
"พิชัย" ถก ทูตสหรัฐ ชวนลงทุนในไทย เร่งต่ออายุสิทธิ GSP
"พิชัย" รมว.พาณิชย์ ถตทูตสหรัฐฯ ชวนลงทุนในไทยเพิ่ม พร้อมเป็นศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัล ชู Food Security Hub เร่งสหรัฐฯ ต่ออายุ GSP หวังกระตุ้นการค้าสองฝ่าย
วันนี้ (17 ตุลาคม 2567) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายโรเบิร์ต เอฟ โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย และเน้นย้ำว่าไทยและสหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์พร้อมให้ความร่วมมือกับสถานทูตสหรัฐฯ ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ระหว่างกัน
ทั้งนี้ จากการหารือกระทรวงพาณิชย์ได้ให้ความสำคัญในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ เสริมสร้างบรรยากาศที่ดีสำหรับการค้าและการลงทุนและพร้อมต้อนรับการมาเยือนของคณะนักธุรกิจ USABC (U.S.-ASEAN Business Council - USABC) ในเดือนพฤศจิกายน 2567
ขณะเดียวกัน ไทยพร้อมเป็นพันธมิตรด้านเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการเป็นฐานการผลิตในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของสหรัฐฯ เช่น ดิจิทัล AI อิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และสหรัฐฯ ก็พร้อมสนับสนุนภาคเอกชนของสหรัฐฯ ให้เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น
ขณะที่ ปัจจุบันทราบว่าบริษัท HP ของสหรัฐฯ ก็อยู่ระหว่างการเข้ามาลงทุนในไทย บริษัทดิจิทัลสัญชาติสหรัฐฯ อย่างบริษัท Google และ Amazon ที่ได้ยืนยันแผนการลงทุนในธุรกิจ Data Center และ Cloud Service ในไทย ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลของภูมิภาค พร้อมทั้งได้เชิญชวนบริษัทดิจิทัลสัญชาติสหรัฐฯ อื่นๆ เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่ม
นอกจากนี้ ไทยยังมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางความมั่งคงทางอาหาร (Food Security Hub) โดยเป็นคลังสินค้าและส่งออกอาหารให้กับทุกประเทศที่ต้องการ
นายพิชัย กล่าวต่ออีกว่า ไทยได้ขอให้สหรัฐฯพิจารณาเร่งรัดการต่ออายุการให้สิทธิ GSP (สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร) ที่ได้หมดอายุไปเมื่อปลายปี 2563 ให้เสร็จโดยเร็วเนื่องจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ อีกทั้งได้แสดงความยินดีต่อการสรุปผลแผนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Work Plan) ที่ทั้งสองประเทศได้ดำเนินการร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การปลดไทยออกจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (WL)
ทั้งนี้ ด้านการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ พบว่า ในปี 2566 สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 2 ของไทย รองจากจีน โดยมีมูลค่าการค้ารวม 67,659.89 ล้านดอลลาร์ โดยสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มีมูลค่าการส่งออก 48,352.79 ล้านดอลลาร์ มีสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่
- เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
- ผลิตภัณฑ์ยาง
- เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
- อุปกรณ์กึ่งตัวนำ
- ทรานซิสเตอร์และไดโอด
- อัญมณีและเครื่องประดับ
- รถยนต์และส่วนประกอบ
- เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ
ขณะที่สหรัฐฯ เป็นแหล่งนำเข้าลำดับ 3 ของไทยมีมูลค่าการนำเข้าจากสหรัฐฯ 19,307.10 ล้านดอลลาร์ สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่
- น้ำมันดิบ
- เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ
- เคมีภัณฑ์
- ก๊าซธรรมชาติ
- แผงวงจรไฟฟ้า
- เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ
- ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์





