “ขาดความต่อเนื่องและสำนึกรับผิดชอบ” ของผู้บริหารประเทศที่เปลี่ยนหน้ามาเสวยสุข นโยบายน้ำเปลี่ยนทิศตามขั้วอำนาจ แผนงานชักเข้าชักออกจนล่าช้าข้ามทศวรรษ เชื่อและฟันธงล่วงหน้า(ขอให้ผิดธงหัก) เมื่อน้ำลดลง รัฐบาลคุณหนู ก็จะล้อมวง “ถอดบทเรียนซ้ำซาก” กันอีกรอบ หาเรื่องโทษ โน่น นี่ นั่น แล้วก็ปล่อยให้แผนห้าแสนล้านนอนนิ่ง รอการเบิกจ่ายอย่างอืดอาด ระบบ AI สวยหรูถูกพับเก็บเข้าลิ้นชัก รอวันที่น้ำเหนือก้อนใหม่ไหลมาท่วมหัวประชาชนอีกครั้ง อยู่ๆ ทนๆ เป็นประเทศไทยทนกันต่อไป เมื่อไหร่..ไทยจะไม่ทน


*** ปิดท้ายกันที่ โครงการ “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” ระหว่าง วันพุธที่ 7 – วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00–18.00 น. ณ โถงชั้น 1 C.P. Tower สีลม โดย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือ อุปกรณ์กายภาพบำบัด และเวชศาสตร์ฟื้นฟูให้แก่ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา