thansettakij
thansettakij
ททท.เปิดเกมรุกปั๊มท่องเที่ยว 4 เดือนสุดท้ายปีนี้ ปูพรมจัดกิจกรรม-อีเวนต์พรึบ

ททท.รุกท่องเที่ยว 4 เดือนสุดท้าย จัดกิจกรรม-อีเวนต์พรึบ ปั๊มรายได้ 2.7 ล้านล้าน

07 ก.ย. 69 | 09:35 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.ย. 69 | 09:37 น.

ททท. เปิดเกมรุกปั๊มท่องเที่ยว 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ รับท่องเที่ยวไฮซีซัน ปูพรมจัดกิจกรรม-อีเวนต์พรึบ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้แตะ 2.7 ล้านล้านบาท หวังต่างชาติเที่ยวไทย 33 ล้านคน

KEY

POINTS

  • ททท. ประกาศแผนรุกกระตุ้นการท่องเที่ยวครั้งใหญ่ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2569 (กันยายน-ธันวาคม)
  • อัดแน่นด้วยกิจกรรมและอีเวนต์ต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เช่น งานประชุม IMF-World Bank, มหกรรมพืชสวนโลก, เทศกาลลอยกระทง และเทศกาลดนตรี Tomorrowland
  • ดันโครงการ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย ชูจุดขายแหล่งท่องเที่ยวอันซีนใหม่
  • ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้รวมจากการท่องเที่ยวปี 2569 ให้ถึง 2.7 ล้านล้านบาท พร้อมสนับสนุนด้วยการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ๆ จากทั่วโลก

วันนี้ (วันที่ 7 กันยายน 2569) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึง ทิศทางกระตุ้นท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ททท.ยังเน้นยุทธศาสตร์ “Value Over Volume” และความปลอดภัย โดยเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ปรับนโยบายจากการมุ่งเป้าจำนวนคน (Volume) สู่การสร้างมูลค่า (Value) เจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อสร้างรายได้คุณภาพและกระจายเม็ดเงินสู่เมืองรอง ชุมชน และผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

รวมถึง Safety is Key ประกาศให้ “ความปลอดภัย” เป็นหัวใจสูงสุดในการสร้างความเชื่อมั่น สั่งการบูรณาการทุกหน่วยงานเพื่อบังคับใช้กฎหมายและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ให้นักท่องเที่ยวเดินทางในไทยได้อย่างมั่นใจไร้กังวล

รวมไปถึงการสู้ปัจจัยลบด้วยประสบการณ์ รับมือสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและค่าเงินบาทแข็งค่า ด้วยการชูจุดแข็งด้านประสบการณ์และความประทับใจ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูงที่ไม่หวั่นไหวต่อราคาและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางซ้ำ

ปูพรม Mega Events กระตุ้นการใช้จ่ายปลายปี

ททท. เตรียมจัดเทศกาลและกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม (Solo Traveler, Wellness, Night Economy) โดยมีอีเวนต์ไฮไลต์ อาทิ เทศกาลวิจิตรเจ้าพระยา, งานลอยกระทง, Amazing Thailand Marathon Bangkok และแคมเปญ “เติมเสน่ห์ไทยให้ใจได้ฮีล” ตลอดจนงานดนตรีและกีฬาช่วงปลายปี

นายสุรศักดิ์ กล่าวสรุปถึงเป้าหมายสำคัญว่า "แม้เราจะเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก แต่ประเทศไทยมีศักยภาพแข็งแกร่ง เราตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวปีนี้ที่ 33–34 ล้านคน มุ่งสร้างรายได้รวม 2.7–2.8 ล้านล้านบาท ซึ่งเติบโตไม่ต่ำกว่า 7% จากปีก่อน และในปี 2570 กระทรวงฯ ได้ตั้งเป้าหมายเชิงรุกเพื่อผลักดันรายได้จากการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวขึ้นไปแตะระดับ 3 ล้านล้านบาทอย่างยั่งยืน

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมเปิดเกมรุกกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 ภายใต้แนวคิดหลัก “The Year of Transformation” โดยกำหนดเป้าหมายสัดส่วนรายได้การท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไว้ที่ 60% และ 40%

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

พร้อมเดินหน้าอย่างเต็มตัวด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ Build New Growth Engine (สร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่), Rebalance Market Portfolio (ปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโอของตลาด), Shape Experience Platform (สร้างสรรค์แพลตฟอร์มประสบการณ์การท่องเที่ยว) และ Transform Together (ร่วมกันเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม) เพื่อยกระดับและปฏิรูปโครงสร้างการท่องเที่ยวไทยสู่มิติใหม่

ททท.ดันรายได้ท่องเที่ยวปี 2569 โต 7% สร้างรายได้ 2.7 ล้านล้าน ปีหน้าแตะ 3 ล้านล้านบาท

เป้าหมายของภาคการท่องเที่ยวปี 2569 ททท.ยืนยันจะทำให้เกิดการเติบโตไม่ต่ำกว่าปี 2568 ซึ่งตอนนี้จำนวนและรายได้อยู่สูงกว่าเป้าหมายพื้นฐานที่วางไว้แล้ว โดยเป้าหมายรายตั้งไว้ที่ 2.7 ล้านล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 7% เทียบกับปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 2.6 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.6 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ 1.1 ล้านล้านบาท

ส่วนเป้าหมายท้าทายปี 2570 รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้มอบเป้าหมายเชิงท้าทายเพื่อเร่งการฟื้นตัวเศรษฐกิจ โดยดันเป้ารายได้การท่องเที่ยวขึ้นไปแตะ 3 ล้านล้านบาท มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยไม่ต่ำกว่า 35 ล้านคน

แม้การท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปี 2569 นี้ จะเผชิญกับปัจจัยรุมเร้าทำให้ยอดรวมต่ำกว่าการคาดการณ์เล็กน้อย แต่จากการประเมินล่าสุด ททท.คาดการณ์ทิศทางสถานการณ์ดูดีขึ้น สะท้อนจากคาดการณ์สถานการณ์เลวร้ายที่สุด (Worst Case) หากความขัดแย้งยืดเยื้อเกิน 5-6 เดือน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 28–31 ล้านคน

แต่ปัจจุบันสถานการณ์ถูกจัดอยู่ในระดับปานกลาง (Base Case) คาดว่าจะจบที่ประมาณ 32.6–32.7 ล้านคน แต่ ททท.ยังคงมุ่งเป้าหมายการผลักดันให้ถึง 33 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา และเชื่อมั่นว่า ปี 2570 หากเอาจุดแข็งของประเทศไทยอย่างด้านเฮลท์ แอนด์ เวลเนส เป้าหมาย 3 ล้านล้านบาทน่าจะทำได้แน่นอน

สำหรับแผนงานส่งเสริมการขาย แคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยว และกิจกรรมอีเวนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้รับการวางโครงสร้างและปักหมุดดำเนินงานอย่างละเอียดครอบคลุมรายเดือนตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงเดือนธันวาคม  2569 ดังนี้

กันยายน 2569 รุกด้วยแคมเปญอันซีน

ในเดือนกันยายนนี้ ตลาดท่องเที่ยวในประเทศพร้อมเปิดตัวโครงการดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมายเฉพาะอย่าง “โสดแล้วไง ไปด้วยกัน” ควบคู่ไปกับโครงการ “LIFE LOOKS BETTER @SOUTH” นำเสนอแนวคิด Workation & Wellness ในพื้นที่ท่องเที่ยวภาคใต้ ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ และสุราษฎร์ธานี

ททท.รุกท่องเที่ยว 4 เดือนสุดท้าย จัดกิจกรรม-อีเวนต์พรึบ ปั๊มรายได้ 2.7 ล้านล้าน

ขณะที่ตลาดต่างประเทศจะได้รับการกระตุ้นผ่านหลายแคมเปญสำคัญ เช่น แคมเปญ UNSEEN LUXPERIENCE ที่ชูเอกลักษณ์ Unseen Nature, Unseen Time, Unseen Story, Unseen Taste และ Unseen Wisdom รวมถึงกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์อย่าง SAWASDEE NIHAO – MEDIA FAM TRIP & WELCOME RECEPTION

แคมเปญ NIHAO MONTH – CHINESE PASSPORT PRIVILEGE โครงการ ASEAN INDIA+ SHOPPERS IN THAILAND 2026 โครงการ THAI T’REASURE BY AMAZING THAILAND และกิจกรรม AMAZING THAILAND : MEET THE INFLUENCERS 2026 ณ จังหวัดอุดรธานี

นอกจากนี้ ยังมีการรุกตลาดต่างประเทศในหลากหลายมิติ ได้แก่

 1.การเจาะตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซียในเมืองรอง (Second Tier City) ผ่านกิจกรรม Pre-LTM Roadshow (ระหว่างวันที่ 21–22 กันยายน 2569) และงาน Luxury Travel Mart

2.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและมหกรรมอาหารระดับโลก เช่น AMAZING THAILAND FOOD FESTIVAL (WORLD TOUR) ณ ประเทศสเปน, งาน SAWASDEE MUMBAI 2026 และงานส่งเสริมการขายตลาดอินเดีย

 เทศกาลสร้างสรรค์ประสบการณ์อาหาร Helentours Wonderland Bangkok 2026 (Amazing Thailand Gastronomy Experience: A Symphony of Thai Flavours) ตลอดจนการเข้าร่วมงานท่องเที่ยวระดับโลก IFTM TOP RESA 2026 และงาน TOURISM EXPO JAPAN (TEJ) 2026 (ระหว่างวันที่ 24–27 กันยายน 2569)

ททท.รุกท่องเที่ยว 4 เดือนสุดท้าย จัดกิจกรรม-อีเวนต์พรึบ ปั๊มรายได้ 2.7 ล้านล้าน

3.การจัดกิจกรรมโรดโชว์และเทศกาลไทยในต่างแดน ประกอบด้วย AMAZING THAILAND ROADSHOW TO AUSTRALIA, งาน THAILAND GRAND FESTIVAL 2026 ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย (ระหว่างวันที่ 19–20 กันยายน 2569), งาน MATTA FAIR 2026 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย (ระหว่างวันที่ 4–6 กันยายน พ.ศ. 2569) และงาน ASIAN TOURISM FAIR 2026 ณ กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ (ระหว่างวันที่ 17–19 กันยายน พ.ศ. 2569)

4.การท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟ นำเสนอผ่านงาน THAILAND GOLF TRAVEL MART (TGTM 2026)

ไฮไลต์สำคัญด้านการคมนาคม คือการเปิดเส้นทางบินตรงเชื่อมไทยเป็นครั้งแรกของสายการบิน RIYADH AIR บินตรงปฐมฤกษ์เส้นทาง ริยาด – กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 2–3 กันยายน 2569

ตุลาคม 2569 : บำบัดใจเมืองไทย เวิลด์อีเวนต์

สำหรับเดือนตุลาคม ตลาดในประเทศมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการบำบัดใจด้วยแคมเปญ “เติมเมืองไทย ให้ใจได้ฮีล” และเปิดโครงการท่องเที่ยวเดินทางด้วยรถบัสอย่าง “Check-in เมืองไทย ไปกับบัส” ซึ่งจะเริ่มดำเนินงานยาวตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 ไปจนถึงกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2570 ในส่วนของตลาดต่างประเทศมีการเปิดตัวแคมเปญเจาะกลุ่มตลาดญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ภายใต้ชื่อ HINICHIJO DE IYASARERU, IMAKARA THAI E

เทศกาลสำคัญ กิจกรรม และการประชุมระดับนานาชาติ (Signature Events & World Events) ประจำเดือนนี้มีความโดดเด่นอย่างมาก ได้แก่

1.กิจกรรมดนตรีและไลฟ์สไตล์อย่าง THE NIGHT BY AMAZING THAILAND SEASON 2 (ระหว่างเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2569 ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์) และเทศกาลการแข่งขัน Amazing Multi-race Festival 2026

2.งานประเพณีไทยอันทรงคุณค่าและเป็นเอกลักษณ์อย่าง ประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม และโอกาสสำคัญในการรับชม การซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ แม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 21 และ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569 (หรือซ้อมใหญ่ในวันที่ 21 และ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569)

3.การเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก (World Events) ได้แก่ งานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ 2026 IMF – World Bank Group Annual Meetings (จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 18 ตุลาคม 2569) และการประชุมผู้จัดงานไพรด์ระดับโลก InterPride 2026 World Conference & General Meeting

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเดินหน้าผลักดันตลาดผ่านการเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายท่องเที่ยวในต่างประเทศ ได้แก่ งาน COITM & CITM 2026, งาน ITB ASIA 2026 รวมถึงงาน MATTA FAIR และ GD WORLD CRUISES

รวมถึงในเดือนนี้ยังเสริมความแข็งแกร่งด้วย การเปิดเส้นทางบินตรงเชื่อมโยงสู่เมืองท่องเที่ยวหลักของไทย จากหลากหลายสายการบินทั่วโลก ได้แก่ LOT POLISH AIRLINES: บินตรง วอร์ซอ – กรุงเทพฯ ,VIRGIN ATLANTIC: บินตรง ลอนดอนฮีทโธรว์ – ภูเก็ต,BELAVIA: บินตรง มินสก์ – กรุงเทพฯ,VIETJET: บินตรง กัวลาลัมเปอร์ – กรุงเทพฯ,VIETJET: บินตรง โฮจิมินห์ – เชียงใหม่,THAI VIETJET: บินตรง ฟูกูโอกะ – กรุงเทพฯ,RUILI AIRLINES: บินตรง สิบสองปันนา – เชียงใหม่ และ สิบสองปันนา – กรุงเทพฯ

พฤศจิกายน ชูบิ๊กอีเว้นท์ปลุกกระแสเดินทาง

เดือนพฤศจิกายนเน้นการกระตุ้นตลาดในประเทศอย่างเข้มข้น ผ่านโครงการใหญ่ที่ทุกคนรอคอย ได้แก่ โครงการ “100 เดียว เที่ยวทั่วไทย” และโครงการ “Music Market ดนตรีพาสัมผัสไทย” ส่วนตลาดต่างประเทศยังคงสร้างกระแสต่อเนื่องด้วยแคมเปญ NIHAO MONTH – CHINESE PASSPORT PRIVILEGE

