thansettakij
thansettakij
“สุรากลั่นชุมชน”ขยายการผลิตภายหลัง คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตชอบหรือไม่?

“สุรากลั่นชุมชน”ขยายการผลิตภายหลัง คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตชอบหรือไม่?

30 ส.ค. 69 | 08:28 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ส.ค. 69 | 08:38 น.

“สุรากลั่นชุมชน”ขยายการผลิตภายหลัง คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตชอบหรือไม่? : คอลัมน์อุทาหรณ์จากคดีปกครอง โดย...นายปกครอง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4131

KEY

POINTS

  • ผู้ผลิตสุรากลั่นชุมชนถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต 6 เดือน เนื่องจากขยายกำลังการผลิตโดยใช้เครื่องจักรเกินกว่า 5 แรงม้า ซึ่งผิดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต
  • ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตของกรมสรรพสามิตนั้นชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้ประกอบการทำผิดสัญญาและประกาศที่เกี่ยวข้อง
  • คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ว่า การขยายกำลังการผลิตสุราต้องดำเนินการขอใบอนุญาตให้ถูกต้องตามขนาดกิจการที่แท้จริงก่อน ไม่สามารถทำได้โดยพลการ

“สุรากลั่น” คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้จากการนำน้ำหมักจากธัญพืช ผลไม้ หรือ พืชที่มีน้ำตาลและแป้ง ผ่านกระบวนการต้มกลั่น เพื่อแยกเอาแอลกอฮอล์ให้มีความเข้มข้นสูงขึ้น ทำให้ได้ปริมาณแอลกอฮอล์มากกว่าสุราที่ใช้วิธีการหมักธรรมดา 

ตัวอย่าง สุรากลั่น เช่น เหล้าขาว วิสกี้ บรั่นดี รัม วอดก้า และ เตกีล่า ซึ่งมีดีกรีความแรงของแอลกอฮอล์สูง สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานโดยไม่เสียรสชาติ โดยการทำสุรากลั่นจะต้องมีการขออนุญาตจากเจ้าพนักงานสรรพสามิต ซึ่งสถานที่ทำสุราจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่กรมสรรพสามิตได้กำหนดไว้  

สำหรับ “สุรากลั่นชุมชน” นับว่ามีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก เป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่  ทว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ เมื่อได้รับใบอนุญาตไปแล้ว จะมีการขยายกำลังการผลิตเพื่อเพิ่มผลกำไรในภายหลังโดยพลการ ซึ่งจะทำได้หรือไม่ และผลจะเป็นอย่างไร ? ไปติดตามกันเลยครับ ... 

เรื่องราวของคดีมีอยู่ว่า ... เดิมบริษัท เอ ได้รับอนุญาตให้ทำสุรากลั่นชุมชน ในพื้นที่จังหวัดระยอง  ต่อมา ได้ปิดกิจการในพื้นที่ดังกล่าว และย้ายไปขอเปิดกิจการในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยได้ทำสัญญาว่าด้วยการอนุญาตให้ทำและขายสุรากลั่นชุมชนกับกรมสรรพสามิต และได้รับใบอนุญาตให้ทำสุรากลั่นชุมชน 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายควบคุมการผลิตสุรากลั่นชุมชน เนื่องจากส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต  

จึงพบว่า สถานที่ทำสุราของบริษัท เอ ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมไม่ต่ำกว่า 5 แรงม้า จึงมีลักษณะไม่เป็นไปตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตทำและขายสุรากลั่นชุมชน พ.ศ. 2546 (ใช้บังคับในขณะนั้น) อธิบดีกรมสรรพสามิตจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 (ใช้บังคับในขณะนั้น) ออกคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตทำสุราของบริษัท เอ เป็นเวลา 6 เดือน  

บริษัท เอ เห็นว่า ในการได้รับอนุญาตทำสุราดังกล่าว ไม่มีข้อโต้แย้งหรือคำแนะนำใด ๆ เกี่ยวกับเครื่องจักรจากผู้อนุญาต จึงถือว่าได้ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนแล้ว การออกคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตไม่มีเหตุผลเพียงพอ ไม่ถูกต้องตามรูปแบบอันเป็นสาระสำคัญ จึงยื่นฟ้องกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม และ กรมสรรพสามิต (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-ที่ 3) ต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตทำสุรา เพิกถอนประกาศที่เกี่ยวข้อง และเรียกค่าเสียหาย

คดีมีประเด็นที่ศาลต้องพิจารณาว่า ... คำสั่งของอธิบดีกรมสรรพสามิต ที่พักใช้ใบอนุญาตทำสุรากลั่นชุมชน เป็นเวลา 6 เดือน เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ ?  

ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อผู้ฟ้องคดีและกรมสรรพสามิตได้ทำสัญญาว่าด้วยการอนุญาตให้ทำและขายสุรากลั่นชุมชน โดยเจ้าพนักงานสรรพสามิตได้ออกใบอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดี ทำสุรากลั่นชุมชนแล้ว  

ต่อมา มีการตรวจสอบโรงงานของผู้ฟ้องคดี พบว่า เครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิตสุราใช้มอเตอร์ที่มีขนาดกำลังแรงม้า รวมทั้งสิ้นจำนวน 65.83 แรงม้า จึงมีลักษณะต้องห้ามตามประกาศกรมสรรพสามิตฯ ข้อ 3.5 อันถือเป็นการขาดคุณสมบัติในการได้รับอนุญาตให้ทำสุรากลั่นชุมชน  

และเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการ อันเป็นการกระทำผิดเงื่อนไขที่กำหนดในใบอนุญาต ซึ่งเป็นเหตุให้พักใช้ใบอนุญาตได้ตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติสุราฯ ประกอบกับใบอนุญาตระบุว่า ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติให้เป็นการถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ และสัญญาทุกประการ 

โดยที่สัญญาว่าด้วยการอนุญาตให้ทำและขายสุรากลั่นชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของใบอนุญาตทำสุรากลั่นชุมชน ซึ่งตามข้อ 2 วรรคสอง กำหนดให้สถานที่ทำสุรากลั่นชุมชน ต้องใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้า หรือใช้คนงานน้อยกว่า 7 คน หรือ กรณีที่ใช้ทั้งเครื่องจักร และคนงาน เครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้า และคนงานต้องน้อยกว่า 7 คน  

โดยต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย ที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งต้องตั้งอยู่ห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะ ไม่น้อยกว่า 100 เมตร แยก จากส่วนที่ใช้อยู่อาศัยโดยชัดเจน ตั้งอยู่ในทำเล และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีบริเวณและพื้นที่เพียงพอที่จะทำสุรา โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย เหตุเดือดร้อนรำคาญ หรือความเสียหายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น 

เมื่อสัญญาได้กำหนดให้สถานที่ทำสุรากลั่นชุมชน ต้องใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้า การที่โรงงานผลิตสุราของผู้ฟ้องคดี มีกำลังเครื่องจักรเพิ่มขึ้นโดยมีกำลังรวม 65.83 แรงม้า จึงเป็นการกระทำผิดต่อข้อกำหนดในใบอนุญาต และไม่เป็นไปตามประกาศของกรมสรรพสามิต (ใช้บังคับในขณะนั้น)  

ดังนั้น คำสั่งของอธิบดีกรมสรรพสามิตที่พักใช้ใบอนุญาตทำสุรากลั่นชุมชนของผู้ฟ้องคดี จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และมิได้เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้นที่ยกฟ้อง (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อร. 112/2568) 

                                              “สุรากลั่นชุมชน”ขยายการผลิตภายหลัง คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตชอบหรือไม่?

สรุปได้ว่า ... คดีดังกล่าวศาลได้วินิจฉัยเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตทำสุรากลั่นชุมชนว่า ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติให้เป็นการถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และสัญญาทุกประการ โดยสัญญาว่าด้วยการอนุญาตให้ทำและขายสุรากลั่นชุมชน ถือเป็นส่วนหนึ่งของใบอนุญาตทำสุรากลั่นชุมชน  

เงื่อนไขต่าง ๆ ในสัญญา รวมถึงประกาศของกรมสรรพสามิต จึงมีผลเป็นข้อกำหนดในใบอนุญาตที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เมื่อมีการฝ่าฝืน ดังเช่นคดีนี้ที่มีการขยายกำลังการผลิตในภายหลัง อธิบดีย่อมมีอำนาจพักใช้ใบอนุญาตได้  

ทั้งนี้ ปัจจุบันการทำสุราอยู่ภายใต้บังคับกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. 2568 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 โดยให้ยกเลิกกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. 2565  

กฎกระทรวงฉบับใหม่นี้ออกตามความในมาตรา 153 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 เพื่อขยายโอกาสและลดข้อจำกัดในการเข้าสู่ธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อย

โดยยังคงแบ่งขนาดโรงงานอุตสาหกรรมสุราตามกำลังของเครื่องจักร เป็นขนาดเล็ก (กำลังรวมหรือกำลังเทียบเท่าต่ำกว่า 5 แรงม้า) ขนาดกลาง (ตั้งแต่ 5 แรงม้าแต่น้อยกว่า 50 แรงม้า) และขนาดใหญ่ (ตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป) พร้อมทั้งจำแนกประเภทใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้า ตามชนิดของสุราและขนาดของกิจการ โดยใบอนุญาตที่ออกตามกฎกระทรวงฉบับเดิมให้ถือว่าเป็นใบอนุญาตตามกฎกระทรวงฉบับใหม่ และใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุ  ดังนั้น ผู้รับใบอนุญาต

จึงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้ตรงตามขนาดของกิจการที่ได้รับอนุญาต หากประสงค์จะขยายกำลังการผลิต ก็ชอบที่จะดำเนินการขอรับใบอนุญาตให้ถูกต้องตามขนาดของกิจการที่แท้จริงเสียก่อน มิใช่ขยายกำลังการผลิตไปโดยพลการ ดังเช่นอุทาหรณ์ในคดีนี้     

(ปรึกษาคดีปกครองได้ที่ “สายด่วนศาลปกครอง 1355”)

คอลัมน์อุทาหรณ์จากคดีปกครอง โดย...นายปกครอง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4131