thansettakij
thansettakij
ททท.ต่อยอดประชุม IMF-WorldBank สร้างโอกาสใหม่ท่องเที่ยว ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ

ททท.ต่อยอดประชุม IMF-WorldBank สร้างโอกาสใหม่ท่องเที่ยว ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ

26 ต.ค. 69 | 02:54 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ต.ค. 69 | 02:54 น.

ททท.ต่อยอดประชุม IMF-WorldBank จุดพลุท่องเที่ยวปี 2570 เติบโตไม่น้อยกว่า 5% ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้าไทย ชู Value over Volume รุก 5 ตลาดศักยภาพเอเชีย สร้างการรับรู้เชิงบวกในกลุ่มชาวยุโรปและอเมริกา ดันไทยเจ้าภาพประชุมระดับอัลตราลักชัวรี สร้างรายได้คุณภาพ

KEY

POINTS

  • ททท. ต่อยอดความสำเร็จจากการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งเสริมการท่องเที่ยวปี 2570
  • มุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง โดยเปลี่ยนจากเน้นปริมาณเป็นการสร้างคุณค่า (Value over Volume) ตั้งเป้ารายได้ปี 2570 เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5%
  • วางกลยุทธ์เชิงรุกเจาะ 5 ตลาดหลักในเอเชียที่มีศักยภาพ ได้แก่ ไต้หวัน เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ โดยนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละตลาด
  • การประชุมครั้งนี้ช่วยสร้างการรับรู้เชิงบวกในกลุ่มชาวยุโรปและอเมริกาที่ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจ โดยเป็นการลงทุนด้านภาพลักษณ์ที่ไม่ต้องใช้วงเงินงบประมาณสูง
  • ไทยเจ้าภาพGlobal Summit of Women, ULTRA Thailand 2027 เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยวระดับอัลตราลักชัวรีเข้าไทย

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก (IMF–World Bank Annual Meetings 2026) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ IMF ประเมินเศรษฐกิจโลกปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัว 3.1% ขณะที่เศรษฐกิจเอเชียเติบโตถึง 4.8% 

ททท.ต่อยอดประชุม IMF-WorldBank สร้างโอกาสใหม่ท่องเที่ยวไทยดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้าไทย

สะท้อนให้เห็นว่า แม้โลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ยังมีโอกาสใหม่สำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะตลาดสำคัญในเอเชียที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัว

ได้แก่ ไต้หวัน 10.7% เวียดนาม 8.4% มาเลเซีย 5.2 % อินโดนีเซีย 5.1% และสิงคโปร์  5.0%  ซึ่งเป็นตลาดที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศไทย ทั้งด้านการเดินทาง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

“การเติบโตของเศรษฐกิจโลกเป็นสัญญาณที่บอกเราว่า โอกาสและกำลังซื้อใหม่กำลังเกิดขึ้นที่ไหน และประเทศไทยจะเข้าไปสร้างโอกาสจากการเติบโตนั้นได้อย่างไร”

ททท. จึงให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลเศรษฐกิจควบคู่กับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เพื่อกำหนดกลยุทธ์เชิงรุกในแต่ละตลาด โดยไม่มองเพียงจำนวนผู้เดินทาง แต่ต้องมองถึงศักยภาพการใช้จ่าย ระยะเวลาพำนัก การเดินทางซ้ำ และรายได้ที่กระจายถึงผู้ประกอบการและชุมชนไทย

รุก 5 ตลาดเอเชีย ด้วยกลยุทธ์ที่แตกต่าง ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ

  • ไต้หวัน – New Reason to Come

มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตนเอง (FIT) ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 90% สร้างเหตุผลใหม่ในการกลับมาเที่ยวไทย ผ่าน Gastronomy, Michelin, Local Food, Wellness, Art & Design และ Outdoor Adventure รวมถึงการใช้ Food Creator และแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่

  • เวียดนาม – Family, Shopping & New Experience

ขยายฐานนักท่องเที่ยวครอบครัว Millennials และ Gen Z รวมถึงกลุ่ม Luxury, MICE และ Sport Tourism เชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวใหม่จากกรุงเทพฯ และพัทยา สู่เชียงใหม่ เชียงราย และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยวและแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่าย

  • มาเลเซีย – Overland Tourism & Border Economy

ต่อยอดตลาดใหญ่อันดับ 2 ของไทย ผ่านการเดินทางทางบกและทางอากาศ ส่งเสริม Shopping, Family & Food รวมถึงกิจกรรมคาราวานท่องเที่ยว เชื่อมโยงสงขลา พัทลุง และเมืองท่องเที่ยวภาคใต้ เพื่อเปลี่ยนการเดินทางระยะใกล้ให้สร้างรายได้และกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่พื้นที่มากขึ้น

  • อินโดนีเซีย – Muslim-Friendly & Wellness Destination

ยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมุสลิมและครอบครัว โดยให้ความสำคัญกับอาหารฮาลาล สิ่งอำนวยความสะดวก ความชัดเจนของข้อมูล และบริการตลอด Customer Journey ควบคู่กับการนำเสนอ Health & Wellness ความงาม และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ

  • สิงคโปร์ – Premium Experience & Sustainable Travel

มุ่งเจาะนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงและกลุ่มเดินทางซ้ำ ผ่านประสบการณ์อาหาร สุขภาพ ความงาม ไลฟ์สไตล์ และการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมเส้นทางบินและจุดหมายใหม่ เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายและกระจายรายได้ไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ

