thansettakij
thansettakij
รัฐ-เอกชน หนุนเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว ตามรอย 85 ประเทศทั่วโลก

รัฐ-เอกชน หนุนเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามรอย 85 ประเทศทั่วโลก

29 ต.ค. 69 | 09:25 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ต.ค. 69 | 09:58 น.

รัฐ-เอกชน หนุนเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามรอย 85 ประเทศทั่วโลก อุดช่องโหว่ระบบรักษาพยาบาล พัฒนาท่องเที่ยวไทย

KEY

POINTS

  • ภาครัฐและเอกชนสนับสนุนแผนจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาทต่อคน ตามแนวทางของกว่า 85 ประเทศทั่วโลก
  • รายได้หลักจะนำไปจัดซื้อประกันสุขภาพให้นักท่องเที่ยว เพื่อลดภาระค่ารักษาพยาบาลค้างชำระที่โรงพยาบาลรัฐต้องแบกรับปีละหลายพันล้านบาท
  • เงินส่วนที่เหลือจากการซื้อประกัน จะถูกนำเข้ากองทุนเพื่อใช้พัฒนาและยกระดับแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยเฉพาะเมืองรอง
  • แผนดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติแล้ว และกำลังเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

การจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่เพียงผ่านประชาพิจารณ์แล้วกว่า 80% เห็นด้วยในการจัดเก็บ ล่าสุดยังผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ททช.) เรียบร้อยแล้ว และเตรียมจะเสนอรายละเอียดให้รองนายก ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก่อนนำเสนอให้ครม.พิจารณาต่อไป

โดยจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในอัตรา 450 บาท (ประมาณ 10 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีเป้าหมายสำคัญในการ นำเงินไปจัดซื้อประกันสุขภาพดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อลดภาระภาษีของคนไทย พร้อมนำเงินส่วนที่เหลือไปตั้ง กองทุนพัฒนาการท่องเที่ยว

จากการรวบรวมข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันมีมากกว่า 85 ประเทศทั่วโลก ที่มีการจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวแล้ว โดยสามารถแบ่งรูปแบบการจัดเก็บออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ 

1.การจัดเก็บรวมในค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน / ภาษีขาออก (Exit / Departure Tax) อาทิ ญี่ปุ่น เก็บภาษีท่องเที่ยวขาออก (Sayonara Tax) รวมในตั๋วเครื่องบิน อัตรา 3,000 เยน ประมาณ 620 บาท

2. การจัดเก็บรวมในค่าที่พักและบริการ (City Tax / Hotel Tax) อาทิ กลุ่มประเทศยุโรป เช่น ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, กรีซ มักจัดเก็บเป็นรายคืนต่อคน ตั้งแต่ 1 ถึง 15.93 ยูโร/คืน หรือประมาณ 40-620 บาท หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาห้องพัก เช่น 5% - 12.5%

การจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวของประเทศต่างๆ

3. การจัดเก็บเมื่อเดินทางเข้าประเทศ / ผ่านระบบลงทะเบียนอนุมัติเดินทาง เช่น ภูฏาน จัดเก็บค่าธรรมเนียมการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDF) สูงถึง 100 USD ต่อวัน ประมาณ 3,500 บาท/วัน

นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า การจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท เป็นแนวทางที่น่าสนใจ เพราะช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลที่คนไทยต้องแบกรับ โดยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามากว่า 20 ล้านคน มีค่ารักษาพยาบาลรวมประมาณ 17,000 ล้านบาท แต่โรงพยาบาลจัดเก็บได้จริงเพียง 9,900 ล้านบาท ทำให้เกิดหนี้ค้างชำระราว 7,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นภาระที่ไม่เป็นธรรมต่อคนไทย

นอกจากนี้ หลังหักค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อประกันภัยให้นักท่องเที่ยวแล้ว คาดว่าจะมีเงินเหลือสำหรับพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวปีละประมาณ 8,000 ล้านบาท หรือสะสมถึง 80,000 ล้านบาทใน 10 ปี สามารถนำไปยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองและการท่องเที่ยวชุมชน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว โดยไม่ต้องใช้งบประมาณจากภาษีคนไทย

“นักท่องเที่ยวที่ยอมจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อมาเที่ยวไทย ย่อมไม่กังวลกับค่าธรรมเนียมเพียง 450 บาท หากเงินดังกล่าวนำกลับมาดูแลนักท่องเที่ยวและพัฒนาประเทศ” นายศิโรตม์กล่าว พร้อมเสนอให้เชื่อมระบบจัดเก็บกับการซื้อตั๋วโดยสาร เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าหรือเพิ่มภาระบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือค่าเหยียบแผ่นดินว่า เรื่องดังกล่าวผ่านการหารือในคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติมาแล้ว

 โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนออัตราจัดเก็บ 450 บาทต่อคน
โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียดให้รอบด้าน ทั้งหลักเกณฑ์การจัดเก็บ การเบิกจ่ายและวัตถุประสงค์การใช้เงิน โดยทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

ขณะที่นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เคยสำรวจเบื้องต้นจากโรงพยาบาลศูนย์(รพศ.)กว่า 30 แห่ง พบว่า มีหนี้สูญปีละหลายพันล้านบาท จึงสนับสนุนให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หากมีรายได้เข้ากองทุน ที่จะมาสนับสนุนเรื่องการซื้อประกันภัย หรือประกันสุขภาพ ก็อยากให้มีประกันตรงนี้ให้กับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยที่ไม่ได้เข้ามาทำงาน ให้มีสิทธิตรงนี้ เพราะคือการเปลี่ยนความเสี่ยงของการชำระเงินค่ารักษาพยาบาล จากที่อยู่ที่รพ.เป็นที่บริษัทรับประกันภัย หรือประกันสุขภาพ

ขณะเดียวกันภาคธุรกิจสุขภาพไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตั้งเป้าเริ่มจัดเก็บ "ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท" ภายในไตรมาสแรกของปี 2570 ซึ่งรวมถึงข้อเสนอจัดสรรเงินบางส่วนเป็นประกันภัยนักท่องเที่ยว

นายชธกร สนประเทศ Senior Advisor & ASEAN Business Researcher จาก Beacon Strategic Think Tank ระบุในบทความแสดงความคิดเห็นว่า ข้อมูลโรงพยาบาล 32 แห่งในปี 2567 พบว่ามีการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจากชาวต่างชาติรวม 16,957 ล้านบาท แต่จัดเก็บได้จริง 9,935 ล้านบาท เกิดส่วนต่างค้างชำระถึง 7,022 ล้านบาท สะท้อนความสำคัญของการมีระบบบริหารความเสี่ยงด้านค่ารักษาพยาบาลสำหรับชาวต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวครอบคลุมชาวต่างชาติทุกกลุ่ม ขณะที่ค่าธรรมเนียม 450 บาทเป็นเงินสมทบกองทุนเพื่อหลายวัตถุประสงค์ ไม่ใช่เบี้ยประกันภัยทั้งหมด และไม่สามารถนำไปชำระหนี้เดิมได้โดยอัตโนมัติ จึงจำเป็นต้องสื่อสารขอบเขตความคุ้มครองให้ชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่เดินทางเข้ามารับการรักษาตามนัด เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ เสนอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานกำกับดูแลด้านประกันภัย ร่วมกันพัฒนาระบบตรวจสอบสิทธิและประสานเหตุที่โรงพยาบาลใช้งานได้จริง พร้อมเปิดเผยเงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นอย่างโปร่งใส รวมถึงส่งเสริมบริการสื่อสารหลายภาษา โดยเฉพาะภาษาจีน ควบคู่กับการรักษามาตรฐานจริยธรรมทางการแพทย์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับระบบดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะยาว