thansettakij
thansettakij
รัฐบาลจนมุมหาเงินดิจิทัล บีบรัฐวิสาหกิจส่งรายได้เพิ่ม

รัฐบาลจนมุมหาเงินดิจิทัล บีบรัฐวิสาหกิจส่งรายได้เพิ่ม

25 พ.ค. 67 | 01:00 น.

รัฐบาลจนมุมหาเงินดิจิทัล บีบรัฐวิสาหกิจส่งรายได้เพิ่ม : บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3995 ระหว่างวันที่ 26-29 พ.ค. 2567

หลังรัฐบาล โดยกระทรวงการคลังสรุปแหล่งเงินที่จะมาใช้ในโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท จำนวน  500,000 ล้านบาทว่า จะมาจาก 3 แหล่งคือ เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 จำนวน 152,700 ล้านบาท ซึ่งได้ขยายงบประมาณในปี 2568 เป็นที่เรียบร้อยแล้วในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 

อีกส่วนมาจากการดำเนินการโครงการจากหน่วยงานของรัฐ 172,300 ล้านบาท โดยใช้มาตรา 28 ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เป็นผู้ดูแลประชาชนในกลุ่มที่เป็นเกษตรกรจำนวน 27 ล้านคน และสุดท้ายการบริหารจากเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 จำนวน 175,000 ล้านบาท

ที่ชัดเจนและแน่นอนของแหล่งเงินทั้งหมด รัฐบาลมีเงินในมือเพียง 152,700 ล้านบาทเท่านั้น ที่สามารถกู้ได้ในวงเงินขาดดุลงบประมาณปี 2568 ที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว 

แต่อีก 2  ส่วนนั้น เรื่องการใช้เงินธ.ก.ส.ตามมาตรา 28 เองยังต้องรอการตีความจากสำนักงานกฤษฎีกาว่า  ธ.ก.ส.สามารถดำเนินการได้ โดยไม่ขัดกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธ.ก.ส. พ.ศ. 2509 

อีกส่วน คือ การบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายปี 2567 ยังต้องรอดูจนถึงสิ้นปีงบประมาณคือ 30 กันยายน 2567 จึงรู้ว่า มีจำนวนเงินเท่าไหร่ และต้องออกพ.ร.บ.โอนเงินงบประมาณด้วย

ขณะเดียวกัน ภายใต้งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท แม้จะเหลือเวลาใช้เพียง 5 เดือน แต่สำนักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณแล้ว 3,457,941.24 ล้านบาท คิดเป็น 99.37%  มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณแล้ว 1,749,963,43 ล้านบาท คิดเป็น 50.61% ของงบประมาณที่จัดสรร ทำให้มีงบประมาณคงเหลือไม่มาก

และด้วยข้อทักท้วงของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ในวันที่มีการเริ่มโครงการเงินดิจิทัล 500,000 ล้านบาท จะต้องมีเงินทั้งจำนวนมากองไว้ก่อน จึงจะสามารถดำเนินการได้ ไม่เช่นนั้นจะขัดกับพ.ร.บ.เงินตรา พ.ศ.2501 ได้ 

ข้อจำกัดต่างๆ เหล่านี้ รัฐบาลจำต้องหากลยุทธิ์ใหม่ ด้วยการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 หรือที่เราเรียกว่า “งบกลางปี” ซึ่งครม.ได้อนุมัติไปแล้ว เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา 

แม้ครม.จะยังไม่มีการพูดถึงตัวเลขว่าจะกู็เพิ่มเท่าไหร่ แต่มีรายงานข่าวว่า ตัวเลขจะอยู่ที่ 1.22 แสนล้านบาท ซึ่งตามปฏิทินงบประมาณกลางปี 2567 สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะนําร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมาย ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2567

อย่างไรก็ตาม ภายใต้พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 กำหนดกรอบการขาดดุลงบประมาณไว้ที่ วงเงินขาดุลงบประมาณต้องไม่เกิน 20% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีบวกด้วย 80% ของงบชำระคืนต้นเงินกู้ หรือสูงสุดประมาณ 22% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งกรอบวงเงินในงบประมาณปี 2567 คงเหลือเพียง 97,656 ล้านบาทเท่านั้น 

หากต้องการเงินให้ได้ 1.22 แสนล้านบาท นั่นหมายถึงว่า จะต้องไปรีดให้รัฐวิสาหกิจ หรือ ทุนหมุนเวียน ส่งรายได้เข้ารัฐเพิ่มเติม เพื่อให้กรอบวงเงินตามกฎหมายเพิ่มขึ้นได้