เสริมแกร่ง ให้เศรษฐกิจฐานราก

13 ก.ค. 2563 เวลา 5:00 น. 780

เสริมแกร่ง ให้เศรษฐกิจฐานราก : บทบรรณาธิการ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3591 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 12-15 ก.ค.63

เสริมแกร่ง

ให้เศรษฐกิจฐานราก
 

     คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ได้อนุมัติโครงการเพื่อขอใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 4 แสนล้านบาท ไปจำนวน 5 โครงการ รวมวงเงิน 15,520 ล้านบาท
 

     มี 2 โครงการที่สำคญ ที่จะช่วยก่อให้เกิดการสร้างงานและสร้างอาชีพ และสามารถรองรับแรงงานส่วนเกินที่อพยพกลับท้องถิ่นและชุมชน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่ม เกษตรทฤษฎีใหม่ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงิน  9,805.70 ล้านบาท ที่จะเข้าไปส่งเสริมการเรียนรู้และน้อมนำหลักทฤษฎีใหม่ และหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยการพัฒนาพื้นที่จุดเรียนรู้ในรูปแบบกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ 1 ตำบล 1 กลุ่มทฤษฎีใหม่
 

     รวมทั้งจัดสรรงบเพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำสำหรับทำการเกษตร ตลอดจนพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำด้วยระบบและวิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

     ผลที่คาดว่าจะได้จากโครงการนี้ จะช่วยให้เกิดการจ้างงาน สร้างงานสร้างรายได้ในพื้นที่ 4,009 ตำบล  ราว 32,072 คน เกิดมูลค่าราว 3,463 ล้านบาท และสามารถเพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืนรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ได้ 192,432 ไร่ เกษตรกรได้รับการพัฒนาให้มีความมั่นคงในอาชีพ 64,144 คน และมีแปลงพื้นที่ต้นแบบการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ 64,144 แห่ง
 

     ขณะที่โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย วงเงิน 4,787.91 ล้านบาท เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์สู่การปฏิบัติ ในรูปแบบ โคก หนอง นา โมเดล สู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนผ่านการสร้างงานสร้างรายได้ ให้แก่เกษตรกร แรงงานและบัณฑิตจบใหม่ กลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่นและชุมชน
 

     คาดหวังว่าจะสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร แรงงานและบัณฑิตจบใหม่ กลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่นและชุมชน ผ่านกิจกรรมต่างๆ  ที่ก่อให้เกิดแกนนำการพัฒนา เป็นครูกระบวนการ ครูกสิกรรม ครูประจำฐานเรียนรู้การพึ่งพาตนเอง และครูพาทำ จำนวน 34,367 คน เกิดพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ ระดับตำบล จำนวน 337 ตำบล และระดับครัวเรือน จำนวน 24,842 ครัวเรือน เกิดการจ้างงานสร้างงาน สร้างรายได้ในพื้นที่ 3,246 ตำบล รวม 9,188 คน เป็นมูลค่า 992  ล้านบาท และเพิ่มพื้นที่ปลูกป่าไม่น้อยกว่า 25,759 ไร่
 

     ทั้ง 2 โครงการนี้ หลังจากที่ครม.เห็นชอบแล้ว จะเริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป จนถึงเดือนกันยายน 2564 ซึ่งเป็นความหวังของรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ที่จะฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ และช่วยเสริมแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ตลอดจนเกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างพอเพียงและยั่งยืนต่อไปได้