
รัฐบาล ปิดตาย จ่ายเงินชาวนาไร่ละ 1,000 หลังอนุมัติ ปุ๋ยคนละครึ่ง
รัฐบาล “เศรษฐา ทวีสิน” ประกาศยกเลิก “จ่ายเงินชาวนาไร่ละ 1,000 บาท” ไม่มีแล้วในรัฐบาลนี้ หลังจากครม. อนุมัติ “ปุ๋ยคนละครึ่ง” โฆษกรัฐบาล ระบุโครงการเดิมเงินเข้ากระเป๋าเจ้าของที่ดิน ชาวนาไม่ได้ประโยชน์
วันนี้ (25 มิถุนายน 2567) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แถลงมติการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไทย หรือ ปุ๋ยคนละครึ่ง โดยรัฐบาลจะจัดสรรงบฯ ชดเชยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ทำให้โครงการเดิมนั่นคือ โครงการช่วยเหลือปัจจัยการผลิต ไร่ละ 1,000 บาท นั้น รัฐบาลจะไม่มีการดำเนินการอีกต่อไป
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดว่า การดำเนินโครงการปุ๋ยคนละครึ่งครั้งนี้ จะเป็นนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือชาวนาในปี 2567 ส่วนนโยบายแทรกแซงปีก่อนที่ได้ทำโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 20,000 บาท วงเงินกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท จะไม่ทำอีกต่อไป และมาทำโครงการปุ๋ยคนละครึ่งแทน
"เหตุที่รัฐบาลเปลี่ยนนโยบายจากการทำโครงการในปีที่แล้ว มาเป็นปุ๋ยคนละครึ่ง เพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่า ปีที่แล้วที่ทำไร่ละ 1,000 บาท ปรากฎว่าเงินช่วยเหลือตกไปอยู่กับเจ้าของที่ดินเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ไปถึงมือชาวนาอย่างแท้จริง ปีนี้จึงทำโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ซึ่งรัฐบาลมั่นใจ 100% ว่าเงินจะถึงมือชาวนาอย่างแน่นอน" นายชัย ระบุ
ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังรายงานต่อที่ประชุมครม.ด้วยว่า โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ได้มีการประชาสัมพันธ์ และแจ้งต่อชาวนาทั่วประเทศได้รับทราบรายละเอียดแล้ว ซึ่งก็ได้รับการเห็นชอบจากทุกฝ่าย ดังนั้นครม.จึงมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอเข้ามา
สำหรับโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หรือ “ปุ๋ยคนละครึ่ง” ดำเนินการภายใต้มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 ไม่เกินครัวเรือนละ 500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาท ตามราคาปุ๋ยที่จ่ายจริง
กลุ่มเป้าหมาย
เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร ประมาณ 4.68 ล้านครัวเรือน (เกษตรที่ปลูกข้าวทั่วไปประมาณ 4.48 ล้านครัวเรือน พื้นที่ 54 ล้านไร่ และเกษตรกรที่ปลูกข้าวอินทรีย์ประมาณ 2 แสนครัวเนรือน พื้นที่ 1.20 ล้านไร) ทั้งนี้ ลูกค้า ธ.ก.ส. ที่เข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้สามารถเข้าร่วมโครงการได้
ระยะเวลาดำเนินโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง
- ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 – 31 พฤษภาคม 2568
วิธีดำเนินการและเงื่อนไขโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง
1. สนับสนุนปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และชีวภัณฑ์ในราคาครึ่งหนึ่ง (เกษตรกรชำระเงินค่าปุ๋ยและชีวภัณฑ์ครึ่งหนึ่ง และรัฐบาลสมทบค่าปุ๋ยและชีวภัณฑ์อีกครึ่งหนึ่ง) ไม่เกินครัวเรือนละ 500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาท ตามราคาปุ๋ยที่จ่ายจริง รวมมูลค่าปุ๋ยไม่เกิน 20,000 บาท
ทั้งนี้ ปุ๋ยที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นปุ๋ยที่ได้รับการขึ้นทะเบียน หรือหนังสือสำคัญรับแจ้งถูกต้องตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และชีวภัณฑ์ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนถูกต้องตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
2. เกษตรกร 1 ครัวเรือน มีพื้นที่ปลูกหลายพื้นที่ ใช้สิทธิ์รวมได้ไม่เกิน 20 ไร่ และไม่ซ้ำซ้อน ตามที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 กับกรมส่งเสริมการเกษตร
3. เกษตรกรต้องนำไปใช้จริง ห้ามนำไปจำหน่าย แจกจ่ายให้บุคคลอื่น
4. สหกรณ์การเกษตรต้องส่งมอบปุ๋ยและชีวภัณฑ์ให้เกษตรกรให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยหากเกษตรกรยังไม่ได้รับปุ๋ยและชีวภัณฑ์ ธ.ก.ส. จะคืนเงินที่เกษตรกรชำระทั้งหมดให้เกษตรกร
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
- เกษตรกรผู้ปลูกข้าวประมาณ 4.68 ล้านครัวเรือน สามารถลดต้นทุนการผลิตข้าวได้ร้อยละ 10 ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และมีอำนาจในการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเกษตรกรและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- เกษตรกรผู้ปลูกข้าวประมาณ 4.68 ล้านครัวเรือน สามารถเข้าถึงปุ๋ยคุณภาพในราคาถูก สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว และยกระดับคุณภาพข้าวเพื่อตอนบสนองความต้องการของตลาด
- การใช้จ่ายในการซื้อปัจจัยการผลิต ทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศเกิดการหมุนเวียน และสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐในการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกช้าวตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (โครงการไร่ละ 1,000 บาท) ได้ถึงปีละ 24,320 ล้านบาท (เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้งบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีละ 54,300 ล้านบาท-29,980 ล้านบาท)






