thansettakij
thansettakij
ว่าด้วย“กําลังการผลิตส่วนเกิน” สู่กำลังการผลิตคุณภาพใหม่ของจีน (จบ)

ว่าด้วย“กําลังการผลิตส่วนเกิน” สู่กำลังการผลิตคุณภาพใหม่ของจีน (จบ)

29 มิ.ย. 67 | 01:30 น.

ว่าด้วย“กําลังการผลิตส่วนเกิน” สู่กำลังการผลิตคุณภาพใหม่ของจีน (จบ) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับ 4005

ก่อนอื่นต้องขอเริ่มจากคำว่า “กําลังการผลิต” (Productive Forces) ก่อน คำนี้อาจถูกเรียกว่า “ปัจจัยการผลิต” (Production Factors) ที่กล่าวไว้โดย คาร์ล มาร์กซ์ นักปรัชญาที่โด่งดังชาวเยอรมัน ในหนังสือที่มีชื่อว่า “Das Kapital” ที่เขียนไว้เมื่อปี 1867 หรือเกือบ 160 ปีที่แล้ว

ในโลกยุคใหม่ “กำลังการผลิต” หมายรวมถึงกําลังแรงงานและวิธีการผลิต ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เครื่องมือ เครื่องจักร อาคารโรงงาน โครงสร้างพื้นฐาน ความรู้ทางเทคนิค วัตถุดิบ และที่ดินที่ใช้ประโยชน์ได้

 

ภายหลังความสำเร็จในการใช้กลยุทธ์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ที่ขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเข้มข้น แต่งานวิจัยหนึ่งของจีนก็ระบุว่า จีนต้องเผชิญความท้าทายใหม่ที่อัตราการขยายตัวของผลผลิตโดยรวมของจีนกลับลดลงในช่วงหลายปีหลัง

จีนจึงพยายามพลิกสถานการณ์ด้วยการนำเอา “กำลังการผลิตคุณภาพใหม่” (New Quality Productive Forces) มาเป็นกลยุทธ์ใหม่ในการต่อยอดนโยบาย Made in China 2025 และพัฒนาภาคการผลิตในยุคหน้า

“กําลังการผลิตคุณภาพใหม่” อาศัย “นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี” เป็นองค์ประกอบหลักของการพัฒนาที่ต่อยอดจากของเดิม หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง นอกจากแรงงานและทุนแบบคลาสสิก นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเป็น “กำลังการผลิตใหม่” ในตัวเอง 

เมื่อนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีผสมผสานเข้ากับปัจจัยการผลิตคุณภาพสูงอื่น ก็นำไปสู่ผลลัพธ์ 3 สูง อันได้แก่ เทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และคุณภาพในที่สุด

ใน “ความใหม่” กลยุทธ์นี้มุ่งเป้าไปที่การพัฒนาคุณภาพสูงที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย และความสร้างสรรค์ ความเป็นอัจฉริยะ และความเป็นสีเขียว 

เท่ากับว่า “ความใหม่” มุ่งเป้าไปที่ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมที่สูงและกว้างขวางขึ้น “กําลังการผลิตคุณภาพใหม่” จึงไม่เพียงจะเติมพลังให้กับการเติบโตที่มีคุณภาพสูงของจีนเท่านั้น แต่ยังจะเป็นแรงผลักดันสําหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนทั่วโลกอีกด้วย

โดยอาศัยการบูรณาการนวัตกรรมข้ามอุตสาหกรรม อาทิ หุ่นยนต์ เอไอพลัส บิ๊กดาต้า บล็อกเชน และ ควอนตัม รวมทั้งแรงงานคุณภาพสูง อันนำไปสู่ผลผลิตระดับไฮเอนด์ และ อุตสาหกรรมชั้นสูงรูปแบบใหม่ 

ในชั้นนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนร่วมกับอีก 6 กระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ประกาศรายชื่อ “อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ของจีนขึ้นเมื่อปลายเดือนมกราคม 2024 

รายชื่อดังกล่าวครอบคลุมหลากหลายสาขา ตั้งแต่การผลิต ข้อมูล สุขภาพ วัสดุ พลังงาน และ อวกาศ และเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมมากมาย เช่น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (หุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวคล้ายมนุษย์) การผลิตนาโน การคํานวณควอนตัม อุปกรณ์เครือข่าย 6G และส่วนต่อประสานสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface) 

ตลอดจนนิวเคลียร์ฟิวชัน พลังงานไฮโดรเจน การสํารวจดวงจันทร์และ ดาวอังคาร การทำเหมืองในทะเลลึก และพันธุวิศวกรรม ที่ส่วนใหญ่เพิ่งอยู่ในช่วงตั้งไข่หรือยังไม่มีอยู่จริงในจีน แต่ก็บ่งบอกเป็นนัยว่า อุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นเป้าหมายรายสาขาหลักของ “กําลังการผลิตคุณภาพใหม่” ในระยะยาว

