thansettakij
thansettakij
หอการค้าสงขลา ชงครม.สัญจรหาดใหญ่ อัดฉีด Soft Loan 2.5 หมื่นล้านเยียวยาธุรกิจ

หอการค้าสงขลา ชงครม.สัญจรหาดใหญ่ อัดฉีด Soft Loan 2.5 หมื่นล้านเยียวยาธุรกิจ

31 ส.ค. 69 | 11:00 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ส.ค. 69 | 11:03 น.

หอการค้าจังหวัดสงขลา ชงครม.สัญจรหาดใหญ่ วอนรัฐอัดฉีด Soft Loan 2.5 หมื่นล้านเยียวยาธุรกิจ หลังจากขณะนี้มีผู้ประกอบการกลับมาฟื้นตัวได้เพียง 80% ผุดโครงการ สงขลาโต๊ะอาหารโลก ยกระดับท่าเรือน้ำลึก ขับเคลื่อน SEA หนุนการท่องเที่ยวเสริมความมั่นคงทั้งอุตสากรรมและโลจิสติกส์

KEY

POINTS

  • หอการค้าจังหวัดสงขลา เสนอโครงการต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร (ครม. สัญจร) เพื่อขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงิน 25,000 ล้านบาท
  • เงินกู้ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยเมื่อปลายปี 2568
  • มีข้อเสนอให้ผ่อนปรนเงื่อนไขสำหรับผู้ประสบภัย เช่น การยกเว้นตรวจเครดิตบูโร และให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นผู้ค้ำประกัน
  • หนุนโครงการ สงขลาโต๊ะอาหารโลก ยกระดับท่าเรือน้ำลึก ขับเคลื่อน SEA หนุนการท่องเที่ยวเสริมความมั่นคงทั้งอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์

วันนี้ (วันที่ 31 สิงหาคม 2569) นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ครม. สัญจร ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 ถือเป็นโอกาสในการพัฒนาภูมิภาค เปิดประตูเศรษฐกิจ 5 จังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะสงขลาทั้งอุตสากรรมและโลจิสติกส์

ทั้งนี้หอการค้าจังหวัดสงขลาและกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ (YEC สงขลา) ได้ร่วมกับจังหวัดสงขลา ในการประชุมเชิงปฏิบัติ (Workshop 3 ครั้ง) เพื่อระดมความคิดเห็นมุ่งพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านความมั่นคง และด้านภัยพิบัติ ด้านเศรษฐกิจ หอการค้าจังหวัดสงขลา ได้จัดทำข้อเสนอโครงการสำคัญรวม 4 โครงการ ประกอบด้วย

1. โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Soft Loan พื้นที่เฉพาะกิจเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและการบริหารพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จากเหตุอุทกภัยเมื่อปลายปี 2568 ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการกลับมาฟื้นตัวได้เพียงร้อยละ 80 หอการค้าฯ จึงเสนอขอวงเงิน Soft Loan รวม 25,000 ล้านบาท โดยเสนอให้ผ่อนปรนยกเว้นการตรวจเครดิตบูโรแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ โดยให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันหนี้ และอนุญาตให้รีไฟแนนซ์หนี้เดิมในแนวราบ

2. โครงการด้านอาหารระดับนานาชาติ (Songkhla World Table: สงขลาโต๊ะอาหารโลก ชิมสงขลา เชื่อมโลก) ต่อยอดที่จังหวัดสงขลา ได้รับเลือกเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารของยูเนสโกเมื่อปลายปี 2568 โดยขอเสนองบประมาณ 40 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ (IP) และจัดรายการแข่งขันอาหารระดับสากล ตลอดระยะ 5 – 7 วัน เพื่อดึงเชฟและสื่อต่างประเทศ

3. โครงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันท่าเรือน้ำลึกสงขลา เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน ช่วยเพิ่มปริมาณการขนถ่ายตู้สินค้าจาก 150,000 TEUs เป็น 450,000 TEUs ต่อปี และลดต้นทุนโลจิสติกส์แก่ผู้ส่งออก-เข้าหลักในภาคใต้ เพิ่มขีดการแข่งขันและดึงดูดของจังหวัดสงขลา ให้กลายเป็นท่าเรือน้ำลึกส่งออกหลักในพื้นที่ภาคใต้

ทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา

4. โครงการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเชิงพื้นที่แบบครบวงจรตามแนวทางประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ยกระดับจังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่โอกาสของทุกคน โดยนำแผนรายงาน SEA ซึ่งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้นำเสนอสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ผ่านการรับรองไว้แล้ว มาผูกกับแผนพัฒนาจังหวัดระยะ 1 ปี 5 ปี และ 20 ปี ผ่านกลไก กรอ.จังหวัด และจัดตั้งคณะทำงานติดตามผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเศรษฐกิจที่ช่วยให้เกิดขึ้นจริง

ทั้งนี้ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา มองว่าประโยชน์สำคัญที่สุดของการประชุม ครม. สัญจร คือการที่รัฐบาลได้ลงมาสัมผัสพื้นที่จริง คณะรัฐมนตรีได้ร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนกับภาครัฐและเอกชน จะทำให้รัฐบาลมองเห็นภาพชัดเจนขึ้นทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งคือ ‘ปัญหาที่แท้จริง’ ของพื้นที่ และอีกด้านหนึ่งคือ ‘ศักยภาพ’ ที่จะนำมาพัฒนาต่อยอด โดยเฉพาะของจังหวัดสงขลา

 

เมื่อรัฐบาลได้เห็นทั้งปัญหาและศักยภาพจากสถานที่จริง ก็จะสามารถวางยุทธศาสตร์ กำหนดทิศทาง และจัดสรรงบประมาณได้ตรงจุด ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง จึงคาดหวังว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ รัฐบาลจะได้รับฟังข้อเสนอจากหน่วยงานต่างๆ แล้วนำไปจัดทำงบประมาณเพื่อผลักดันโครงการที่สำคัญ เร่งด่วน และมีความหมายต่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

ที่สำคัญการมาประชุม ครม. สัญจร ในพื้นที่จังหวัดสงขลาครั้งนี้ จะเป็นการประชุมของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงอยากเห็นรัฐบาลกำหนด “ยุทธศาสตร์ระยะยาว” ว่าจะวางบทบาทของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไว้ตรงจุดไหนของประเทศ จะดึงกลไกและจุดแข็งของแต่ละจังหวัดมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างไร รวมถึงแนวทางจัดการเรื่องความมั่นคง ปลอดภัย และการรับมือภัยพิบัติอย่างมีระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นเชิงโครงสร้างให้เมืองมีความปลอดภัย น่าอยู่ การค้า การลงทุน และความเชื่อมั่นของประชาชนก็จะเกิดขึ้น

หากรัฐบาลสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นได้ เชื่อว่าการประชุม ครม. สัญจร ครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อพี่น้องชาวจังหวัดสงขลาและอีก 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างแน่นอน