thansettakij
thansettakij
อีซี่ แอร์ไลน์ กางแผนดัน อู่ตะเภา ขอนแก่น ฮับการบิน เชื่อมเมืองหลัก-เมืองรอง

อีซี่ แอร์ไลน์ กางแผนดัน อู่ตะเภา ขอนแก่น ฮับการบิน เชื่อมเมืองหลัก-เมืองรอง

12 ต.ค. 69 | 08:42 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ต.ค. 69 | 09:24 น.

อีซี่ แอร์ไลน์ กางแผนดัน อู่ตะเภา ขอนแก่น ฮับการบิน ชูโมเดล Regional Air Connectivity บินเชื่อมเมืองหลัก-เมืองรอง ด้วยเครื่องบิน ATR 72-600 เส้นทางบิน “อู่ตะเภา- สุราษฎร์ธานี อู่ตะเภา-กระบี่ อู่ตะเภา –ขอนแก่น” เจาะกลุ่มนักเดินทาง High-Value

KEY

POINTS

  • อีซี่ แอร์ไลน์ ประกาศยุทธศาสตร์ใหม่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อการเดินทางทางอากาศระดับภูมิภาค (Regional Air Connectivity) เพื่อเชื่อมโยงเมืองหลักและเมืองรอง
  • วางแผนผลักดันสนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการหลัก (Hub) แห่งแรก โดยจะเริ่มเปิดเส้นทางบินสูหัวหินและสุราษฎร์ธานีในปลายปี 2569
  • ตั้งเป้าพัฒนาจังหวัดขอนแก่นให้เป็นฮับการบินแห่งที่ 2 ในอนาคต เพื่อเชื่อมโยงภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับเมืองสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • มุ่งเจาะกลุ่มนักเดินทางคุณภาพสูงที่มีกำลังซื้อ เช่น กลุ่มการแพทย์ (Medical Wellness) กลุ่มประชุม (MICE) และนักธุรกิจ แทนการแข่งขันด้านราคา

12 ตุลาคม 2569 อีซี่ แอร์ไลน์ ประกาศยุทธศาสตร์ พลิกบทบาทสู่ Regional Air Connectivity Platform หรือแพลตฟอร์มเชื่อมต่อการเดินทางทางอากาศระดับภูมิภาค มุ่งสร้างโครงข่ายเส้นทางบินที่เชื่อมเมืองหลักและเมืองรอง รองรับความต้องการของกลุ่มนักเดินทางคุณภาพสูง เดินหน้านำร่องที่อู่ตะเภา-หัวหิน อู่ตะเภา-สุราษฎร์ธานี

อีซี่ แอร์ไลน์

พร้อมกันนี้  อีซี่ แอร์ไลน์ เปิดรับ Strategic Partner เพื่อร่วมพัฒนาขยายเส้นทางและต่อยอดเครือข่ายการบิน รวมถึงสร้างโอกาสทางธุรกิจและระบบนิเวศทางธุรกิจในระยะยาว

ธานี ธราภาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินและกรรมการผู้จัดการ สายการบินอีซี่ แอร์ไลน์ (EZY Airlines)

อีซี่แอร์ไลน์ กางโมเดล “Regional Air Connectivity"

นายธานี ธราภาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินและกรรมการผู้จัดการ สายการบินอีซี่ แอร์ไลน์ (EZY Airlines) กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของอีซี่ แอร์ไลน์ คือ การเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงเมืองต่าง ๆ ให้เดินทางถึงกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

ผ่านกลยุทธ์ Blue Ocean ที่หลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคากับตลาดนักท่องเที่ยวทั่วไป และหันมาเจาะกลุ่มนักเดินทางที่มีกำลังซื้อสูงและมีความถี่ในการเดินทางอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ผู้ใช้บริการด้านการแพทย์และสุขภาพ (Medical Wellness) ผู้เข้าร่วมประชุมและนิทรรศการ (MICE) นักธุรกิจ และนักศึกษาต่างชาติ