จากเศรษฐกิจเติบโต สู่คุณค่าที่การท่องเที่ยวปี 2570 โต 5%

ผู้ว่าการ ททท. กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวไทยปี 2570 คือการเปลี่ยนจากการทำตลาดแบบเดียวกันทุกประเทศ ไปสู่การเข้าใจความต้องการเฉพาะของแต่ละกลุ่มนักท่องเที่ยว หรือ Right Market, Right Experience, Right Value โดยใช้จุดแข็งของประเทศไทย ทั้งวัฒนธรรม อาหาร สุขภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และเสน่ห์ความเป็นไทย มาพัฒนาเป็นประสบการณ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม

ขณะเดียวกัน ททท. จะขยายความร่วมมือกับสายการบิน บริษัทนำเที่ยว OTA และพันธมิตรดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางตั้งแต่การสร้างแรงบันดาลใจไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ พร้อมผลักดันเป้าหมายรายได้ท่องเที่ยวปี 2570 เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5% จากปี 2569 และส่งเสริมการกระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักกับเมืองรองในสัดส่วน 60:40

Value over Volume ไม่ได้หมายถึงการลดความสำคัญของจำนวนนักท่องเที่ยว แต่หมายถึงการทำให้ทุกการเดินทางสร้างคุณค่าได้มากขึ้น ทั้งต่อตัวนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ ชุมชน และเศรษฐกิจไทย

นี่คือทิศทางที่ ททท. จะเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็น High-Value & Meaningful Destination ที่เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

สร้างการรับรู้เชิงบวกในกลุ่มชาวยุโรปและอเมริกาที่ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจ

ด้านนางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)กล่าวว่าการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 นับเป็นเวทีสำคัญ ในการแสดงศักยภาพของไทยในการจัดงานระดับโลก

จิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

ทั้งด้านสถานที่จัดประชุม มาตรฐานการบริการ วัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ อาหารไทย ผ้าไหมไทย และอัธยาศัยไมตรีของคนไทย สะท้อนความพร้อมของประเทศไทย ในการต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก 

การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF / World Bank Group) ช่วยสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกและความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยอย่างมาก ผู้นำระดับโลก เช่น ประธานธนาคารโลก (Ajay Banga) และประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้กล่าวชื่นชมการต้อนรับและความเป็นมิตรของคนไทย

การประชุมครั้งนี้ช่วยสร้างการรับรู้เชิงบวกในกลุ่มชาวยุโรปและอเมริกาที่ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจ โดยเป็นการลงทุนด้านภาพลักษณ์ที่ไม่ต้องใช้วงเงินงบประมาณสูง

นอกจากการสร้างความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติแล้ว การประชุมยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคการ ท่องเที่ยว ทั้งธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และบริการที่เกี่ยวเนื่อง

อีกทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุม ต่อยอดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สุขภาพและเวลเนส ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับอาหารไทย ผ้าไทย นวดไทย สปา และงานหัตถกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่า การใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น 

ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนผ่านความประทับใจของ ดร.คริสตาลินา จอร์จีวา (Kristalina Georgieva) กรรมการ ผู้จัดการ IMF ซึ่งกล่าวว่า “I came to Bangkok as the Head of the IMF and I am so proud to leave as Ambassador of Thai silk!” พร้อมชื่นชมว่า “Thailand has set the bar high” นับเป็นเสียงสะท้อนถึงความ ประทับใจต่อการจัดงานและเสน่ห์ของไทยที่สามารถสร้างประสบการณ์อันน่าจดจำแก่ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก ตลอดจนเป็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมและสินค้าไทยสู่สายตานานาชาติ 

ดันไทยเจ้าภาพประชุมระดับอัลตราลักชัวรี สร้างรายได้คุณภาพ

สำหรับปี 2570 ประเทศไทยยังมีโอกาสต่อยอดความสำเร็จดังกล่าวผ่านการเป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญ อาทิ Global Summit of Women, ULTRA Thailand 2027 ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยวระดับ อัลตราลักชัวรี และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเวลเนส

ควบคู่กับนโยบาย Airline Focus ของททท. ที่มุ่งสร้างความร่วมมือกับสายการบินและพันธมิตร เพื่อเพิ่มการเข้าถึง ประเทศไทย ขยายเส้นทางบินและที่นั่งโดยสารจากตลาดศักยภาพ ตลอดจนส่งเสริมการเดินทางในช่วงเวลาที่ เหมาะสม เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทย 

ทั้งนี้ ททท. มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยด้วย “4 แม่ไม้” ได้แก่ Rebalance Market Portfolio ปรับ สมดุลโครงสร้างตลาดและกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง, Shape Experience Platform ยกระดับคุณค่าและประสบการณ์ท่องเที่ยว, New Growth Engine เปลี่ยนจุดแข็งของไทยให้เป็นมูลค่าทาง เศรษฐกิจผ่าน Life Economy และ Transform Together ผนึกกำลังทุกภาคส่วนให้เติบโตไปด้วยกัน 

โดยมุ่งเปลี่ยนโอกาสจากการจัดงานระดับนานาชาติให้เป็นการเดินทางจริง เพิ่มระยะเวลาพำนักและค่าใช้จ่ายต่อคน ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มกำลังซื้อสูง ตลอดจนกระจายรายได้สู่เมืองหลัก เมืองรอง และชุมชน เพื่อสร้าง การเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างสมดุลและยั่งยืน