thansettakij
thansettakij
AOT ปักหมุดปี 70 เร่งเครื่อง “สนามบินยั่งยืน” ลดคาร์บอน 15% ดันพลังงานสะอาด–เศรษฐกิจชุมชน

AOT ปักหมุดปี 70 เร่งเครื่อง “สนามบินยั่งยืน” ลดคาร์บอน 15% ดันพลังงานสะอาด–เศรษฐกิจชุมชน

04 ก.ย. 69 | 03:26 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.ย. 69 | 03:26 น.

AOT ปักหมุดปี 2570 เร่งเครื่อง “สนามบินยั่งยืน” ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 15% ดันพลังงานสะอาด ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT วางปีงบประมาณ 2570 เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ ของการเปลี่ยนผ่านสนามบินไทยสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านการบินที่เติบโตควบคู่กับความยั่งยืน หลังอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากต้นทุนพลังงาน ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น

โจทย์ของ AOT ในปี 2570 จึงไม่ได้อยู่เพียงการรองรับจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องพิสูจน์ว่า “สนามบินที่เติบโต” สามารถเป็น “สนามบินที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ” ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างประโยชน์ให้แก่เศรษฐกิจและชุมชนโดยรอบได้พร้อมกัน

ภายใต้แผนวิสาหกิจของ AOT องค์กรกำหนดทิศทางการดำเนินงานผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านความยั่งยืน การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีเป้าหมายปลายทาง คือ การยกระดับ AOT ขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในกลุ่มธุรกิจท่าอากาศยาน

ปี 70 กดคาร์บอน 15% เร่งสนามบินสู่ Net Zero

ตัวเลขที่ต้องจับตาในปีงบประมาณ 2570 คือเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ต่อจำนวนผู้โดยสารลง 15% จากปีฐาน 2567 พร้อมเพิ่มปริมาณการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีก 15% ก่อนขยับสู่เป้าหมาย 20% ในปี 2571

เป้าหมายดังกล่าวสะท้อนว่า AOT กำลังยกระดับเรื่องคาร์บอนจากกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ไปสู่ตัวชี้วัดประสิทธิภาพของธุรกิจ เพราะสนามบินเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้พลังงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งระบบปรับอากาศ ระบบไฟฟ้า อาคารผู้โดยสาร ระบบขนส่ง และการปฏิบัติการภาคพื้น

มาตรการสำคัญจึงครอบคลุมการจัดทำแผนบริหารจัดการคาร์บอนของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การนำยานพาหนะและอุปกรณ์พลังงานสะอาดมาใช้ ตลอดจนการพัฒนาระบบตรวจวัด รายงาน และทวนสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สามารถตรวจสอบได้

ปัจจุบันสนามบินภายใต้การบริหารงานของ AOT จำนวน 5 แห่ง ได้รับการรับรอง Airport Carbon Accreditation ระดับ 3 ซึ่งครอบคลุมการมีส่วนร่วมของสายการบิน ผู้ให้บริการภาคพื้น และผู้ประกอบการในท่าอากาศยาน ขณะที่ "ท่าอากาศยานภูเก็ต" ได้รับการรับรองระดับ 2

เป้าหมายต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการรักษาสถานะ แต่ต้องยกระดับการจัดการคาร์บอนจากพื้นที่ที่ AOT ควบคุมโดยตรง ไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าของสนามบิน

โซลาร์สุวรรณภูมิ เปลี่ยนพื้นที่สนามบินเป็นแหล่งผลิตพลังงาน

หนึ่งในโครงการที่แสดงให้เห็นภาพการลงทุนด้าน Sustainability อย่างเป็นรูปธรรม คือการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้ง Solar Rooftop และ Solar Floating รวม 7 พื้นที่ กำลังการผลิตรวม 37.819 เมกะวัตต์ ใช้แผงโซลาร์เซลล์รวม 63,964 แผง

พื้นที่ติดตั้งครอบคลุมหลังคาอาคารผู้โดยสาร ลานจอดรถ และบ่อเก็บน้ำภายในสนามบิน โดย AOT ประเมินว่าโครงการสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าได้ประมาณ 1,841 ล้านบาทต่อปี

นัยสำคัญของโครงการนี้ไม่ได้มีเพียงการลดค่าไฟ แต่คือการเปลี่ยนพื้นที่ขนาดใหญ่ของสนามบินให้เป็นสินทรัพย์ด้านพลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และช่วยบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานในระยะยาว

หากสามารถขยายโมเดลไปยังท่าอากาศยานอื่นตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ พลังงานสะอาดจะไม่ใช่เพียงต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม แต่จะกลายเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันให้กับ AOT

ดันใช้น้ำหมุนเวียน 15% วัดผล Circular Economy

อีกหนึ่งตัวชี้วัดของปี 2570 คือการเพิ่มปริมาณการใช้น้ำหมุนเวียนให้ได้ 15% จากปีฐาน 2567 ก่อนเพิ่มเป็น 20% ในปี 2571 ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญสำหรับสนามบินที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากและต้องใช้น้ำในหลายกิจกรรม

การนำน้ำผ่านกระบวนการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ เช่น งานภูมิทัศน์ การล้างพื้นที่ และกิจกรรมที่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำประปาคุณภาพสูง จะช่วยลดการดึงทรัพยากรน้ำใหม่ ลดต้นทุน และลดปริมาณน้ำทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของสนามบินจะต้องก้าวไปไกลกว่าการจัดการน้ำ โดยครอบคลุมการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง การคัดแยกของเสีย การนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ และการกำหนดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับร้านค้า ผู้รับเหมา คู่ค้าภายในสนามบิน

ขยายสนามบินอย่างไร ไม่ให้ขยายคาร์บอนตาม

ความท้าทายสำคัญของ AOT คือการสร้างสมดุลระหว่างการขยายขีดความสามารถกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเมื่อเที่ยวบินและผู้โดยสารเพิ่มขึ้น การใช้พลังงาน น้ำ และทรัพยากรย่อมเพิ่มขึ้นตาม

กรณีทางวิ่งเส้นที่ 3 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถรองรับเที่ยวบินจาก 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมงเป็น 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง แสดงให้เห็นแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมประสิทธิภาพทางธุรกิจกับการลดคาร์บอน

การออกแบบทางขับเชื่อมแบบเร่งด่วนช่วยลดเวลาที่อากาศยานใช้ในการขับเคลื่อนบนภาคพื้น ลดการใช้น้ำมันและการปล่อยมลพิษ โดย AOT ประเมินมูลค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่หลีกเลี่ยงได้จากโครงการไว้ที่ประมาณ 8.33 ล้านบาท

นี่คือทิศทางที่โครงการลงทุนใหม่ของ AOT ต้องเดินต่อ กล่าวคือ ทุกโครงการต้องตอบได้ทั้งเรื่องความจุ ความปลอดภัย ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และปริมาณคาร์บอนที่สามารถลดได้

Sustainability ต้องไปถึงชุมชน ไม่หยุดแค่รั้วสนามบิน

มิติความยั่งยืนของ AOT ยังครอบคลุมความสัมพันธ์กับชุมชนรอบสนามบิน ผ่านแนวคิด “การเป็นสนามบินที่เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของชุมชน” หรือ Corporate Citizenship Airport

ในปี 2570 การดำเนินงานด้านชุมชนจำเป็นต้องขยับจากการจัดกิจกรรม ไปสู่การวัดผลลัพธ์ที่ชัดเจน และผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน หรือ SROI เพราะความยั่งยืนที่แท้จริงไม่ได้วัดจากจำนวนโครงการ แต่ต้องวัดว่าชุมชนรอบสนามบินมีคุณภาพชีวิต และโอกาสทางเศรษฐกิจดีขึ้นเพียงใด

ปีแห่งการพิสูจน์ “ESG ทำเงินจริง”

ปีงบประมาณ 2570 จึงเป็นปีที่ AOT ต้องเปลี่ยนเป้าหมาย Sustainability ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่สามารถตรวจสอบได้ ตั้งแต่การลดคาร์บอนไดออกไซด์ 15% การเพิ่มการดูดซับคาร์บอน 15% การใช้น้ำหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 15% ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ธรรมาภิบาล และผลกระทบต่อชุมชน

ในมุมธุรกิจ การลงทุนด้านความยั่งยืน ยังจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน ลดความเสี่ยงจากกฎระเบียบด้านคาร์บอน เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของสนามบินไทยในเวทีโลก

แต่บทพิสูจน์สำคัญอยู่ที่การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส การเชื่อมโยงงบลงทุนกับผลลัพธ์ และการทำให้ผู้โดยสาร สายการบิน คู่ค้า ตลอดจนชุมชนรอบสนามบินเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่าน

เพราะสนามบินแห่งอนาคตไม่ได้แข่งขันกันเพียงว่าใครใหญ่กว่า หรือรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า แต่แข่งขันกันว่าใครสามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับผิดชอบ และสร้างคุณค่าให้แก่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้มากกว่ากัน

ปี 2570 จึงไม่ใช่เพียงอีกหนึ่งปีในแผน Sustainability ของ AOT แต่เป็นปีที่ต้องพิสูจน์ว่า“สนามบินสีเขียว”สามารถเปลี่ยนจากนโยบายบนกระดาษ ให้กลายเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจของประเทศไทยได้จริง

ข้อมูลตัวเลขและทิศทางอ้างอิงจาก แผนและแนวทางด้านความยั่งยืนของ AOT, เป้าหมายพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ เป้าหมายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งระบุเป้าหมายปี 2570 ด้านคาร์บอนและน้ำหมุนเวียนไว้ที่ 15% จากปีฐาน 2567

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก