
ททท.รุกท่องเที่ยว 4 เดือนสุดท้าย จัดกิจกรรม-อีเวนต์พรึบ ปั๊มรายได้ 2.7 ล้านล้าน
ททท. เปิดเกมรุกปั๊มท่องเที่ยว 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ รับท่องเที่ยวไฮซีซัน ปูพรมจัดกิจกรรม-อีเวนต์พรึบ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้แตะ 2.7 ล้านล้านบาท หวังต่างชาติเที่ยวไทย 33 ล้านคน
KEY
POINTS
- ททท. ประกาศแผนรุกกระตุ้นการท่องเที่ยวครั้งใหญ่ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2569 (กันยายน-ธันวาคม)
- อัดแน่นด้วยกิจกรรมและอีเวนต์ต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เช่น งานประชุม IMF-World Bank, มหกรรมพืชสวนโลก, เทศกาลลอยกระทง และเทศกาลดนตรี Tomorrowland
- ดันโครงการ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย ชูจุดขายแหล่งท่องเที่ยวอันซีนใหม่
- ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้รวมจากการท่องเที่ยวปี 2569 ให้ถึง 2.7 ล้านล้านบาท พร้อมสนับสนุนด้วยการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ๆ จากทั่วโลก
วันนี้ (วันที่ 7 กันยายน 2569) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึง ทิศทางกระตุ้นท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ททท.ยังเน้นยุทธศาสตร์ “Value Over Volume” และความปลอดภัย โดยเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ปรับนโยบายจากการมุ่งเป้าจำนวนคน (Volume) สู่การสร้างมูลค่า (Value) เจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อสร้างรายได้คุณภาพและกระจายเม็ดเงินสู่เมืองรอง ชุมชน และผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง
รวมถึง Safety is Key ประกาศให้ “ความปลอดภัย” เป็นหัวใจสูงสุดในการสร้างความเชื่อมั่น สั่งการบูรณาการทุกหน่วยงานเพื่อบังคับใช้กฎหมายและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ให้นักท่องเที่ยวเดินทางในไทยได้อย่างมั่นใจไร้กังวล
รวมไปถึงการสู้ปัจจัยลบด้วยประสบการณ์ รับมือสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและค่าเงินบาทแข็งค่า ด้วยการชูจุดแข็งด้านประสบการณ์และความประทับใจ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูงที่ไม่หวั่นไหวต่อราคาและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางซ้ำ
ปูพรม Mega Events กระตุ้นการใช้จ่ายปลายปี
ททท. เตรียมจัดเทศกาลและกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม (Solo Traveler, Wellness, Night Economy) โดยมีอีเวนต์ไฮไลต์ อาทิ เทศกาลวิจิตรเจ้าพระยา, งานลอยกระทง, Amazing Thailand Marathon Bangkok และแคมเปญ “เติมเสน่ห์ไทยให้ใจได้ฮีล” ตลอดจนงานดนตรีและกีฬาช่วงปลายปี
นายสุรศักดิ์ กล่าวสรุปถึงเป้าหมายสำคัญว่า "แม้เราจะเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก แต่ประเทศไทยมีศักยภาพแข็งแกร่ง เราตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวปีนี้ที่ 33–34 ล้านคน มุ่งสร้างรายได้รวม 2.7–2.8 ล้านล้านบาท ซึ่งเติบโตไม่ต่ำกว่า 7% จากปีก่อน และในปี 2570 กระทรวงฯ ได้ตั้งเป้าหมายเชิงรุกเพื่อผลักดันรายได้จากการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวขึ้นไปแตะระดับ 3 ล้านล้านบาทอย่างยั่งยืน
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมเปิดเกมรุกกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 ภายใต้แนวคิดหลัก “The Year of Transformation” โดยกำหนดเป้าหมายสัดส่วนรายได้การท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไว้ที่ 60% และ 40%
พร้อมเดินหน้าอย่างเต็มตัวด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ Build New Growth Engine (สร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่), Rebalance Market Portfolio (ปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโอของตลาด), Shape Experience Platform (สร้างสรรค์แพลตฟอร์มประสบการณ์การท่องเที่ยว) และ Transform Together (ร่วมกันเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม) เพื่อยกระดับและปฏิรูปโครงสร้างการท่องเที่ยวไทยสู่มิติใหม่
ททท.ดันรายได้ท่องเที่ยวปี 2569 โต 7% สร้างรายได้ 2.7 ล้านล้าน ปีหน้าแตะ 3 ล้านล้านบาท
เป้าหมายของภาคการท่องเที่ยวปี 2569 ททท.ยืนยันจะทำให้เกิดการเติบโตไม่ต่ำกว่าปี 2568 ซึ่งตอนนี้จำนวนและรายได้อยู่สูงกว่าเป้าหมายพื้นฐานที่วางไว้แล้ว โดยเป้าหมายรายตั้งไว้ที่ 2.7 ล้านล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 7% เทียบกับปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 2.6 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.6 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ 1.1 ล้านล้านบาท
ส่วนเป้าหมายท้าทายปี 2570 รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้มอบเป้าหมายเชิงท้าทายเพื่อเร่งการฟื้นตัวเศรษฐกิจ โดยดันเป้ารายได้การท่องเที่ยวขึ้นไปแตะ 3 ล้านล้านบาท มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยไม่ต่ำกว่า 35 ล้านคน
แม้การท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปี 2569 นี้ จะเผชิญกับปัจจัยรุมเร้าทำให้ยอดรวมต่ำกว่าการคาดการณ์เล็กน้อย แต่จากการประเมินล่าสุด ททท.คาดการณ์ทิศทางสถานการณ์ดูดีขึ้น สะท้อนจากคาดการณ์สถานการณ์เลวร้ายที่สุด (Worst Case) หากความขัดแย้งยืดเยื้อเกิน 5-6 เดือน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 28–31 ล้านคน
แต่ปัจจุบันสถานการณ์ถูกจัดอยู่ในระดับปานกลาง (Base Case) คาดว่าจะจบที่ประมาณ 32.6–32.7 ล้านคน แต่ ททท.ยังคงมุ่งเป้าหมายการผลักดันให้ถึง 33 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา และเชื่อมั่นว่า ปี 2570 หากเอาจุดแข็งของประเทศไทยอย่างด้านเฮลท์ แอนด์ เวลเนส เป้าหมาย 3 ล้านล้านบาทน่าจะทำได้แน่นอน
สำหรับแผนงานส่งเสริมการขาย แคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยว และกิจกรรมอีเวนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้รับการวางโครงสร้างและปักหมุดดำเนินงานอย่างละเอียดครอบคลุมรายเดือนตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงเดือนธันวาคม 2569 ดังนี้
กันยายน 2569 รุกด้วยแคมเปญอันซีน
ในเดือนกันยายนนี้ ตลาดท่องเที่ยวในประเทศพร้อมเปิดตัวโครงการดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมายเฉพาะอย่าง “โสดแล้วไง ไปด้วยกัน” ควบคู่ไปกับโครงการ “LIFE LOOKS BETTER @SOUTH” นำเสนอแนวคิด Workation & Wellness ในพื้นที่ท่องเที่ยวภาคใต้ ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ และสุราษฎร์ธานี
ขณะที่ตลาดต่างประเทศจะได้รับการกระตุ้นผ่านหลายแคมเปญสำคัญ เช่น แคมเปญ UNSEEN LUXPERIENCE ที่ชูเอกลักษณ์ Unseen Nature, Unseen Time, Unseen Story, Unseen Taste และ Unseen Wisdom รวมถึงกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์อย่าง SAWASDEE NIHAO – MEDIA FAM TRIP & WELCOME RECEPTION
แคมเปญ NIHAO MONTH – CHINESE PASSPORT PRIVILEGE โครงการ ASEAN INDIA+ SHOPPERS IN THAILAND 2026 โครงการ THAI T’REASURE BY AMAZING THAILAND และกิจกรรม AMAZING THAILAND : MEET THE INFLUENCERS 2026 ณ จังหวัดอุดรธานี
นอกจากนี้ ยังมีการรุกตลาดต่างประเทศในหลากหลายมิติ ได้แก่
1.การเจาะตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซียในเมืองรอง (Second Tier City) ผ่านกิจกรรม Pre-LTM Roadshow (ระหว่างวันที่ 21–22 กันยายน 2569) และงาน Luxury Travel Mart
2.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและมหกรรมอาหารระดับโลก เช่น AMAZING THAILAND FOOD FESTIVAL (WORLD TOUR) ณ ประเทศสเปน, งาน SAWASDEE MUMBAI 2026 และงานส่งเสริมการขายตลาดอินเดีย
เทศกาลสร้างสรรค์ประสบการณ์อาหาร Helentours Wonderland Bangkok 2026 (Amazing Thailand Gastronomy Experience: A Symphony of Thai Flavours) ตลอดจนการเข้าร่วมงานท่องเที่ยวระดับโลก IFTM TOP RESA 2026 และงาน TOURISM EXPO JAPAN (TEJ) 2026 (ระหว่างวันที่ 24–27 กันยายน 2569)
3.การจัดกิจกรรมโรดโชว์และเทศกาลไทยในต่างแดน ประกอบด้วย AMAZING THAILAND ROADSHOW TO AUSTRALIA, งาน THAILAND GRAND FESTIVAL 2026 ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย (ระหว่างวันที่ 19–20 กันยายน 2569), งาน MATTA FAIR 2026 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย (ระหว่างวันที่ 4–6 กันยายน พ.ศ. 2569) และงาน ASIAN TOURISM FAIR 2026 ณ กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ (ระหว่างวันที่ 17–19 กันยายน พ.ศ. 2569)
4.การท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟ นำเสนอผ่านงาน THAILAND GOLF TRAVEL MART (TGTM 2026)
ไฮไลต์สำคัญด้านการคมนาคม คือการเปิดเส้นทางบินตรงเชื่อมไทยเป็นครั้งแรกของสายการบิน RIYADH AIR บินตรงปฐมฤกษ์เส้นทาง ริยาด – กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 2–3 กันยายน 2569
ตุลาคม 2569 : บำบัดใจเมืองไทย เวิลด์อีเวนต์
สำหรับเดือนตุลาคม ตลาดในประเทศมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการบำบัดใจด้วยแคมเปญ “เติมเมืองไทย ให้ใจได้ฮีล” และเปิดโครงการท่องเที่ยวเดินทางด้วยรถบัสอย่าง “Check-in เมืองไทย ไปกับบัส” ซึ่งจะเริ่มดำเนินงานยาวตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 ไปจนถึงกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2570 ในส่วนของตลาดต่างประเทศมีการเปิดตัวแคมเปญเจาะกลุ่มตลาดญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ภายใต้ชื่อ HINICHIJO DE IYASARERU, IMAKARA THAI E
เทศกาลสำคัญ กิจกรรม และการประชุมระดับนานาชาติ (Signature Events & World Events) ประจำเดือนนี้มีความโดดเด่นอย่างมาก ได้แก่
1.กิจกรรมดนตรีและไลฟ์สไตล์อย่าง THE NIGHT BY AMAZING THAILAND SEASON 2 (ระหว่างเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2569 ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์) และเทศกาลการแข่งขัน Amazing Multi-race Festival 2026
2.งานประเพณีไทยอันทรงคุณค่าและเป็นเอกลักษณ์อย่าง ประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม และโอกาสสำคัญในการรับชม การซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ แม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 21 และ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569 (หรือซ้อมใหญ่ในวันที่ 21 และ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569)
3.การเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก (World Events) ได้แก่ งานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ 2026 IMF – World Bank Group Annual Meetings (จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 18 ตุลาคม 2569) และการประชุมผู้จัดงานไพรด์ระดับโลก InterPride 2026 World Conference & General Meeting
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเดินหน้าผลักดันตลาดผ่านการเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายท่องเที่ยวในต่างประเทศ ได้แก่ งาน COITM & CITM 2026, งาน ITB ASIA 2026 รวมถึงงาน MATTA FAIR และ GD WORLD CRUISES
รวมถึงในเดือนนี้ยังเสริมความแข็งแกร่งด้วย การเปิดเส้นทางบินตรงเชื่อมโยงสู่เมืองท่องเที่ยวหลักของไทย จากหลากหลายสายการบินทั่วโลก ได้แก่ LOT POLISH AIRLINES: บินตรง วอร์ซอ – กรุงเทพฯ ,VIRGIN ATLANTIC: บินตรง ลอนดอนฮีทโธรว์ – ภูเก็ต,BELAVIA: บินตรง มินสก์ – กรุงเทพฯ,VIETJET: บินตรง กัวลาลัมเปอร์ – กรุงเทพฯ,VIETJET: บินตรง โฮจิมินห์ – เชียงใหม่,THAI VIETJET: บินตรง ฟูกูโอกะ – กรุงเทพฯ,RUILI AIRLINES: บินตรง สิบสองปันนา – เชียงใหม่ และ สิบสองปันนา – กรุงเทพฯ
พฤศจิกายน ชูบิ๊กอีเว้นท์ปลุกกระแสเดินทาง