ในมิติของ Regional Air Connectivity อีซี่ แอร์ไลน์มุ่งวางบทบาทเป็นสายการบินที่เชื่อมโยงภูมิภาคสู่ภูมิภาค และเชื่อมเมืองหลักไปยังเมืองรอง เพื่อกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึง โดยการนำผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักเข้าสู่เมืองรอง จะช่วยเพิ่มการใช้จ่ายและสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น

ดังนั้น การผลักดันให้เกิด Air Connectivity จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อร่วมกันพัฒนาเส้นทางบินและสร้างระบบการเดินทางที่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การกระจายรายได้และการเติบโตของเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน

สำหรับกลุ่มเป้าหมาย อีซี่ แอร์ไลน์มุ่งเน้นการเชื่อมโยงจากสนามบินหลักที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก อาทิ ภูเก็ต กระบี่ และเชียงใหม่ ไปยังสนามบินและเมืองรองที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ

EZY Airlines

เช่น ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี และแม่ฮ่องสอน เพื่อสร้างเครือข่ายการเดินทางที่เชื่อมโยงภูมิภาคสู่ภูมิภาค และกระจายนักท่องเที่ยวและรายได้จากเมืองหลักไปสู่เมืองรองอย่างเป็นระบบ

ในระยะเริ่มต้น ประมาณเดือนตุลาคม 2569 อีซี่ แอร์ไลน์มีแผนเปิดให้บริการเส้นทางบินจาก อู่ตะเภา–หัวหิน และอู่ตะเภา–สุราษฎร์ธานี เพื่อเชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและเปิดทางเลือกใหม่ในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเส้นทางอู่ตะเภา–สุราษฎร์ธานี ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลผ่านบริการเรือสปีดโบ๊ตไปยัง เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า 

ขณะเดียวกัน เส้นทางหัวหิน–อู่ตะเภาจะช่วยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวจากหัวหินเดินทางเข้าสู่พื้นที่พัทยาและภาคตะวันออกได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีการจัดงานอีเวนต์และกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคมที่จะถึงนี้

ดันสนามบินอู่ตะเภาฮับการบินเชื่อมเมืองหลัก-เมืองรอง

สำหรับ ระยะที่ 2 ประมาณกลางปี 2570 อีซี่ แอร์ไลน์มีแผนนำเครื่องบิน ATR 72-600 เข้ามาให้บริการ เพื่อขยายเครือข่ายการเชื่อมต่อระหว่างเมืองหลักและเมืองรองภายในประเทศ โดยใช้อู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการ (Base of Operation) และพัฒนาเส้นทางบินที่มีศักยภาพ อาทิ อู่ตะเภา–หัวหิน อู่ตะเภา–ภูเก็ต อู่ตะเภา–กระบี่ อู่ตะเภา–พิษณุโลก พิษณุโลก–แม่ฮ่องสอน และอู่ตะเภา–ขอนแก่น

ทั้งนี้เป้าหมายสำคัญคือการสร้างเครือข่าย Regional Air Connectivity ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการเดินทางระหว่างเมืองเท่านั้น แต่ต้องการสร้างระบบเชื่อมโยงการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาค

ขณะเดียวกัน อีซี่ แอร์ไลน์ยังวาง สนามบินอู่ตะเภา ให้เป็นฐานสำคัญในการพัฒนาเครือข่าย Regional Air Connectivity โดยมุ่งเชื่อมโยงเมืองหลักและเมืองรองที่มีศักยภาพเข้าด้วยกัน พร้อมรองรับการเติบโตของ Sports Tourism, Music Tourism และ Event Economy ซึ่งมีศักยภาพในการดึงดูดผู้เดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรมและอีเวนต์ต่าง ๆ นับแสนคนต่อปี

เจาะกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ EEC

นอกจากนี้ อีซี่ แอร์ไลน์ยังมุ่งรองรับกลุ่ม แรงงานทักษะสูง นักธุรกิจ และผู้บริหารที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีความถี่ในการเดินทางอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาเส้นทางบินจากอู่ตะเภาจึงไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะด้านการท่องเที่ยว

แต่ยังเป็นการสนับสนุนการเดินทางเพื่อธุรกิจ การลงทุน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของอีซี่ แอร์ไลน์ในการสร้างเครือข่ายการเดินทางที่เชื่อมโยงผู้คน เมือง และโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน

นอกจากการวางอู่ตะเภาเป็น Hub หลัก แล้ว ในอนาคตอีซี่ แอร์ไลน์ยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนา จังหวัดขอนแก่นให้เป็น Hub แห่งที่สอง ของสายการบิน โดยมองว่าขอนแก่นมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งในด้านโลจิสติกส์ การเป็น Modern City ศูนย์กลางการค้าและเศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ การประชุม ตลอดจนมีความสำคัญในเชิงภูมิรัฐศาสตร์และเป็นจุดเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะจีนตอนใต้ เวียดนาม และฮ่องกง

ดันขอนแก่น ฮับการบินแห่งที่ 2

อย่างไรก็ตาม อีซี่ แอร์ไลน์มองว่าโจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงการบอกว่าขอนแก่นมีศักยภาพ แต่คือ ทำอย่างไรให้ศักยภาพของเมืองสามารถเปลี่ยนเป็นการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง

ดังนั้นสายการบินต้องการใช้ Air Connectivity เป็นกลไกในการเปิดตลาดใหม่ โดยเชื่อมโยงขอนแก่นเข้ากับเมืองสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสร้างEcosystem ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ

ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ผู้จัดงานประชุมและนิทรรศการ ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และหน่วยงานภาครัฐ
ในด้านการแพทย์ ขอนแก่นมีโอกาสพัฒนาไปสู่ Medical Hub ของภูมิภาค โดยเชื่อมต่อผู้ป่วยและผู้ใช้บริการด้านสุขภาพจากเวียดนาม จีนตอนใต้ และฮ่องกง

ขณะที่ด้านการศึกษา สามารถเชื่อมโยงนักศึกษา อาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรทางการศึกษาจากต่างประเทศเข้ามายังขอนแก่น

ส่วนด้าน MICE และเศรษฐกิจ การมีเส้นทางบินที่สะดวกจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดึงงานประชุม นิทรรศการ และกิจกรรมระดับภูมิภาคเข้ามาจัดในขอนแก่น ซึ่งจะสร้างการเดินทางและการใช้จ่ายต่อเนื่องไปยังโรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง การท่องเที่ยว และธุรกิจท้องถิ่น

ขณะนี้อีซี่ แอร์ไลน์อยู่ระหว่างการหารือกับสายการบินพันธมิตร เพื่อหาโอกาสในการพัฒนาเส้นทางและสร้างเครือข่ายการเชื่อมต่อใหม่ ๆ ที่จะนำลูกค้ากลุ่มใหม่และตลาดใหม่เข้าสู่ขอนแก่น

โดยมีเป้าหมายให้ขอนแก่นไม่ได้เป็นเพียง ปลายทาง (Destination) แต่สามารถพัฒนาเป็น Gateway และ Regional Hub แห่งใหม่ของภาคอีสาน สำหรับดึงผู้เดินทางจากต่างประเทศเข้ามาสู่ภูมิภาค และเชื่อมต่อไปยังเมืองต่าง ๆ ในประเทศไทยต่อไป

ทั้งนี้ การพัฒนาขอนแก่นให้เป็น Hub แห่งที่สองจะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมเมื่อทุกภาคส่วนร่วมกันสร้าง Demand และสนับสนุนระบบ Air Connectivity ทั้งในด้านนโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน การอำนวยความสะดวก และการพัฒนาตลาด

