thansettakij
thansettakij
รัฐบาล“อนุทิน 2”กระชับอำนาจราชการ วางคน-วางสาย-รอพิสูจน์ผลงาน

รัฐบาล“อนุทิน 2”กระชับอำนาจราชการ วางคน-วางสาย-รอพิสูจน์ผลงาน

14 ส.ค. 69 | 23:30 น.

รัฐบาล“อนุทิน 2”กระชับอำนาจราชการ วางคน-วางสาย-รอพิสูจน์ผลงาน : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...ว.เชิงดอย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4227

KEY

POINTS

  • รัฐบาล "อนุทิน 2" กำลังจัดทัพข้าราชการครั้งใหญ่ในช่วงฤดูโยกย้าย เพื่อวางคนให้สอดคล้องกับนโยบายและกระชับอำนาจ
  • หลังจากการวางตัวบุคคลในระบบราชการแล้ว รัฐบาลต้องเผชิญโจทย์ใหญ่ในการพิสูจน์ผลงานให้เป็นรูปธรรมตามที่เคยประกาศไว้
  • ประชาชนคาดหวังผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง การปราบปรามทุนสีเทาและอาชญากรรม และการปฏิรูประบบราชการ

*** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,227 ระหว่างวันที่ 16-19 ส.ค. 2569 โดย “ว.เชิงดอย” เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจ การเมือง และ สังคม เช่นเดิม

*** รัฐบาล “อนุทิน 2” เดินทางมาถึงอีกจุดเปลี่ยนสำคัญ จากช่วงแรกของการตั้งหลักทางการเมือง มาถึงช่วงเวลาที่ต้องพิสูจน์ว่า “การมีอำนาจ” สามารถเปลี่ยนเป็น “ผลงาน” ให้ประชาชนสัมผัสได้จริง เห็นเป็นรูปธรรมหรือไม่? ที่ผ่านมาเห็นภาพการจัดวางตัวบุคคลในกลไกรัฐ ในระบบราชการ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “ฤดูกาลโยกย้าย” ข้าราชการระดับสูงในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการ “จัดทัพข้าราชการ” รัฐบาลต้องการจัดวางคนที่ทำงานไปในทิศทางเดียวกับนโยบายของฝ่ายการเมือง ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่า “ระบบราชการ” มีภารกิจหลักคือ การทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อรัฐบาล หรือ พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง

*** การมี “คน” ที่รู้ใจในระบบราชการ อาจช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายทำได้รวดเร็วขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการ “วางคน” คือ “การทำงานเป็น” และเมื่อวางคน วางทีม วางกลไกครบแล้ว ผลงานต้องปรากฏให้เห็น เพราะประชาชนไม่ได้สนใจมากนักว่าใครเป็นปลัดกระทรวง ใครเป็นอธิบดี ใครเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ ใครอยู่ขั้วการเมืองไหน สีไหน แต่สิ่งที่ “ประชาชน” สนใจคือ ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นหรือไม่ แค่ไหน รายได้ของพวกเขาเพิ่มขึ้นหรือไม่ หรือ สินค้าเกษตรขายได้หรือไม่ ธุรกิจขนาดเล็กอยู่รอดหรือไม่ ปัญหาอาชญากรรมและทุนเทาลดลงหรือไม่ ...เหล่านี้แหละคือโจทย์ใหญ่ของอนุทิน 2

*** รัฐบาลมีเวลาพอสมควรในการแสดงฝีมือ และ “นายกฯอนุทิน” เอง ก็เคยประกาศขอเวลาในการ “พิสูจน์ผลงาน” ซึ่งประชาชนก็ยังให้โอกาสแก่รัฐบาลอยู่ และสิ่งที่พวกเขารอดูผลงานของรัฐบาลอยู่ เรื่องแรกคือ เศรษฐกิจ แม้ “เศรษฐกิจไทย” วันนี้ไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต แต่ก็ไม่ใช่เศรษฐกิจที่แข็งแรงจนประชาชนรู้สึกได้ว่า ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้นมากมายนัก โจทย์ใหญ่ก็เรื่อง ปัญหาปากท้อง กำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน การว่างงาน ซึ่งประชาชนต้องการให้รัฐบาลวางรากฐานแบบระยะยาว ยั่งยืน สามารถยื่นด้วยลำแข้งตัวเองได้ มิใช่แก้ปัญหาระยะสั้น เฉพาะหน้าไปเรื่อยๆ ...หากรัฐบาลต้องการพิสูจน์ผลงาน เมื่อไหร่ที่ “ประชาชนกระเป๋าตุง” นั่นแหละ จะเป็นตัวสะท้อนความรู้สึกที่แท้จริง

*** เรื่องที่สองคือ “ทุนเทา-นอมินี-ธุรกิจต่างชาติ” ที่ผิดกฎหมาย เห็นรัฐบาลเริ่มขยับมากขึ้น ทั้งในระดับนโยบาย และการลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยเฉพาะปัญหาการใช้คนไทยเป็น “นอมินี” เพื่อประกอบธุรกิจ ซึ่งรัฐบาลกำลังพยายามยกระดับการปราบปรามให้เป็นระบบมากขึ้น แต่เรื่องนี้ต้องไม่จบเพียงการจับกุม หรือ แถลงข่าวเป็นครั้งๆ ไป ต้องสาวให้ถึง “คนสั่งการ-เงินทุน-เส้นทางเงิน” และเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็ต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ขืนปล่อยให้มีการเรียกรับผลประโยชน์ หรือ เปิดช่องให้ทุนสีเทาเข้ามาฝังรากลึกในระบบเศรษฐกิจ สังคมไทย จะไม่เพียงทำลายการแข่งขันของธุรกิจไทย แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อรัฐโดยตรง

*** เรื่องที่สามคือ “การปฏิรูประบบราชการ” เมื่อรัฐบาลจัดทัพข้าราชการแล้ว สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือ ระบบราชการที่เร็วขึ้น คล่องตัวขึ้น และ ตอบสนองประชาชนมากขึ้น การจัดวางคนที่มีอายุราชการเหลืออีกหลายปี หากทำให้เกิดทีมงานที่ต่อเนื่องและสามารถขับเคลื่อนนโยบายระยะยาวได้ ก็ถือเป็นข้อได้เปรียบของรัฐบาล เพราะไม่ต้องเปลี่ยนทิศทางทุกครั้งที่มีการโยกย้าย แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ต้องระวังไม่ให้เกิดภาพ “ข้าราชการของรัฐบาล-ข้าราชการของพรรคการเมือง” เพราะข้าราชการมืออาชีพต้องรับใช้นโยบายรัฐบาลที่ก่อประโยชน์ต่อประชาชนจริงๆ 

                             รัฐบาล“อนุทิน 2”กระชับอำนาจราชการ วางคน-วางสาย-รอพิสูจน์ผลงาน

*** อีกเรื่องที่รัฐบาลต้องพิสูจน์ตัวเองคือ “ความปลอดภัยและความเป็นระเบียบของสังคม” การเดินหน้าจัดระเบียบอาวุธปืน การปราบปรามยาเสพติด การจัดการอาชญากรรม รวมถึงการแก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมาย ล้วนเป็นนโยบายที่ประชาชนสามารถเห็นผลได้โดยตรง แต่ทุกมาตรการต้องเดินไปพร้อมกับหลัก “นิติธรรม” การบังคับใช้กฎหมายต้องใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ รัฐบาลพึงต้องระวังไม่ให้ “ความเร็ว” ในการทำงานกลายเป็น “ความเร่งรีบ” ที่นำไปสู่ความผิดพลาด เสียงคัดค้านที่มีขึ้นรัฐบาลก็ต้องรับฟัง อันไหนที่คิดว่าเป็นประโยชน์ก็ต้องนำไปปรับปรุงแก้ไข อย่าคิดในเรื่อง “เสียหน้า” เพราะเชื่อว่าเป้าหมายของรัฐบาล ก็คือ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับประชาชนนั่นเอง

*** มาถึงวันนี้ “อนุทิน 2” ไม่ได้ขาดอำนาจ แต่กำลังขาดสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการ “พิสูจน์ผลงาน” เสถียรภาพรัฐบาลขณะนี้ มั่นคงและแน่นปึ๊ก การจัดวางคนในระบบราชการก็อาจช่วยให้รัฐบาลดำเนินงานง่ายขึ้น ...จากนี้ไปจึงต้องจับตาว่า รัฐบาลจะสามารถขับเคลื่อนประเทศ ทำให้ “ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน” ดีขึ้นหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน?