thansettakij
thansettakij
ชาย เอี่ยมศิริ ดีดีการบินไทย เปิดใจหลังถูกบอร์ดสั่งพักงานยาว เซ่นปมวิกฤตกระเป๋า

ชาย เอี่ยมศิริ ดีดีการบินไทย เปิดใจหลังถูกบอร์ดสั่งพักงานยาว เซ่นปมวิกฤตกระเป๋า

02 ต.ค. 69 | 08:18 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ต.ค. 69 | 08:45 น.

ชาย เอี่ยมศิริ ดีดีการบินไทย เปิดใจหลังถูกบอร์ดสั่งพักงานยาว จนหมดวาระในวันที่ 31 มกราคม 2570 เซ่นปมวิกฤตกระเป๋า รับรู้สึกไม่เป็นธรรม แต่ยอมรับการตัดสินใจของบอร์ดเพื่อความโปร่งใส พร้อมยืนยันว่าตนได้ลงพื้นที่แก้ปัญหาตั้งแต่แรก

KEY

POINTS

  • บอร์ดการบินไทยมีมติสั่งพักงานนายชาย เอี่ยมศิริ ดีดีการบินไทย จากปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้าง พร้อมตั้งนายสัมฤทธิ์ สำเนียง เป็นรักษาการแทน
  • จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุของวิกฤต และตรวจสอบความบกพร่องในการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • นายชาย เอี่ยมศิริ เปิดใจว่ารู้สึกไม่เป็นธรรม แต่ยอมรับการตัดสินใจของบอร์ดเพื่อความโปร่งใส และยืนยันว่าตนได้ลงพื้นที่แก้ปัญหาตั้งแต่แรก

2 ตุลาคม 2569 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จัดประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) นัดพิเศษ โดยที่ประชุมมีมติ แต่งตั้ง นายสัมฤทธิ์ สำเนียง กรรมการบริษัทการบินไทย และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหาร (Executive Committee) ของการบินไทย ขึ้นทำหน้าที่รักษาการ ดีดีการบินไทย

บอร์ดการบินไทย ลงมติสั่ง พักงาน ชาย เอี่ยมศิริ ดีดีการบินไทย เซ่นพิษกระเป๋าตกค้าง

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติรับทราบรายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยและผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของบริษัท โดยภายหลังการประชุมได้มีมติแจ้งให้ ผมพักงาน จนกว่าผมจะหมดวาระในวันที่ 31 มกราคม 2570 โดยมีผลทันที มติดังกล่าวเป็นการ พักงานก่อนหมดสัญญา ยังไม่ใช่การไล่ออกหรือเลิกจ้าง  และจะมีการตั้งคณะกรรมการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ประเด็นการสอบสวนบอร์ดไม่ได้ลงรายละเอียดชัดเจน แต่คาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย การไม่สามารถลดผลกระทบหรือหยุดยั้งการหยุดชะงักของการบริการ (Disruption) ได้ รวมถึงการตรวจสอบช่องว่าง จุดบกพร่องในการทำงาน และสาเหตุที่แผนรับมือวิกฤตไม่สามารถเปิดใช้งาน (Activate) ได้ตามเป้าหมาย โดยบอร์ดมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัทและลูกค้าไปแล้ว

เปิดใจดีดีการบินไทย หลังถูกสั่งพักงาน

นายชาย เปิดใจว่าถึงความรู้สึกหลังทราบมติว่า ตนเองทราบข่าวเรื่องการจะสั่งพักงาน จากสื่อมวลชน และในการประชุมวันนี้ก็ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากประธานบอร์ดในระหว่างเดินกลับมาจากการตรวจงานที่ตึกข้างเคียง ซึ่งเหตุการที่เกิดขึ้นผมไม่โทษใคร  โดยตนเดินทางมาถึงศูนย์ปฏิบัติการเป็นคนแรกตั้งแต่วันอาทิตย์ พร้อมทั้งปักหลักนอนพักค้างคืนที่ศูนย์ฯ เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ ไม่เคยโยนความผิดให้ลูกน้อง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จริงหรือไม่ที่รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับงานภาคพื้นและคลังสินค้าไม่ได้มาร่วมแก้ปัญหา เขาให้เหตุผลไหมว่าทำไม นายชาย ตอบว่าท่านอยู่ระหว่างการลาพักผ่อน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การถูกพักงานในครั้งนี้เป็นธรรมหรือไม่ เพราะเราสามารถแก้ปัญหาได้เกือบจะ 100% แล้วนายชาย ตอบว่า ถ้าถามผม ในฐานะที่ผมเป็น Conflict เป็นผู้ต้องสงสัย หรือผู้รับผิดชอบโดยตรง ถ้าผมตอบก็ต้องบอกว่าไม่เป็นธรรม