เพราะหากสายการบิน ภาครัฐ ท่าอากาศยาน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และภาคธุรกิจสามารถทำงานร่วมกันได้ Air Connectivity จะไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเดินทาง แต่จะกลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ที่ช่วยขยายบทบาทของขอนแก่นจากเมืองศูนย์กลางของภาคอีสาน ไปสู่ Regional Hub ที่เชื่อมประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านและตลาดต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

การเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างขอนแก่นกับเมืองรอง รวมถึงเส้นทางเช่น ขอนแก่น-นครโฮจิมินห์ซิตี้ ขอนแก่น-ดานัง ขอนแก่น- ฮ่องกง ขอนแก่น- สิบสองปันนา ขอนแก่น-คุนหมิง  ขอนแก่น- สิงคโปร์ โดยไม่ต้องต่อเครื่องที่กรุงเทพฯ จะช่วยลดเวลาเดินทาง เพิ่มความสะดวก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่

โดยประเมินว่าเที่ยวบินประจำ วันละ 1 เที่ยว จะนำนักเดินทางเข้าสู่ขอนแก่นได้ประมาณ 21,900 คนต่อปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้พื้นที่กว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี

ขอนแก่นได้รับการวางตำแหน่งให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) และศูนย์รวมด้านสุขภาพระดับภูมิภาค ด้วยจำนวนสถานพยาบาลกว่า 30 แห่ง และมีผู้เข้ารับบริการกว่า 1.5 ล้านครั้งต่อปี

ขณะเดียวกันยังเป็นเมือง MICE สำคัญของประเทศที่มีผู้เดินทางเข้าร่วมประชุมและสัมมนาประมาณ 500,000–700,000 คนต่อปี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 20,000–30,000 บาทต่อทริป สูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป 2–3 เท่า” นายธานี กล่าว 

เพื่อรองรับการขยายเครือข่ายเส้นทางบิน ในปี 2570 อีซี่ แอร์ไลน์ เลือกใช้กลยุทธ์ Asset Light ด้วยการเช่าเครื่องบินจากพันธมิตรต่างประเทศแทนการลงทุนซื้อ เพื่อลดภาระต้นทุนคงที่ โดยเลือกใช้อากาศยาน ATR 72-600 ขนาด 60–70 ที่นั่ง ซึ่งเหมาะกับเส้นทางบินระยะสั้น 1–2 ชั่วโมง และมีประสิทธิภาพด้านการประหยัดเชื้อเพลิง

ปัจจุบัน อีซี่ แอร์ไลน์ มีอากาศยาน Cessna Gran Caravan Ex ให้บริการ 2 ลำ รองรับเที่ยวบินประจำ (Scheduled Flight) เที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) และบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศ (Medivac)

ในช่วงปี 2570-2574 มีแผนจะนำเครื่องบินเข้ามาเพิ่มปีละ 1 ลำ รวมเป็น 7 ลำ พร้อมกระจายฐานปฏิบัติการในยังหลายภูมิภาค เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางบินเพียงไม่กี่เส้นทาง

นายธานี กล่าวเพิ่มเติมถึงการเปิดรับ Strategic Partner ว่า “การร่วมทุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงทุนทางการเงิน แต่เราต้องการพันธมิตรที่พร้อมร่วมกำหนดทิศทางธุรกิจและพัฒนาบริการใหม่ไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล โรงแรม สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการในจังหวัด หรือหน่วยงานภาครัฐ ที่สามารถเชื่อมโยงฐานลูกค้า ร่วมออกแบบแพ็กเกจบริการ และผลักดันการเติบโตของระบบนิเวศทางธุรกิจ

เพราะเมื่อระบบการบินสามารถเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปพร้อมกัน

“เราเชื่อว่า Regional Air Connectivity Platform จะไม่ใช่เพียงโมเดลธุรกิจของอีซี่ แอร์ไลน์ แต่จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมเมือง เชื่อมเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับเมืองรองของไทย ผ่านการเดินทางที่สะดวกขึ้น การลงทุนที่เพิ่มขึ้น และการกระจายรายได้สู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว” นายธานี กล่าว