thansettakij
thansettakij
ไทยเที่ยวไทยพลัส 2570 ททท.ชงใช้งบเงินกู้ อัดฉีด 3,500 ล้าน หนุนเที่ยวไทย 1 ล้านสิทธิ์

ไทยเที่ยวไทยพลัส 2570 ททท.ชงใช้งบเงินกู้ อัดฉีด 3,500 ล้าน หนุนเที่ยวไทย 1 ล้านสิทธิ์

23 ต.ค. 69 | 07:40 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ต.ค. 69 | 07:51 น.

ไทยเที่ยวไทยพลัส 2570 ททท.ชงขอใช้งบเงินกู้ 2 แสนล้าน วงเงิน 3,500 ล้านบาท สนับสนุนค่าที่พักและคูปองท่องเที่ยว (E-Voucher) รวม 1 ล้านสิทธิ์ ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง 1 คนจะได้รับ 5 สิทธิ์ ดันเที่ยวไทย 77 จังหวัด เปิดลงทะเบียนม.ค.ปี 2570 เปิดให้เริ่มใช้สิทธิ์เดือนมี.ค.-มิ.ย.ปีหน้า

KEY

POINTS

  • ททท. เสนอโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส 2570" โดยของบประมาณจำนวน 3,500 ล้านบาท จากโครงการเงินกู้ 2 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ
  • สนับสนุนค่าที่พัก 1,500 บาทต่อคืน และคูปองท่องเที่ยว (E-Voucher) รวม 1 ล้านสิทธิ์ ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยนักท่องเที่ยว 1 คนจะได้รับ 5 สิทธิ์
  • โครงการมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากผลกระทบด้านพลังงานและค่าครองชีพ
  • คาดว่าจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2570 และสามารถเดินทางใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม-มิถุนายน 2570

23 ตุลาคม 2569 แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า โครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ดำเนินการขอใช้งบดำเนินโครงการ ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน  เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 หรือ งบเงินกู้ 2 แสนล้านบาท

ไทยเที่ยวไทยพลัส 2570

ไทยเที่ยวไทยพลัส ททท.ชงขอใช้งบเงินกู้ 2 แสนล้าน วงเงิน 3,500 ล้านบาท เริ่มปี 2570 

โครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส 2570 จะขอใช้งบวงเงิน 3,500 ล้านบาท ในการสนับสนุนค่าที่พักจำนวน 1 ล้านสิทธิ์ และคูปองท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวใน 77 จังหวัดทั่วไทย การขอใช้งบเงินกู้ 2 แสนล้านบาทในส่วนนี้ เนื่องจากสถานการณ์ขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญด้านเสถียรภาพด้านพลังงาน และความมั่นคงทางเศรษฐกินของระบบเศรษฐกิจโลก

แม้ประเทศไทย จะไม่ได้เป็นผู้ขัดแย้งโดยตรงในสถานการณ์ดังกล่าว แต่ในฐานะประเทศที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก และพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ จึงได้รับผลกระทบทางอ้อมในระดับรุนแรงและหลีกเลี่ยงได้ยาก ประชาชนมีค่าครองชีพสูง จากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น เกิดการชลอตัวในการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมเชื่อมโยง

ททท.จึงต้องกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ การเดินทางข้ามจังหวัด กระจายได้รายได้สู่ท้องถิ่นและชุมชน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยว ซึ่งก็สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของงบเงินกู้ และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศไทย

โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวแบบร่วมจ่าย (Co-Payment) สนับสนุนค่าโรงแรม/ห้องพัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ร้าน O-TOP สปา/นวดเพื่อสุขภาพ รถยนต์เช่า/เรือเช่า กิจกรรมท่องเที่ยวในชุมชน ในพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศไทยวันจันทร์-อาทิตย์

เงื่อนไขการสนับสนุนค่าโรงแรม ที่พัก คูปอง 1 ล้านสิทธิ์ 

โดยโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส 2570 จะใช้งบประมาณ 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  1. การสนับสนุนค่าที่พัก 1,500 บาท อัตราเดียว รวม 1 ล้านสิทธิ์ (นักท่องเที่ยว 1 คน จะได้รับจำนวน 5 สิทธิ์) รวมวงเงิน 1,500 ล้านบาท
  2. การสนับสนุนผ่านคูปอง(E-Voucher) โดยสนับสนุนแบบ (Co-Payment) 50% เมื่อใช้จ่ายในเมืองหลัก ตามที่จ่ายเงินไม่เกิน 1,500 บาทต่อสิทธิ์ ส่วนการใช้จ่ายในเมืองน่าเที่ยว ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 2,000 บาทต่อสิทธิ์ นักท่องเที่ยว 1 คน จะได้รับจำนวน 5 สิทธิ์ รวมวงเงินสูงสุด 2,000 ล้านบาท

กลุ่มเป้าหมายโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส 2570

สำหรับกลุ่มเป้าหมายโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

  • กลุ่มแรก จะเป็นกลุ่มประชาชน หรือ นักท่องเที่ยวไทย จำนวน 200,000 คน (จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ นักท่องเที่ยว 1 คน ได้รับจำนวน 5 สิทธิ์)
  • กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการ ไม่น้อยกว่า 3,000 แห่ง

ไทยเที่ยวไทยพลัส 2570

เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส ของผู้ประกอบการท่องเที่ยว

ธุรกิจขนาดย่อม ได้แก่ กิจการที่มีลักษณะดังนี้

  • กิจการผลิตสินค้าที่มีจำนวนการจ้างงานไม่เกิน 50 คน หรือมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 100 ล้านบาท
  • กิจการให้บริการ กิจการค้าส่ง หรือ กิจการค้าปลีก ที่มีจำนวนการจ้างงานไม่เกิน 30 คน หรือ มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 50 ล้านบาท

ธุรกิจขนาดกลาง ได้แก่ กิจการที่มีลักษณะดังนี้

  • กิจการผลิตสินค้าที่มีจำนวนการจ้างงานเกินกว่า 50 คน แต่ไม่เกิน 200 คน หรือมีรายได้ต่อปีเกินกว่า 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท
  • กิจการให้บริการ กิจการค้าส่ง หรือ กิจการค้าปลีก ที่มีจำนวนการจ้างงานเกินกว่า 30 คน แต่ไม่เกิน 100 คน หรือ มีรายได้ต่อปีเกินกว่า  50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท

ธุรกิจ Start up (ไม่มีข้อจำกัดด้านรายได้ต่อปีและการจ้างงาน แต่มีศักยภาพการเติบโตสูงและใช้นวัตกรรม หรือเทคโนโลยีเป็นแกนหลัก)

ธุรกิจอื่น

  1. ผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พัก ที่ได้รับใบอนุญาต โดยดำเนินการถูกต้องตามกฏหมายและมีหลักฐานการเสียภาษี
  2. ผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พัก นอกเหนือจากข้อ 1 ที่มีหลักฐานการเสียภาษี และมีรายได้ต่อปี จากการให้บริการไม่เกิน 300 ล้านบาท
  3. ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ O-TOP วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการบริการฯที่ดำเนินการถูกต้องตามกฏหมาย

ททท.ผนึกธนาคารกรุงไทย พัฒนาระบบลงทะเบียน ไทยเที่ยวไทยพลัส 

ททท.จะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและการดูแลภาพรวมอื่นๆภายในโครงการ ส่วนธนาคารกรุงไทย พัฒนาระบบของธนาคารกรุงไทย ให้นักท่องเที่ยวลงทะเบียนรับสิทธิ์ จองที่พักและชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง และผู้ประกอบการกดยอมรับเงื่อนไขและรับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่นถุงเงิน

ไทยเที่ยวไทยพลัส

ไทม์ไลน์ โครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส 2570

แผนการดำเนินงาน ตั้งแต่ขั้นเตรียมการไปจนสิ้นสุดระยะเวลาดำเนินการ

  • การเปิดลงทะเบียน ไทยเที่ยวไทยพลัส สำหรับประชาชน เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2570
  • การเปิดลงทะเบียนร่วมโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยว เดือนมกราคม-มิถุนายน 2570
  • นักท่องเที่ยวออกเดินทางใช้สิทธิ์ : เดือนมีนาคม-มิถุนายน 2570
  • เบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้ประกอบการ : เดือนมีนาคม-สิงหาคม 2570

ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส 2570

ททท.คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทาง ภายใต้โครงการนี้ไม่น้อยกว่า 200,000 คน มีค่ารายรับรวมที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ 1.56 หมื่นล้านบาท จำนวนการจ้างเต็มเวลา (เทียบเท่าระยะเวลา 1 ปี) 17,100 คน รายได้ภาษีที่ภาครัฐได้รับ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ  780,000,000 ล้านบาท

ส่วนผลประโยชน์และความคุ้มค่าของโครงการ คาดว่า จะสร้างรายได้แก่ภาคธุรกิจท่องเที่ยว ไม่น้อยกว่า 5,500 ล้านบาท โดยการพิจารณาจากประมาณการรายได้จากผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก รายได้คูปอง (E-Voucher) กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว เพิ่มความถี่ในการเดินทางและการใช้จ่ายของประชาชน และบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการในภาคธุรกิจท่องเที่ยว จากการชะลอการเดินทางของประชาชน