ชาย เอี่ยมศิริ

แต่ถ้าอีกมุมหนึ่ง ในฐานะกรรมการบริษัท ก็ต้องบอกว่าเป็นธรรม เพื่อความโปร่งใส ธรรมาภิบาล เพื่อไม่ให้ผมไปยุ่งเกี่ยวกับหลักฐาน อันนั้นในมุมของบอร์ด มองผมเป็นจำเลย ลงลึกไปมากกว่านั้น ก็ต้องอยู่ที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ว่าจะลงลึกขนาดไหน 

เมื่อผู้สื่อข่าว ถามว่ามองว่าเรื่องการแทรกแซงการเมืองหรือไม่ นายชาย บอกว่า มีตรงไหนที่ในประเทศไทยไม่มีการเมืองไหม ผมไม่ได้ตอบว่าตรงนี้ไม่มีนะ แต่มีตรงไหนบ้างที่ไม่มีการเมือง การเมืองภายใน การเมืองภายนอก คนละเรื่องกัน Internal politics, External politics มีหมด 

ชาย เอี่ยมศิริ ดีดีการบินไทย เปิดใจหลังถูกบอร์ดสั่งพักงานยาว เซ่นปมวิกฤตกระเป๋า

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะฝากถึงคนที่มารับหน้าที่ต่อหรือไม่ นายชาย ตอบว่า ไม่มี เพราะท่านมีคุณสมบัติสูงกว่าผมเยอะ มีความสามารถสูงกว่าผมเยอะ ถ้าไม่เป็นอย่างนั้น คงไม่มีมติให้พ้นจากตำแหน่ง คนที่มาก็ต้องมีคุณสมบัติสูงกว่าผม 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปัจจัยหลักเกิดจากการเมืองภายในด้วยไหม นายชาย ตอบว่า  ผมไม่กล้าพูดหรอกครับ มันมีหลายคนเขาอยากเป็นอยู่แล้ว คนอยากมาเป็น คิดว่าง่าย ผมก็ไม่ว่าอะไร ตนเองได้ทำงานกับองค์กรมานานถึง 41 ปี และดำรงตำแหน่ง CEO มา 6 ปี ผ่านมาก็นาน ก็เยอะ ก็ขอบคุณพนักงานจริงๆ ไปพักผ่อนดีกว่า ไปพักผ่อนกับครอบครัว

ความคืบหน้าในการแก้ปัญหากระเป๋าตกค้าง

นายชาย กล่าวต่อว่า  เที่ยวบินทั้งหมดพร้อมกลับมาทำการบินตามปกติได้ 100% ในวันพรุ่งนี้ การขยายระบบ Call Center ได้ระดมเจ้าหน้าที่และขยายสายด่วนจากเดิม 2 คู่สาย เพิ่มเป็น 24 คู่สายเพื่อลดปัญหาขวดแก้วในการติดต่อ

ส่วนการการจัดการกระเป๋าเดินทางตกค้าง กระเป๋าบริเวณอาคารผู้โดยสาร จะระดมกำลังเจ้าหน้าที่เร่งจัดส่ง คาดว่าจะจัดการได้หมดหรือบรรลุ 98–99% ภายใน 1–2 วัน และกระเป๋าสัมภาระต่อเครื่อง (Transfer) มีความซับซ้อนมากกว่าเนื่องจากต้องรอเที่ยวบินปลายทาง โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมอาสาและกำลังทหารเข้าช่วยจัดสรร คาดว่าจะใช้เวลาเคลียร์ทั้งหมดประมาณ 2–3 วัน

สำหรับบรรยากาศหลังบอร์ดมีมติดังกล่าวพนักงานการบินไทยต่างเสียใจ และต่างให้กำลังใจนายชาย ก่อนที่นายชายจะเดินทางกลับออกไปจากศูนย์ปฏิบัติการบินของการบินไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิ