
สนามบินริยาด ซาอุดิอาระเบีย ถูกโจมตี เสียชีวิต 12 คน บาดเจ็บ 309 คน ปิดสนามบินชั่วคราว
กลุ่มกบฎฮูตีโจมตีสนามบิน King Khalid ในกรุงริยาดของซาอุดิอาระเบีย มีผู้เสียชีวิต 12 ราย บาดเจ็บ 309 ราย สนามบิน ปิดบริการชั่วคราว
KEY
POINTS
- กลุ่มกบฏฮูตีใช้ขีปนาวุธโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย
- เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย (ชาวซาอุดีอาระเบีย 4 ราย และชาวต่างชาติ 8 ราย) และมีผู้บาดเจ็บ 309 คน
- ท่าอากาศยานต้องปิดให้บริการชั่วคราว ส่งผลให้มีการยกเลิกและเลื่อนเที่ยวบินจำนวนมาก
11 ตุลาคม 2569 กลุ่มกบฎฮูตีโจมตีสนามบินโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิด (King Khalid International Airport) ในกรุงริยาด ซาอุดีระเบีย เมืองหลวงของประเทศ ระลอกใหม่
รัฐบาลประเทศซาอุดีอาระเบียโดยองค์การการบินพลเรือนแห่งชาติ แถลงสถานการณ์การโจมตีของกลุ่มกบฎฮูตีที่มีต่อสนามบินนานาชาติในเมืองหลวงเมื่อช่วงค่ำของวันเสาร์ผ่านมา (เวลาท้องถิ่น)ว่า ผู้เสียชีวิตมีจำนวนอย่างน้อย 12 รายรัฐบาดเจ็บมีจำนวนมากกว่า 309 ราย โดยผู้เสียชีวิตแบ่งเป็นชาวซาอุดีอาระเบีย 4 ราย และชาวต่างชาติอีก 8 ราย
ในกลุ่มผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติ ประกอบด้วยชาวบังกลาเทศ 2 ราย และชาวสหรัฐอเมริกา อียิปต์ จอร์แดน ซีเรีย ปาเลสไตน์ และซูดาน ประเทศละ 1 ราย
สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 309 คน ขณะนี้กำลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหลายแห่ง โดยมีรายงานว่าผู้บาดเจ็บบางส่วนอยู่ในอาการวิกฤต
นอกจากความสูญเสียด้านชีวิตและสุขภาพแล้ว เหตุโจมตีครั้งนี้ยังสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานภายในท่าอากาศยาน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประเมินขอบเขตความเสียหายอย่างละเอียด
ภายหลังเกิดเหตุ ท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดได้ระงับการให้บริการเที่ยวบินเป็นการชั่วคราว เพื่อดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยและประเมินความเสียหายก่อนพิจารณาการกลับมาให้บริการอีกครั้ง
สถานการณ์การโจมตีที่รุนแรงส่งผลให้สนามบินนานาชาติคิง คาริด ต้องปิดบริการเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ เที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกถูกยกเลิกเป็นจำนวนมากถึงกว่า 260 เที่ยวบิน และเที่ยวบินล่าช้ามีกว่า 209 เที่ยวบิน ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารมากกว่า 8,000,000 คนในสนามบินนานาชาติคิง คาลิด
การโจมตีครั้งรุนแรงดังกล่าวนับว่าเป็นสถานการณ์การโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 20 ปีของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ การประเมินมูลค่าความเสียหายสนามบินโดยตรงและโดยอ้อมยังไม่สามารถเปิดเผยได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ กลุ่มกฏฮูตีโจมตีสนามบินนานาชาติคิง คาลิด นับเป็นครั้งที่ 2 ในเวลา 4 วันผ่านมา หรือนับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม
การโจมตีในครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดีผ่านไปนั้น ส่งผลให้มีประชาชนชาวซาอุดีอาระเบียเสียชีวิต 3 รายเป็นกัปตันเครื่องบิน ประกอบด้วย 1 รายที่สนามบินนานาชาติคิง ตาชิด และ 2 รายที่สนามบินนานาชาติอับฮา
รวมทั้งเครื่องบินของสายการบินซาอุดี แอร์ไลน์ ได้รับความเสียหายทั้งลำเนื่องจากถูกฉีกปนาวุธพุ่งโจมตีเข้าใส่ทั้งลำ เป็นที่ชัดเจนว่า กลุ่มกบฏฮูตีล็อกเป้าหมายการโจมตีสนามบินนานาชาติเป็นเป้าหมายหลักในความขัดแย้งครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้น
กลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านโจมตีด้วยขีปนาวุธกว่า 2 ลูกเข้าใส่อาคารผู้โดยสาร 2 แห่ง ได้แก่ อาคาร 3 และอาคาร 4 ซึ่งอยู่ในสนามบินนานาชาติคิง คาลิด กรุงริยาด โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ช่วงค่ำ หรือตรงกับเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา
ในขณะนี้ กองกำลังพันธมิตรทางทหารทหาร ซึ่งนำโดยกองทัพซาอุดีอาระเบีย รัฐบาลประเทศเยเมน และชาติอาหรับที่ประกาศสนับสนุนกองกำลังพันธมิตรดังกล่าว กำลังเปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหาร ซึ่งประกอบด้วยการโจมตีทางอากาศ และการโจมตีภาคพื้นดินเข้าไปยังฐานที่มั่น และพื้นที่ที่กลุ่มกบฏฮูตียึดครอง ซึ่งอยู่ใกล้กับช่องแคบบับ เอลมันเดบ ฝั่งทะเลแดง
กองกำลังกลุ่มพันธมิตรทางทหาร รายงานว่า การ เปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีดังกล่าวสามารถรุกเข้าพื้นที่และยึดคืนท่าเรือทะเลแดงในเมืองโมคาของซาอุดิอาระเบียสำเร็จ กองทัพซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า กองทัพกำหนดเป้าหมายสำคัญที่สุดด้วยการกำจัดถอนรกถอนโคนกลุ่มกบฎฮูตี ซึ่งยึดอธิปไตยเหนือดินแดนดังกล่าวที่มีประชากรประมาณ 70% ของเยเมน รวมถึงกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน
ทั้งนี้ ทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้รับรายงานสถานการณ์การโจมตีดังกล่าวแล้ว ในเวลาต่อมาไล่เลี่ยกัน นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาอาจจะพิจารณา สหรัฐอเมริกาจะตัดสินใจ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่รวดเร็ว







