
ตรวจสอบเงิน "ประกันรายได้เกษตร" จ่ายส่วนต่าง "ประกันราคาข้าว" งวดที่ 12
เช็คที่นี่! รายละเอียดครบ เงินช่วยเหลือเกษตรกร "ประกันรายได้เกษตร" ปี 2565/66 จ่ายส่วนต่าง "ประกันราคาข้าว" งวดที่ 12
เช็คอัพเดท ต่อเนื่อง ตามที่รัฐบาล กระทรวงการคลัง และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ออกนโยบายให้เงินช่วยเหลือเกษตรกรปี 65 กรณีเงินประกันรายได้ข้าว ปี 2565/66 และ เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท นัดโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรชาวนาโดยตรง มาตั้งแต่ 24 พ.ย. 2565 นั้น ล่าสุดกรมการค้าภายใน เคาะราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง “ประกันราคาข้าว” มาถึง งวดที่ 12 แล้ว
ล่าสุด วันที่ 29 ธันวาคม 2565 นายธีร์วริศ พรพันธวิศ นายกสมาคมส่งเสริมเกษตรกรชาวนาอีสาน และ ในฐานะคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างและการชดเชยส่วนต่างราคาให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 รอบที่ 1 เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าวันนี้ทางคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้มีมติ ในคราวประชุม เห็นชอบการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่าง "ประกันราคาข้าว" ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 รอบที่ 1 ครั้งที่ 24/2565 (งวดที่ 12 ) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวก่อนวันที่24-30 ธันวาคม 2565 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง ๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้
- ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 1.002.99 บาท
- ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 547.71บาท
- ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 25.48 บาท
- ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 250.10บาท
- ข้าวเปลือกเหนียว ราคาสูงกว่าเป้าหมาย
ตรวจสอบสถานะขั้นตอน-ช่องทางตรวจสอบเงิน ดังนี้
- เข้าสู่เว็บไซต์ chongkho.inbaac.com ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- กรอกเลขประจำตัวประชาชน เพื่อใช้ในการเช็คเงินเกษตรกร การเช็คเงินเกษตรกร 2564 เข้าหรือยัง สามารถทราบผลได้ทันที หลังจากกรอกเลขบัตรประชาชน โดยจะมีรายละเอียดของบัญชี จำนวนเงิน และโครงการของเงินช่วยเหลือที่ได้รับ
- ตรวจสอบข้อมูลในแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile หลังจากตรวจสอบในเว็บไซต์แล้วเรียบร้อย หากมีข้อมูลขึ้นว่าได้รับเงินโอน สามารถเข้าไปตรวจสอบยอดเงินได้ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชั่น ธ.ก.ส. A-Mobile จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวครอบคลุมกว่า4.689 ล้านครัวเรือน กำหนดระยะเวลาการขึ้นทะเบียนสำหรับข้าวนาปี ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-31 ต.ค.65 แต่ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.65 -28 ก.พ.66 โดยจะมีการกำหนดราคาตลาดเพื่อกำหนดราคาทุก 7 วัน
และจะจ่ายเงินส่วนต่าง(ถ้ามี) จำนวน 33 งวดงวดแรกเริ่มต้น 14 ต.ค.65 งวดสุดท้ายวันที่ 26 พ.ค.66
นอกจากนี้ยังเห็นชอบมาตรการคู่ขนาน ซึ่งเป็นมาตรการที่จะนำมาใช้ในช่วงที่ข้าวประดังออกสู่ตลาดมาก และจากกระทบให้ราคาข้าวในตลาดราคาตก มี 3 มาตรการประกอบด้วย
1.ให้เกษตรกรชะลอการขาย ตั้งเป้าหมาย 2.5 ล้านตัน จะช่วยชดเชยตันละ 1,500 บาท
2.สำหรับสถาบันเกษตรกรที่ชะลอขายข้าวจะช่วยดอกเบี้ย 3 % ตั้งเป้า 1 ล้านตัน 3.ช่วยโรงสีที่เก็บข้าวไว้ไม่ปล่อยออกสู่ตลาด จะช่วยดอก 3 % เป้าหมาย 4 ล้านตัน รวมวงเงิน 7,107 ล้านบาท
3.เห็นชอบให้ดำเนินการ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในเรื่องต้นทุนและการบริหารจัดการข้าว หรือที่เรียกว่า ไร่ละ 1,000 รายละไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 20,000 บาทจำนวน 4.68 ล้านครอบครัว วงเงิน 55,364 ล้านบาท รวม 3 โครงการนี้เป็นวงเงินทั้งสิ้น 150,127 ล้านบาท