เดือนพฤศจิกายนเน้นการกระตุ้นตลาดในประเทศอย่างเข้มข้น ผ่านโครงการใหญ่ที่ทุกคนรอคอย ได้แก่ โครงการ “100 เดียว เที่ยวทั่วไทย” และโครงการ “Music Market ดนตรีพาสัมผัสไทย” ส่วนตลาดต่างประเทศยังคงสร้างกระแสต่อเนื่องด้วยแคมเปญ NIHAO MONTH – CHINESE PASSPORT PRIVILEGE
สำหรับกิจกรรมอีเวนต์สำคัญในเดือนนี้ประกอบด้วย ได้แก่ มหกรรมเกษตรกรรมและพืชพรรณระดับโลก มหกรรมพืชสวนโลก (UDON THANI INTERNATIONAL HORTICULTURAL EXPO 2026) และงานประชุมระดับนานาชาติ THE ANNUAL GLOBAL WELLNESS SUMMIT 2026 (ระหว่างวันที่ 10 – 13 พฤศจิกายน 2569) งานสำคัญทางวัฒนธรรมระดับประเทศอย่าง
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569, งานเทศกาลแสงสี VIJIT THAILAND และ VIJIT CHAO PHRAYA 2026, กิจกรรมใหม่เนรมิต 5 ภาค (เนรมิตอัมพวา) และ ประเพณีลอยกระทงทั่วประเทศ รวมถึงงาน มหาลอยกระทง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และงานวิ่งมาราธอนระดับโลก AMAZING THAILAND MARATHON BANGKOK 2026 ในวันที่ 28 – 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
ธันวาคม มหกรรมดนตรีและกีฬาเคาท์ดาวน์ระดับโลก
ส่งท้ายปีในเดือนธันวาคมด้วยการขนทัพเทศกาลดนตรี ศิลปะ และกีฬาระดับโลกเพื่อดึงดูดใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ เทศกาลไลฟ์สไตล์และศิลปะ WONDERFRUIT (วันที่ 3–7 ธันวาคม 2569), เทศกาลดนตรีระดับโลก TOMORROWLAND THAILAND 2026 (วันที่ 11–13 ธันวาคม 2569) และการแข่งขันกีฬาวิบากสุดหฤโหด 2026 SPARTAN SUPER WORLD CHAMPIONSHIP & TRIFECTA WEEKEND CHIANG RAI ควบคู่กับงานกิจกรรมพิเศษเชิงดาราศาสตร์และท้องฟ้าอย่าง UFO: OPEN YOUR MIND, LOOK TO THE SKY
สำหรับในระดับท้องถิ่น มีการจัดงานแสดงวัฒนธรรมอันงดงาม เช่น ประเพณีแห่ดาว จังหวัดสกลนคร, กิจกรรมอาหารในงาน AMAZING THAILAND FOOD FESTIVAL: เนรมิตอัมพวา, งานฉายแสงสีตระการตา VIJIT THาILAND และ VIJIT CHAO PHRAYA 2026 และการแข่งขัน AMAZING MULTI-RACE FESTIVAL 2026 (สนามสุดท้าย) ด้านการส่งเสริมการตลาดในประเทศ ททท. ได้เดินหน้าชูแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวหลักอย่าง “365 วัน ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี”
ขณะที่ตลาดต่างประเทศจะขับเคลื่อนผ่านกิจกรรมสำคัญในจีนอย่างงาน CHINA INTERNATIONAL TRAVEL MART [CITM2026] ณ เมืองไห่โข่ว มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) พร้อมกับการจัดกิจกรรมเช่าเหมาลำเรือสำราญภายใต้แคมเปญ GOLDEN DESTINATIONS STAR VOYAGER CRUISE นำนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียเดินทางเข้าสู่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดกระบี่
นอกจากนี้ ภาคคมนาคมยังเสริมทัพต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ด้วยเที่ยวบินตรงเชื่อมไทยอีกหลายเส้นทาง อาทิ SAS SCANDINAVIAN AIRLINES: เปิดเที่ยวบินตรงจากเดนมาร์ก เส้นทาง โคเปนเฮเกน (CPH) – กระบี่ (KBV) (วันที่ 8 ธันวาคม 2569 – 28 มีนาคม 2570) และเส้นทาง โคเปนเฮเกน (CPH) – ภูเก็ต (HKT) (วันที่ 9 ธันวาคม 2569 – 29 มีนาคม 2570)
SUNCLASS AIRLINES: เที่ยวบินตรงจากสวีเดน เส้นทาง สตอกโฮล์ม (STO) – กระบี่ (KBV) (วันที่ 10 ธันวาคม 2569 – 25 กุมภาพันธ์ 2570) NORSE ATLANTIC AIRWAYS: เที่ยวบินตรงจากสหราชอาณาจักร บินตรงเส้นทาง ลอนดอน แกตวิค (LGW) – ภูเก็ต (HKT) (ให้บริการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2569 ถึงกลางเดือนเมษายน 2570)
แผนงานและแนวทางการจัดกิจกรรมเชิงรุกทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการปฏิรูปโครงสร้างและพลิกโฉมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2569 อย่างเต็มพิกัด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศและปักหมุดประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างยั่งยืน