สำหรับกิจกรรมอีเวนต์สำคัญในเดือนนี้ประกอบด้วย ได้แก่ มหกรรมเกษตรกรรมและพืชพรรณระดับโลก มหกรรมพืชสวนโลก (UDON THANI INTERNATIONAL HORTICULTURAL EXPO 2026) และงานประชุมระดับนานาชาติ THE ANNUAL GLOBAL WELLNESS SUMMIT 2026 (ระหว่างวันที่ 10 – 13 พฤศจิกายน 2569) งานสำคัญทางวัฒนธรรมระดับประเทศอย่าง

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569, งานเทศกาลแสงสี VIJIT THAILAND และ VIJIT CHAO PHRAYA 2026, กิจกรรมใหม่เนรมิต 5 ภาค (เนรมิตอัมพวา) และ ประเพณีลอยกระทงทั่วประเทศ รวมถึงงาน มหาลอยกระทง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และงานวิ่งมาราธอนระดับโลก AMAZING THAILAND MARATHON BANGKOK 2026 ในวันที่ 28 – 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

ธันวาคม มหกรรมดนตรีและกีฬาเคาท์ดาวน์ระดับโลก

ส่งท้ายปีในเดือนธันวาคมด้วยการขนทัพเทศกาลดนตรี ศิลปะ และกีฬาระดับโลกเพื่อดึงดูดใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ เทศกาลไลฟ์สไตล์และศิลปะ WONDERFRUIT (วันที่ 3–7 ธันวาคม  2569), เทศกาลดนตรีระดับโลก TOMORROWLAND THAILAND 2026 (วันที่ 11–13 ธันวาคม 2569) และการแข่งขันกีฬาวิบากสุดหฤโหด 2026 SPARTAN SUPER WORLD CHAMPIONSHIP & TRIFECTA WEEKEND CHIANG RAI ควบคู่กับงานกิจกรรมพิเศษเชิงดาราศาสตร์และท้องฟ้าอย่าง UFO: OPEN YOUR MIND, LOOK TO THE SKY

สำหรับในระดับท้องถิ่น มีการจัดงานแสดงวัฒนธรรมอันงดงาม เช่น ประเพณีแห่ดาว จังหวัดสกลนคร, กิจกรรมอาหารในงาน AMAZING THAILAND FOOD FESTIVAL: เนรมิตอัมพวา, งานฉายแสงสีตระการตา VIJIT THาILAND และ VIJIT CHAO PHRAYA 2026 และการแข่งขัน AMAZING MULTI-RACE FESTIVAL 2026 (สนามสุดท้าย) ด้านการส่งเสริมการตลาดในประเทศ ททท. ได้เดินหน้าชูแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวหลักอย่าง “365 วัน ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี”

ขณะที่ตลาดต่างประเทศจะขับเคลื่อนผ่านกิจกรรมสำคัญในจีนอย่างงาน CHINA INTERNATIONAL TRAVEL MART [CITM2026] ณ เมืองไห่โข่ว มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) พร้อมกับการจัดกิจกรรมเช่าเหมาลำเรือสำราญภายใต้แคมเปญ GOLDEN DESTINATIONS STAR VOYAGER CRUISE นำนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียเดินทางเข้าสู่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดกระบี่

นอกจากนี้ ภาคคมนาคมยังเสริมทัพต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ด้วยเที่ยวบินตรงเชื่อมไทยอีกหลายเส้นทาง อาทิ SAS SCANDINAVIAN AIRLINES: เปิดเที่ยวบินตรงจากเดนมาร์ก เส้นทาง โคเปนเฮเกน (CPH) – กระบี่ (KBV) (วันที่ 8 ธันวาคม 2569 – 28 มีนาคม 2570) และเส้นทาง โคเปนเฮเกน (CPH) – ภูเก็ต (HKT) (วันที่ 9 ธันวาคม 2569 – 29 มีนาคม 2570)

SUNCLASS AIRLINES: เที่ยวบินตรงจากสวีเดน เส้นทาง สตอกโฮล์ม (STO) – กระบี่ (KBV) (วันที่ 10 ธันวาคม 2569 – 25 กุมภาพันธ์ 2570) NORSE ATLANTIC AIRWAYS: เที่ยวบินตรงจากสหราชอาณาจักร บินตรงเส้นทาง ลอนดอน แกตวิค (LGW) – ภูเก็ต (HKT) (ให้บริการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2569 ถึงกลางเดือนเมษายน 2570)

แผนงานและแนวทางการจัดกิจกรรมเชิงรุกทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการปฏิรูปโครงสร้างและพลิกโฉมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2569 อย่างเต็มพิกัด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศและปักหมุดประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างยั่งยืน