กำลังการผลิตคุณภาพใหม่ จึงนับเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกิดใหม่ และการยกระดับภาคการผลิต ที่จะนำไปสู่การ “ก้าวกระโดด” คุณภาพสูงให้เกิดเป็นรูปธรรม 

                              ว่าด้วย“กําลังการผลิตส่วนเกิน” สู่กำลังการผลิตคุณภาพใหม่ของจีน (จบ)

ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ของจีน อันได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ลิเธียม และ แผงโซลาร์เซลล์ ล้วนเติบโตจากภาคส่วนเดิม ซึ่งจีนมีบทบาทในสัดส่วนที่สูง โดยเกือบครึ่งหนึ่งของกําลังการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ของโลกติดตั้งอยู่ในจีน กว่าครึ่งหนึ่งของ EV ของโลกวิ่งบนถนนในจีน และจีนมีส่วนสนับสนุน 1 ใน 4 พื้นที่ปลูกป่าที่เพิ่มขึ้นในโลก 

นอกจากนี้ “ความใหม่” ยังจะสร้างโอกาสของธุรกิจใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมอย่างยั่งยืน เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอแบบดั้งเดิมไปสู่สิ่งทอแห่งอนาคต อาทิ นาโนพลัส และ วัสดุชีวภาพใหม่

เราต้องยอมรับว่า จีนเดินหน้าพัฒนามิติของความยั่งยืนไปอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อเร็วๆ นี้ หอการค้าไทยในจีน และสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ก็ได้มีโอกาสร่วมมือกับสมาคมอุตสาหกรรมวิศวกรรมเคลือบสีแห่งชาติจีน จัดสัมมนา “China-Thailand (Bangkok) International for Coatings, Paints and Surface Treatment Technology” ที่โรงแรม 5 ดาวใจกลางกรุงเทพฯ

ผมสังเกตเห็นการพัฒนาด้าน “ความยั่งยืน” ของจีน ที่แทรกซึมเข้าไปในอุตสาหกรรมสีได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และกว้างขวาง ผู้ประกอบการจีนที่มาร่วมกิจกรรมในวันดังกล่าว ก็มาจากหัวเมืองในหลายมณฑล/มหานคร

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญในวงการสีของจีน ยังนำเสนอนวัตกรรม แทคนิคใหม่ และระบบการจัดการที่ช่วยลดปัญหาการปนเปื้อนของสีกับสิ่งแวดล้อม การลดต้นทุนการผลิต และอื่นๆ 

นี่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า จีนไม่เพียงต้องการขาย “ไข่ไก่” ดังเช่นในอดีตเท่านั้น แต่ยังต้องการขาย “แม่ไก่” ในปัจจุบันและอนาคต

ผลจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว พลังงานสีเขียว และการขนส่งสีเขียวของจีน ก็จะเพิ่มการลงทุนและตลาดการบริโภค เป็นมูลค่าถึง 10 ล้านล้านหยวนต่อปี ทั้งนี้ ในปี 2023 อุตสาหกรรมใหม่ดังกล่าวมีมูลค่าการส่งออกรวมมากกว่า 1 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับของปีก่อน

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญในวงการยังประเมินว่า การส่งออกที่เกิดจากการบูรณาการของชีวการแพทย์ ปัญญาประดิษฐ์ และ นาโนเทคโนโลยี ก็มีมูลค่ามากกว่า 500,000 ล้านหยวน และคาดว่าจะเพิ่มสูงถึง 2 ล้านล้านหยวนในปี 2030

ภายหลังการตอกย้ำเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง “ความทันสมัย” อันเนื่องจากกำลังการผลิตคุณภาพใหม่ของจีน นับว่าก้าวหน้าในทุกด้านด้วยความเร็วที่สูงขึ้น สิ่งนี้ทําให้นักลงทุนจีน และต่างชาติมีโอกาสทางธุรกิจที่ไม่สิ้นสุด และนำไปสู่โอกาสในการพัฒนาในวงกว้าง 

ยิ่งหาก สหรัฐฯ และ จีน สองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก รวมทั้งชาติพันธมิตร หันมาร่วมมือ และแบ่งปันความรับผิดชอบอย่างจริงจังต่อมวลมนุษยชาติ รวมทั้งอยู่กับหลักการของความเป็นธรรม ความยุติธรรม และการไม่เลือกปฏิบัติ ผมก็เชื่อมั่นว่า สิ่งนี้จะนำไปสู่ผลประโยชน์ร่วม ส่งเสริมนวัตกรรมระดับโลก และขยายการมีส่วนร่วมในการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

มาถึงวันนี้คงเร็วเกินไปที่จะตอบได้ว่า กลยุทธ์ “กำลังการผลิตคุณภาพใหม่” จะประสบความสำเร็จ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า นโยบายนี้จะทำให้จีน “เปลี่ยนเลนส์แซง” ก้าวขึ้นเป็นอภิมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกได้หรือไม่ หรือทำให้มวลมนุษยชาติบนโลกใบนี้ได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใด ...

เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน, อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ  ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน