
ทายาทเจ้าสัวเจริญ ดัน AWC ขับเคลื่อน AWR REIT FREEHOLD 5 หมื่นล้าน สู่กองรีทคุณภาพระดับโลก
ทายาทเจ้าสัวเจริญ กางแผน AWC เปิดโมเดลขับเคลื่อน AWR REIT FREEHOLD สู่คุณภาพระดับโลก เดินหน้า 3 กลไก สร้างมูลค่าการเติบโตอย่างมั่นคง ก้าวกระโดด ด้วยมูลค่าการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท
KEY
POINTS
- AWC จัดตั้งกองทรัสต์ AWR (ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เอดับเบิ้ลยูซี ไลฟ์สไตล์ พร๊อพเพอร์ตีส์) ซึ่งเป็น Freehold REIT ด้วยมูลค่าการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท
- กองทรัสต์จะเข้าลงทุนในทรัพย์สินคุณภาพแบบกรรมสิทธิ์ (Freehold) 5 แห่งในช่วงเริ่มต้น ประกอบด้วยอาคาร ดิ เอ็มไพร์ และโรงแรม/รีสอร์ตอีก 4 แห่ง
- โมเดลการลงทุนนี้ AWC จะทำหน้าที่เป็นผู้พัฒนาโครงการ ขณะที่ AWR จะเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างรายได้แล้วเพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์
- AWR ตั้งเป้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่าน 3 กลไกหลัก คือ การเติบโตจากผลการดำเนินงาน, มูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น และการเข้าลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ในอนาคต
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดโมเดลแพลตฟอร์มการเติบโตอย่างยั่งยืน (AWC’s Integrated Sustainable Growth Platform) ที่เชื่อมโยงศักยภาพการพัฒนาจุดหมายปลายทางด้านธุรกิจและการท่องเที่ยวของไทย เข้ากับการสร้างผลตอบแทนรวมกำไรจากการพัฒนา และการเติบโตอย่างยั่งยืนสำหรับผู้ลงทุน
AWC ตั้ง AWR Freehold REIT ด้วยมูลค่าการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท
โมเดลนี้ AWC ทำหน้าที่เป็น “Development Engine” ตั้งแต่การเลือกทำเล ออกแบบ ลงทุนพัฒนา ก่อสร้าง และสรรหาพันธมิตรจนโครงการสร้างรายได้ ขณะที่ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เอดับเบิ้ลยูซี ไลฟ์สไตล์ พร๊อพเพอร์ตีส์ (AWC Lifestyle Property Real Estate Investment Trust) หรือ AWR มุ่งลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพที่ผ่านการพัฒนาและสร้างรายได้แล้ว มีความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจที่หลากหลาย
AWC จัดตั้งกองทรัสต์ AWR Freehold REIT ด้วยมูลค่าการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท
เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ควบคู่กับโอกาสการเติบโตจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว (Value Appreciation)
โมเดลดังกล่าว AWC สามารถสร้างผลตอบแทนรวม (Total Return) จากสินทรัพย์ที่พัฒนาแล้วให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านการเติบโตของธุรกิจและการบริหารจัดการเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดย AWR จะมีมูลค่าการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท
AWC ชู 3 กลไกสร้างการเติบโต
AWR มี 3 กลไกหลักในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ได้แก่
1.Performance Growth – เติบโตมั่นคง: การเติบโตจากผลการดำเนินงาน โดยทรัพย์สินทั้ง 5 แห่งมี EBITDA เติบโตร้อยละ 20 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
2. Appreciation Growth – เติบโตต่อเนื่อง: มูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นจากการถือกรรมสิทธิ์ (Freehold) ในทรัพย์สินคุณภาพ 5 แห่ง บนทำเลศักยภาพที่มีอยู่อย่างจำกัดและไม่อาจสร้างขึ้นใหม่ได้
3. Acquisition Growth – เติบโตก้าวกระโดด: การขยายพอร์ตจากทรัพย์สินเริ่มต้น 5 แห่ง สู่สินทรัพย์ 9 แห่งที่ AWC คัดเลือกไว้ให้ AWR พิจารณาลงทุน พร้อมโครงการอีก 48 แห่งในพอร์ตปัจจุบันของ AWC และในอนาคต ภายใต้สิทธิในการปฏิเสธก่อน (Right of First Refusal: ROFR) และโอกาสในการเข้าลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพจากตลาด
ทั้ง 3 กลไกจะเสริมความแข็งแกร่งให้แก่พอร์ต และสนับสนุนเป้าหมายของ AWR ในการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอและการเติบโตในระยะยาว
AWR จะเป็น Freehold REIT ขนาดใหญ่ที่สุดที่พร้อมขยายการเติบโต รองรับผู้ลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ และเพิ่มทางเลือกการลงทุนในตลาดทุนไทย ผ่านพอร์ตทรัพย์สินเริ่มต้น 5 แห่ง ได้แก่
- ดิ เอ็มไพร์
- บันยันทรี เกาะสมุย
- บันยันทรี กระบี่ รีสอร์ท
- มีเลีย เกาะสมุย
- พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา
ผสานฐานรายได้ค่าเช่าเชิงพาณิชย์ที่มั่นคงเข้ากับรายได้จากธุรกิจโรงแรม การกระจายรายได้ระหว่างธุรกิจโรงแรม (Hospitality) และอาคารพาณิชย์ (Commercial) ช่วยให้พอร์ตรับมือกับวัฏจักรเศรษฐกิจได้ดีและมีผลการดำเนินงานที่มั่นคง
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป รีท จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของ AWR ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างการลงทุน ประมาณการทางการเงิน สมมติฐาน และความเสี่ยงได้จากเอกสารดังกล่าว
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) กล่าวว่า AWC จัดตั้ง AWR สร้างโมเดลแพลตฟอร์มการเติบโตเต็มรูปแบบอย่างยั่งยืน (AWC’s Integrated Sustainable Growth Platform) ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
โดย AWC คือ Development Engine ที่มีบทบาทในการพัฒนา สร้างจุดหมายปลายทาง โดยคำนึงถึงพื้นที่ ชุมชน อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยวเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าคุณภาพเพื่อคุณค่าอย่างเต็มศักยภาพของแต่ละพื้นที่ และสร้างผลตอบแทนรวมกำไรจากการพัฒนา
ขณะที่ AWR เป็นผู้ถือครองสินทรัพย์ที่สร้างรายได้อย่างมั่นคง ต่อเนื่อง ก้าวกระโดดอย่างยั่งยืน เราเชื่อว่าโมเดลนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของไทยประเทศไทยมีจุดหมายปลายทางคุณภาพมากมาย ภายใต้กลยุทธ์การสร้างพอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินคุณภาพสำหรับ AWR ให้มั่นคง เติบโต
คัดเลือกทร้พย์สิน 5 แห่งเข้าพอร์ต AWR
โดยเราคัดเลือกทรัพย์สิน 5 แห่งที่ตอบโจทย์ทั้งภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว ด้วยการรวม ดิ เอ็มไพร์ และรีสอร์ตแบรนด์ระดับโลกกลุ่ม Ultra-Luxury Wellness Destination 2 แห่ง คือ บันยันทรี เกาะสมุย และ กระบี่ และอีก 2 แห่งในกลุ่ม Family & Friends Luxury Lifestyle Destination คือ มีเลีย เกาะสมุย และ พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา ที่รวมความพิเศษหลากหลายไว้ด้วยกัน
AWR เปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ลงทุนได้มีส่วนร่วมในมูลค่า และการเติบโตของจุดหมายปลายทางเหล่านี้ ผ่านทรัพย์สินแบบกรรมสิทธิ์ Freehold ที่เราพัฒนามาอย่างต่อเนื่องหลายปี
บทบาทที่เสริมกันนี้ช่วยให้ผู้ถือหุ้น AWC ได้รับประโยชน์จากมูลค่าที่เกิดขึ้นจริงของทรัพย์สินที่มีผลการดำเนินงานมั่นคงแล้ว ขณะที่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ AWR ได้รับรายได้ค่าเช่าและโอกาสการเติบโตของมูลค่าพอร์ต
ควบคู่กับโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดี และช่วยส่งเสริมประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำด้านธุรกิจและการท่องเที่ยว ภายใต้พันธกิจ ‘Building Better Future
ประสบการณ์ด้านการพัฒนาและการบริหารพร้อมทีมผู้บริหารด้านการพัฒนาโครงการ (In-house Development Team) ของ AWC เป็นรากฐานสำหรับพอร์ตเริ่มต้นและโอกาสการเติบโตในอนาคตของ AWR
ปัจจุบันพอร์ตของ AWC เติบโตเป็น 62 โครงการ โดยมูลค่าทรัพย์สินรวม (Gross Asset Value) เพิ่มขึ้นจาก 96,460 ล้านบาท ณ วันเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 2562 เป็น 224,100 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569
AWR บริหารโดยบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป รีทท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ นำโดย ดร.ไพฑูรย์ วงศาสุทธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และยังเป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน (Chief Investment Officer) ของ AWC ผู้มีประสบการณ์อย่างกว้างขวางด้านการลงทุนและการบริหารพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ ทั้งโรงแรม อาคารพาณิชย์ และศูนย์การค้า โดยจะกำกับดูแลกลยุทธ์การลงทุนและผลการดำเนินงานของพอร์ต AWR
ทั้งนี้ หน่วยทรัสต์จะจัดสรรให้แก่ผู้ลงทุนอย่างน้อย 72% และ AWC จะถือหน่วยทรัสต์ไม่เกิน 28% เพื่อให้ผลประโยชน์ของ AWC สอดคล้องกับผู้ถือหน่วยทรัสต์ (Alignment of Interest) รวมถึงโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการระดับมาตรฐาน โดยคณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการอิสระกว่า 60% และกรรมการอิสระได้รับการแต่งตั้งร่วมจาก Trustee เพื่อดูแลคุณค่าให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์
พอร์ต AWR จะเริ่มต้นด้วยสินทรัพย์กรรมสิทธิ์ Freehold ระดับแลนด์มาร์ก 5 แห่งในทำเลชั้นนำ ซึ่งเชื่อมโยงสองภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ ธุรกิจ Commercial ในกรุงเทพฯ และการท่องเที่ยวใน 3 จุดหมายปลายทางชั้นนำของประเทศ กลยุทธ์ของเรามุ่งบริหารพอร์ตด้วยสินทรัพย์คุณภาพ ในทำเลศักยภาพที่มีรายได้มั่นคง เป็นผู้นำในตลาด (Top Positioning) และมีศักยภาพสร้างการเติบโตได้เหนือกว่าตลาด มุ่งเน้นเพิ่มมูลค่าจากการดำเนินงานของแต่ละสินทรัพย์
รวมทั้งพิจารณาการลงทุนเพิ่มเติมอย่างมีวินัย ในโอกาสที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ โดยโครงสร้างค่าธรรมเนียมการบริหาร ได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงกับการเติบโตของผลตอบแทนต่อหน่วยทรัสต์ สะท้อนความสอดคล้องทางผลประโยชน์ระหว่างผู้จัดการกองทรัสต์ และผู้ลงทุน ด้วยความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ของ AWC และแนวทางการบริหารการลงทุนอย่างมีวินัย
เรามุ่งสร้าง AWR ให้เป็นกองทรัสต์คุณภาพระดับชั้นนำที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน ทั้งในด้านขนาด มูลค่า และผลตอบแทน เพื่อเป็นทางเลือกการลงทุนระยะยาวสำหรับผู้ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ต้องการมีส่วนร่วมกับการเติบโตของภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ดร.ไพฑูรย์ กล่าว
เปิดทรัพย์สิน 5 แห่งในพอร์ตเริ่มต้นที่ AWR เสนอลงทุน
ดิ เอ็มไพร์ (The Empire) แลนด์มาร์กสูง 58 ชั้นใจกลางย่านสาทร และหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านธุรกิจและไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ ได้รับการพัฒนาให้ผสานอาคารสำนักงานเกรดเอเข้ากับประสบการณ์ด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ และเวลเนสไว้ในจุดหมายเดียว ด้วยพื้นที่เช่าสุทธิ 158,021 ตารางเมตร และจำนวนผู้เช่าคุณภาพกว่า 200 รายจากหลากหลายอุตสาหกรรม
พร้อมอัตราการต่อสัญญาของผู้เช่าสูงถึง 99% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานรายได้ค่าเช่าในระยะยาว โดดเด่นด้วย EA จุดหมายด้านอาหารและเวลเนสที่ใหญ่และสูงที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ EA Rooftop at The Empire ที่รวมร้านอาหารและไลฟ์สไตล์บนรูฟท็อปขนาดใหญ่ และ EA Wellness Club เวลเนสชั้นนำของกรุงเทพฯ และ Co-Living Space แห่งแรกของประเทศไทย The Empire Residence ที่เชื่อมโยงเป็น Free Facility ให้ผู้เช่าและคอมมูนิตี้คุณภาพกว่า 25,000 คนต่อวัน
นอกจากนี้ The Empire ยังได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารระดับสากล ได้แก่ LEED Gold, WELL Core Platinum และ Fitwel 2 Star โดยให้ความสำคัญกับการบริหารควบคุมคุณภาพอากาศ Best Air Quality และสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับผู้ใช้อาคาร ควบคู่กับการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน และสนับสนุนการเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว
อีกทั้งในอนาคต จะโครงการที่เข้ากอง REIT นี้ อีก 9 โครงการ ได้แก่
- Bangkok Marriott Hotel The Surawongse
- Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park
- Fairmont Bangkok Sukhumvit
- The Hotel Plaza Atheenee Nobu Bangkok
- The Ritz-Carlton Phuket
- InterContinental Chiang Mai the Mae Ping
- Kimpton Hua Hin Beach Club
- Phuket Marriott Resort and Spa, Nai Yang Beach
- AsiatiqueThe Riverfront







