
ไฟเขียว ค่าเหยียบแผ่นดิน ต่างชาติ 450 บาทต่อคน ลุยประชาพิจารณ์ จัดเก็บต้นปีหน้า
คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ไฟเขียวร่างประกาศเก็บค่าธรรมเนียมท่องเที่ยวต่างชาติ เสนอจัดเก็บนักท่องเที่ยวต่างชาติทีาเดินทางเข้าไทย 450 บาทต่อคน ลุยประชาพิจารณ์ วางไทม์ไลน์จัดเก็บปีหน้า
KEY
POINTS
- คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เห็นชอบในหลักการเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือ "ค่าเหยียบแผ่นดิน" ในอัตรา 450 บาทต่อคน สำหรับทุกช่องทางการเดินทาง
- ขั้นตอนต่อไปคือการจัดทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา 30 วัน ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ
- คาดว่าจะเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมได้จริงในไตรมาสแรกของปี 2570 โดยจะเริ่มจากช่องทางอากาศเป็นลำดับแรก ส่วนทางบกและทางน้ำจะดำเนินการในระยะต่อไป
- รายได้จากการจัดเก็บจะนำเข้ากองทุนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้เป็นค่าประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยวและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
วันนี้ (วันที่ 14 สิงหาคม 2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เปิดเผยว่าที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบร่างหลักการและร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (ค่าเหยียบแผ่นดิน) เพื่อเข้าสู่กระบานการ รับฟังความคิดเห็นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หรือ ประชาพิจารณ์ ก่อนนำกลับมาเสนอที่ประชุมท.ท.ช.อีกครั้ง หากผ่านประชาพิจารณ์ ก็จะนำเสนอให้ครม.พิจารณาต่อไป
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงร่างการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่เตรียมจะดำเนินการประชาพิจารณ์ว่า อัตราค่าธรรมเนียม มีการเสนออัตราการจัดเก็บอยู่ที่ 450 บาทต่อคน สำหรับการเดินทางเข้าในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ
รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อนำมาช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณแผ่นดินเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีจำกัดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การเสนออัตราการจัดเก็บอยู่ที่ 450 บาทต่อคน สำหรับการเดินทางเข้าในทุกช่องทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นตัวเลขที่ผ่านการศึกษาและคำนวณตามโมเดลมาตรฐานเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน
โดยปรับเพิ่มจากกรอบเดิมที่เคยพิจารณาไว้ ที่ 300 บาทสำหรับการเดินทางอากาศ และ 150 บาทต่อคนสำหรับการเดินทางผ่านทางบกและน้ำ
ส่วนแนวทางการจัดเก็บเฟสแรกจะเริ่มจัดเก็บทางอากาศก่อน โดยจะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว 180 วัน ส่วนการจัดเก็บทางบกและทางน้ำจะตามมาในเฟสท่ 2 ประมาณ 360 วันหลังจากนั้น เพื่อให้เวลารัฐบาลในการแก้ปัญหาความหนาแน่นบริเวณด่านชายแดน โดยเฉพาะด่านมาเลเซีย เพื่อไม่ให้การจัดเก็บค่าธรรมเนียมไปเพิ่มความแออัด
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้า-ออกบ่อย (เช่น ทางบก) กำลังพิจารณาการจัดเก็บแบบ Multiple ที่ผูกกับระยะเวลาคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย เช่น หากประกันคุ้มครอง 1 เดือน การเข้า-ออกในช่วงนั้นอาจชำระเพียงครั้งเดียว
ส่วนวิธีการชำระค่าธรรมเนียมให้คำนึงถึงการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว
ชาวต่างชาติ รวมทั้งต้องสามารถดำเนินการได้ด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
- ชำระรวมในค่าบัตรโดยสาร
- ชำระผ่านเว็บไซต์
- ชำระผ่านโมบายแอปพลิเคชัน
- ชำระผ่านตู้ให้บริการชำระค่าธรรมเนียม (Kiosk) หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่
- ชำระผ่านด้วยวิธีการอื่นตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด
ขณะที่ไทม์ไลน์การดำเนินงาน ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเตรียมทำ ประชาพิจารณ์ (Public Hearing) เป็นเวลา 30 วัน เพื่อรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนและทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่าจะสามารถเริ่มจัดเก็บได้จริงในไตรมาสแรกปี 2570
วัตถุประสงค์ของการใช้เงิน เงินจะถูกนำเข้ากองทุนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายหลักคือ
- ใช้เป็นค่าประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยว ทั้งด้านความปลอดภัยและสุขภาพ
- พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับนักท่องเที่ยว
- สนับสนุนการศึกษาวิจัย การจัดประชุม และการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว







