thansettakij
thansettakij
ถอดรหัส LHMH แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ปั้นแบรนด์โรงแรมไทย แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ผงาดหมื่นล้าน

ถอดรหัส LHMV ปั้นแบรนด์โรงแรมไทย แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ผงาดโกยรายได้หมื่นล้าน

แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล หรือ LHMV ธุรกิจโรงแรม เครือ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ รุกขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจโรงแรมอย่างก้าวกระโดด สร้าง “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์” ให้เป็นแบรนด์โรงแรมไทยระดับพรีเมี่ยม มุ่งดันรายได้ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท เราจะพาไปถอดมุมคิดของ 3 ผู้บริหาร ถึงการขับเคลื่อนธุรกิจที่เกิดขึ้น

KEY

POINTS

  • LHMH ในเครือแลนด์แอนด์เฮ้าส์ รุกขยายธุรกิจโรงแรมแบรนด์ "แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์" ตั้งเป้ารายได้ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท โดยมุ่งสร้างให้เป็น "จุดหมายปลายทาง" ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สร้างแบรนด์โรงแรมไทยผงาด ในธุรกิจโรงแรมระดับพรีเมี่ยมได้ไม่น้อยหน้าเชนต่างชาติ
  • กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ยึด 4 เสาหลัก คือ คุณภาพต้องมาก่อน (Quality First), เน้นสร้างประสบการณ์ (Experiential-driven), ชูการบริการแบบไทย (Thai Hospitality) และพัฒนานวัตกรรมต่อเนื่อง (Continuous Innovation)
  • เดินหน้าลงทุนโครงการใหม่ต่อเนื่อง เช่น แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา และ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันการเติบโตของรายได้
  • ใช้กองทรัสต์ LHHOTEL เป็นเครื่องมือทางการเงินสำคัญในการระดมทุน เพื่อนำเงินกลับมาลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นทางลัดในการขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยจะเพิ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์เข้ากองรีท ภายในปลายปีนี้

LHMV หรือ แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล ธุรกิจโรงแรม และศูนย์การค้า Terminal 21 ในเครือ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ รุกปักหมุดขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจโรงแรมอย่างก้าวกระโดดในช่วง 3 ปีหลังนี้ จนวันนี้สร้าง “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์” ให้เป็นแบรนด์โรงแรมไทยระดับพรีเมี่ยม ที่ไม่เพียงผงาดแข่งขันกับเชนต่างประเทศได้ ยังยกระดับจุดหมายปลายทางของโรงแรมสู่ระดับ World Class ได้อีกด้วย เราจะพาไปถอดมุมคิดของ 3 ผู้บริหาร ถึงการขับเคลื่อนธุรกิจที่เกิดขึ้น

ถอดรหัส LHMV  ปั้นแบรนด์โรงแรมไทย แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ผงาดโกยรายได้หมื่นล้าน

 

ปัจจุบัน LHMV เปิดให้บริการโรงแรมทั้งหมด 9 แห่ง หากรวมกับโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา ที่จะเปิดให้บริการในวันที่ 1 ต.ค.นี้ หลังทุ่มงบลงทุนไปร่วม 4,300 ล้านบาท ก็จะทำให้มีโรงแรมในพอร์ตโฟลิโอ 10 แห่ง มีจำนวนห้องพักรวมกว่า 4,820 ห้อง

ธุรกิจโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์

โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่า LHMV มุ่งขยายธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก และที่สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมากในตลาดธุรกิจโรงแรมไทย คือ โรงแรมของแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ แต่ละแห่ง จะมี Identity (อัตลักษณ์ หรือ เอกลักษณ์) ที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือ การคงคุณภาพมาตรฐานบริการระดับ World Class

เปิด 4 สูตรลงทุนโรงแรมหรูแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์

นางสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด สะท้อนมุมมองถึงการสร้างโรงแรมของ LHMV ว่า เราจะไม่ตั้งคำถามว่าเราจะทำโรงแรมแบบไหน ตามที่เราคิด แต่จะตั้งคำถามว่าลูกค้า หรือนักท่องเที่ยวปัจจุบันต้องการโรงแรมแบบไหน

สุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด

เราก็จะทำโรงแรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มที่มีความต้องการแตกต่างกัน โดยยังคงรักษามาตรฐานการบริการและคุณภาพต่างๆ ให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากล ดังนั้นแต่ละโรงแรม จึงมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน

การพัฒนาแบรนด์โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จึงเน้นไปที่ 4 เสาหลัก ได้แก่

1.Quality First มุ่งเน้นคุณภาพของตัวอาคาร ห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อสร้างให้โรงแรมมีคุณค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว

2. Experiential-driven การเน้นออกแบบประสบการณ์ของผู้เข้าพักมากกว่าการออกแบบห้องพักเพียงอย่างเดียว เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าต้องการเข้ามาใช้ชีวิตและใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในโรงแรมได้ตลอดทั้งวัน

3.Thai Hospitality การนำความอบอุ่นและการบริการที่มีเอกลักษณ์แบบไทยมาประสานเข้ากับมาตรฐานการบริการระดับสากล

4.Continuous Innovation การไม่หยุดพัฒนาแนวคิดใหม่ๆ ในแต่ละโครงการ โดยกำหนดให้โรงแรมแต่ละแห่งมีคาแรคเตอร์ คอนเซปต์ และเรื่องราวของตัวเองที่แตกต่างกัน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าของตนเองอย่างตรงจุด

ดังนั้นแบรนด์แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จึงไม่ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นเพียงโรงแรมทั่วไปที่คนรู้จักกัน แต่ต้องการสร้าง “จุดหมายปลายทาง (Destination)” ที่มอบความประทับใจจนทำให้ลูกค้าต้องการกลับมาพักซ้ำบ่อยๆ

แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา

การสร้างแบรนด์โรงแรมสัญชาติไทย ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบเชนโรงแรมระดับโลก แต่สิ่งสำคัญ คือ การเข้าใจผู้เดินทางและเข้าใจบริบทของจุดหมายปลายทางนั้นๆ พร้อมกับกล้าที่จะสร้างอัตลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นมาตอบโจทย์ลูกค้า

อย่างการเปิดตัวโรงแรมใหม่ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัท แต่ต้องการมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนโฉมพัทยาให้ก้าวสู่การเป็น World Class Family and MICE Destination ผ่านการสร้างโรงแรมที่มีพื้นที่จัดงานและประชุมขนาดใหญ่ถึง 111,100 ตารางเมตร

เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงให้เดินทางเข้ามาพักผ่อนในพัทยายาวนานขึ้น จากปกติ 1-2 คืน เป็น 3-4 คืน ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดการจับจ่ายใช้สอย ตลอดจนสร้างงานในท้องถิ่นพัทยากว่า 1,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้สู่ห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

GrandeCentrePoint Voyage

โฟกัสขยายโรงแรมมากกว่าศูนย์การค้า

นายกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด บอกเล่าถึงทิศทางการขยายการลงทุนว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และจากนี้ เราเลือกเน้นขยายโรงแรมมากกว่าศูนย์การค้า Terminal 21เนื่องจากโรงแรมสามารถมีจำนวนเยอะได้ แต่ห้างสรรพสินค้าไม่สามารถสร้างให้มีเยอะขนาดนั้นได้ ทำเลและโอกาสในการเติบโตของศูนย์การค้าจึงมีขีดจำกัดที่สูงกว่าการขยายโรงแรม

กิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด

รวมทั้งบริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการในลักษณะส่งเสริมกัน เช่น ในทำเลที่มีห้างสรรพสินค้าที่ประสบความสำเร็จและคึกคักอยู่แล้วอย่าง Terminal 21 พัทยา บริษัทจะใช้วิธีสร้างโรงแรมขึ้นมาล้อมรอบ โดยหากรวมโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา ก็จะเป็นโรงแรมแห่งที่ 3 ในพัทยา ซึ่งโมเดลนี้ช่วยเกื้อหนุนให้ทั้งตัวห้างสรรพสินค้าและโรงแรมคึกคักยิ่งขึ้น เป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกันและสร้างความเจริญให้กลายเป็นศูนย์กลางใหม่ของพื้นที่นั้นๆ

นอกจากนี้ ธุรกิจโรงแรมในพอร์ตโฟลิโอปัจจุบันของกลุ่มยังแสดงศักยภาพในการทำกำไรที่สูงมาก โดยสามารถสร้างอัตราผลตอบแทน (Yield) ในระดับเลขสองหลัก (Double Digit) ได้ทุกโรงแรม และบางแห่งทำยอดได้เกือบ 20% ซึ่งสร้างผลตอบแทนได้ดีเยี่ยม บริษัทจึงเน้นการเติบโตผ่านพอร์ตโรงแรมเพื่อสร้างกำไรกลับไปซัพพอร์ตบริษัทแม่อย่าง แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เป็นหลัก

ทุ่ม 3,600 ล้านบาท เปิดโรงแรมใหม่เยาวราช

นายกิตติ กล่าวต่อว่า สำหรับโรงแรมใหม่แห่งที่ 11 ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คือ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ มูลค่าการลงทุน 3,600 ล้านบาท บนพื้นที่เกือบ 4 ไร่ ติดถนนทั้ง 4 ด้าน บริเวณใกล้ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) ซึ่งเป็นพื้นที่ชนะการประมูลจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ด้วยสัญญาเช่าระยะยาว 60 ปี จะเปิดให้บริการในไตรมาส 2 ปี 2571

ถอดรหัส LHMV  ปั้นแบรนด์โรงแรมไทย แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ผงาดโกยรายได้หมื่นล้าน

โดยจะสร้างเป็นอาคารสูง 11 ชั้น และชั้นใต้ดิน 4 ชั้น พื้นที่รวม 4 หมื่นตรม. จำนวนห้องพัก 351 ห้อง ที่มีความเป็นตะวันตกผสมผสานจีน ออกแบบโดย Palmer and Turner ผู้ออกแบบโรงแรม เดอะ บันด์ เซี่ยงไฮ้

จุดเด่นของที่นี่จะเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งแรกในย่านเยาวราช พร้อมที่จอดรถมาตรฐานหลายร้อยคัน และติดตั้งจอ LED ขนาดใหญ่เพื่อเป็นจุดเช็คอินระดับแลนด์มาร์ค เช่นเดียวกับย่านชินจูกุหรือไทม์สแควร์

นอกจากนี้ยังจะมีร้านอาหารและร้านค้ากว่า 20 แห่ง ซึ่งโรงแรมเน้นการคัดเลือกแบรนด์ที่เป็นที่สุดในแต่ละประเภท (Category) เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบให้กับนักท่องเที่ยว เพราะร้านมิชลิน หลายร้านก็อยากจะเปิดที่ย่านเยาวราช แต่หาที่ไม่ได้ พื้นที่ของโรงแรมจึงตอบโจทย์

ถอดรหัส LHMV  ปั้นแบรนด์โรงแรมไทย แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ผงาดโกยรายได้หมื่นล้าน

อย่างไรก็ตามการเปิดโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ ในปี 2571 จะสร้างการเติบโตรายได้ของบริษัทเกิน 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มจาก 8,000 ล้านบาทในปี 2569 หลังเปิดโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ หรือเติบโตมากกว่า 30% จากปี 2568 ที่มีรายได้เกือบ 6,000 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัท ยังคงมองโอกาสในการขยายโรงแรมใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพฯ และพัทยา โดยยึดแนวทางบริหารงานแบบ “เน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ” เน้นเลือกโลเคชันที่หลากหลายและโดดเด่น อาทิ ในกรุงเทพฯ ก็มองไว้ที่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนในพัทยา ก็มองการพัฒนาโรงแรมแห่งที่ 4 ซึ่งต้องต้องมีรูปลักษณ์และคอนเซปต์ที่แตกต่างออกไปจากโรงแรมที่มีอยู่เดิมอย่างสิ้นเชิง เพื่อไม่ให้ซ้ำกัน

โดยแนวคิดของโรงแรมใหม่ๆ เราก้าวข้ามผ่านพื้นฐานของโรงแรม 5 ดาวทั่วไป โดยไม่ได้เน้นเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานอย่างแอร์เย็นหรือเตียงนอนสบายเท่านั้น แต่เน้นการทำให้ลูกค้า “ใจฟู”ผ่านการเก็บเกี่ยวความสุขและทำกิจกรรมร่วมกัน

ถอดรหัส LHMV  ปั้นแบรนด์โรงแรมไทย แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ผงาดโกยรายได้หมื่นล้าน

เพิ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์เข้ากองรีท lhhotel

นายกิตติ ยังกล่าวต่อว่า ไม่เพียงการขยายธุรกิจโรงแรมเท่านั้น เรายังมุ่งเน้นการใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) “กองทรัสต์ LHHOTEL” เพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งจะทางลัดคืนทุน และสร้างกำไรเพื่อต่อยอดธุรกิจ ซึ่งธุรกิจโรงแรมโดยปกติเป็นธุรกิจประเภท Income Property ที่เน้นรายได้จากค่าเช่าและห้องพัก ซึ่งโดยทั่วไปต้องใช้ระยะเวลาคืนทุนนานถึง 7-8 ปี แม้จะมีผลประกอบการที่ดีเยี่ยมระดับ Double Digit ก็ตาม

การนำสินทรัพย์เข้ากองรีทจึงเป็น “ทางลัด” สำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถคืนทุนพร้อมกำไรได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี เพื่อนำเงินทุนที่ได้รับจากการขายสินทรัพย์เข้ากองรีท ไปลงทุนในโครงการใหม่ๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้โครงการเดิมคืนทุนทีละตัว ทำให้การขยายธุรกิจทำได้รวดเร็วขึ้น

ถอดรหัส LHMV  ปั้นแบรนด์โรงแรมไทย แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ผงาดโกยรายได้หมื่นล้าน

โดยภายในปลายปีนี้ เราจะเพิ่ม “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์” เข้าไปอยู่ในกองรีท นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโรงแรมใน Pipeline ที่เตรียมความพร้อมเข้ากองในอนาคต เช่น โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทิจ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ

บริษัทมีนโยบายพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละโครงการ โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมในการนำโรงแรมเข้ากองรีท คือ หลังจากเปิดดำเนินการไปแล้วประมาณ 3 ปี เพื่อแสดงให้ผู้ลงทุนเห็นผลประกอบการที่เติบโตอย่างมั่นคง และจะช่วยให้บริษัทสามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการลงทุนได้ ซึ่งในโครงการขนาดใหญ่มูลค่าหลายพันล้านบาท จะมีมูลค่า VAT ที่ขอคืนได้สูงถึง 200-300 ล้านบาทต่อโครงการ

ทั้งนี้แม้จะขายสินทรัพย์เข้ากองรีทไปแล้ว แต่บริษัทยังคงเป็นผู้บริหารจัดการโรงแรมเหล่านั้นต่อ โดยจะได้รับค่าธรรมเนียมการบริหาร (Management Fee) เป็นการตอบแทน และด้วยศักยภาพของสินทรัพย์ปัจจุบันโรงแรมในพอร์ตโฟลิโอสามารถสร้างอัตราผลตอบแทน (Yield) ได้ในระดับเลขสองหลักเกือบทุกแห่ง บางแห่งมีผลตอบแทนพุ่งสูงเกือบ 20% ซึ่งเป็นระดับที่น่าจูงใจสำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนในกองรีท

จัดกลุ่มแบรนด์ ชูประสบการณ์ 3 ระดับ รุกตลาด

ในแง่ของการตลาด “เมสินี แก้วราตรี” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด จะเน้นการขับเคลื่อนตลาด เพื่อขยายธุรกิจในทุกเซกเมนต์ และตอบสนองประสบการณ์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม โดยการจัดกลุ่มแบรนด์โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ออกเป็น 3 เทียร์ (Tiers) ได้แก่ 1. Timeless Collection 2. Prestige Collection และ 3. Limited Collection

เมสินี แก้วราตรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด

โดย “TimelessCollection” (โรงแรมระดับ Upper Upscale) ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพลินจิต, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินัล 21, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์

ส่วน “Prestige Collection” (โรงแรมลักซัวรี) ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพ ขณะที่ “Limited Collection” เป็นกลุ่มโรงแรมที่ผ่านการออกแบบดีไซน์มาเป็นพิเศษเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม

เน้นหนักในเรื่องของการออกแบบ ประสบการณ์ บริการ และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ได้แก่ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจพัทยา และ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่า ทาวน์ กรุงเทพ

ถอดรหัส LHMV  ปั้นแบรนด์โรงแรมไทย แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ผงาดโกยรายได้หมื่นล้าน

รวมถึงสร้างแบรนด์ที่เติบโตได้ในระยะยาว ผ่าน Storytelling, Brand IP และ Experience Marketing ทั้งในด้าน Brand Loyalty และ Non-Room Revenue อาทิ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจพัทยา ถูกวางตำแหน่งเป็น Integrated Destination Hotel ภายใต้แนวคิด The Borderless Journey เพื่อตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ Multi-Generational Trael และมีการออกแบบตัวละคร 12 Guardians และจักรวาล Xentier เพื่อเชื่อมโยงทุกประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน

ถอดรหัส LHMV  ปั้นแบรนด์โรงแรมไทย แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ผงาดโกยรายได้หมื่นล้าน

อีกทั้งแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ยังส่งเสริมการจองผ่านช่องทางออนไลน์ของโรงแรมโดยตรง ซึ่งจะได้รับ Voyage Tokens เพื่อใช้กับกิจกรรม ห้องอาหาร ความบันเทิง และแลกของสะสม รวมถึงพัฒนา Voyage Member ที่มอบสิทธิประโยชน์ทั้งด้านการเข้าพักและการสะสมของที่ระลึกเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งช่วยสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว

ทั้งหมดล้วนเป็นมุมมองต่อการขับเคลื่อนธุรกิจที่เกิดขึ้น