
ทายาทเจ้าสัวเจริญ เปิดอาณาจักร 11 โครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยา AWC ทุ่มลงทุนหมื่นล้าน
ทายาทเจ้าสัวเจริญ เปิดอาณาจักร 11 โครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมต่อประสบการณ์ท่องเที่ยว AWC Riverside Journey ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ในไปป์ไลน์ลงทุน มูลค่าการลงทุนหลักหมื่นล้านบาท ทั้ง 2 ฝั่งเจ้าพระยา
KEY
POINTS
- บริษัท AWC ภายใต้การนำของทายาทเจ้าสัวเจริญ ทุ่มงบลงทุนหลายหมื่นล้านบาท พัฒนา 11 โครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยา
- เปิดอาณาจักร AWC ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้การขับเคลื่อนของ วัลลภา ไตรโสรัส
- โครงการทั้งหมดถูกเชื่อมโยงภายใต้แนวคิด "AWC Riverside Journey" เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์หรูหรา เชื่อมโยงสถานที่ประวัติศาสตร์ พื้นที่เอกลักษณ์หลากหลายตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
- โครงการสำคัญประกอบด้วยการสร้างกระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำ, การขยายเอเชียทีคสู่ไอคอนิกระดับโลก, และการพัฒนาโรงแรมหรูและแลนด์มาร์กใหม่ท่องเที่ยวหลายแห่ง
วันนี้ (วันที่ 13 สิงหาคม 2569) บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ภายใต้การกุมบังเหียนของ “วัลลภา ไตรโสรัส” ทายาทเจ้าสัวเจริญ ปัจจุบันมีพื้นที่โครงการพัฒนารอบ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตกรุงเทพมหานคร รวมกว่า 11 โครงการ โดยมีทั้งโครงการที่เปิดให้บริการแล้ว และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีกหลายโครงการ มูลค่าการลงทุนหลายหมื่นล้านบาท ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ทายาทเจ้าสัวเจริญ เปิดอาณาจักร โครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมต่อ AWC Riverside Journey
ทั้งนี้แต่เดิมทายาทเจ้าสัวเจริญ มักจะประกาศแผนลงทุนของ AWC แยกเป็นแต่ละโครงการ ตั้งแต่ Asiatique The Riverfront Destination ,อาคาร EAC Building, เดอะ ล้ง 1919 พื้นที่ฝั่งคลองสาน และทรงวาด ไปจนถึงเวิ้งนครเกษม ในย่านเยาวราช รวมไปถึงโครงการที่ฮือฮาอย่างมาก คือ การสร้างกระเช้าลอยฟ้า หรือ เคเบิ้ล คาร์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างเจริญกรุง-เจริญนคร ภายใต้แผนการพัฒนาที่มีรูปแบบแตกต่างกันไป
แต่ล่าสุดคุณวัลลภา ได้ต่อจิ๊กซอว์การพัฒนาทั้ง 11 โครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยา ของ AWC ให้เป็นเนื้อเดียวกัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ AWC Riverside Journey เพื่อฉายภาพแผนพัฒนาในโครงการต่างๆ ที่จะสร้างประสบการณ์ลักชัวรีของโครงการต่างๆที่ AWC จะพัฒนาขึ้น เชื่อมโยงกับประสบการณ์หลากหลายรูปแบบตลอดเส้นทางริมแม่น้ำเจ้าพระยา หนึ่งในพื้นที่สำคัญด้านการท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของกรุงเทพฯ
ครอบคลุมตั้งแต่ย่านประวัติศาสตร์และแลนด์มาร์กสำคัญ ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมร่วมสมัย ที่ในแต่ละจุดหมายปลายทาง มีเอกลักษณ์และเรื่องราวเฉพาะตัว สะท้อนเสน่ห์ของแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดประสบการณ์เชื่อมโยงการเดินทางของทั้ง 2 ฝั่งริมน้ำเจ้าพระยาให้เป็นเนื้อเดียวกัน
เปิด 11 โครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยาของ AWC
- เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น
- จูราสสิคเวิลด์: ประสบการณ์
- อวตาร: ผู้พิทักษ์แห่ง Eywa
- โมนา บางกอก
- Bangkok Skyride Adventure – กระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำอย่างยั่งยืนแห่งแรกของโลก
- The Hotel Plaza Athénée Bangkok (โครงการ ริเวอร์ การ์เด้น)
- โรงแรมพลาซ่า แอทธินี โนบุ (อาคาร EAC)
- เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพ เดอะ ริเวอร์ไซด์
- ทรงวาดสเคป
- The Song Wad Lane
- เวิ้งนครเกษม เยาวราช
ปักหมุดขยายลงทุน เอเชียทีค ไลฟ์สไตล์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ระดับโลก
โครงการที่ 1 กันที่ “เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น” ฝั่งเจริญกรุง ซึ่ง AWC ได้พัฒนาพัฒนาจากท่าเรือและโกดังสินค้าของบริษัท The East Asiatic Company ให้กลายเป็นไอคอนิกไลฟ์สไตล์ และเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เดสติชัน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
จากนั้นปักหมุดโครงการที่ 2 ในพื้นที่นี้ด้วยการร่วมมือกับ NEON และ Universal Live Events & Location Based Entertainment เปิดโครงการ Jurassic World: The Experience
รวมถึงเปิดเครื่องเล่น SkyFlyers จนสร้างให้เอเชียทีค มีนักท่องเที่ยวสูงถึง 5 หมื่นคนต่อวัน
ล่าสุด AWC ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเอเชียทีค อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การลงทุนกว่า 8,000 ล้านบาท ด้วยการปักหมุดโครงการที่ 3 โดยได้ร่วมมือกับ EMM Williams Productions เปิดตัว “Avatar: Guardians of Eywa” ประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
The Magic Walk™ Experience เนรมิต โลก Pandora ที่จะมอบประสบการณ์ที่ผสมผสานระหว่าง ความบันเทิงแบบ Immersive และ Interactive เข้ากับการแสดงระดับโลก โดยการใช้โครงสร้าง "Blue Dome" ซึ่งเป็นผลงานสถาปัตยกรรมของ คุณชิเกรุ บัน (Shigeru Ban) สถาปนิกเจ้าของรางวัล Pritzker Prize ที่จะเปิดให้บริการต้นปี 2570
โดมนี้ถูกส่งต่อมาจากงาน World Expo 2025 Osaka ซึ่งคุณวัลลภา ซื้อมาเพื่อนำมาสร้างชีวิตใหม่ (Second Life) ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องรื้อถอนหรือสร้างใหม่ทั้งหมด และนำงานสถาปัตยกรรมระดับโลกมาสู่เมืองไทย
รวมถึงโครงการต่างๆที่จะเกิดขึ้น โดยมีแผนการขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่มีพื้นที่ขายประมาณ 35,000 ตารางเมตร ได้มีการเติมเต็มพื้นที่ส่วนประสบการณ์ (Experience) เข้าไปอีก 16,000 ตารางเมตร
ส่วนโครงการที่ 4 AWC จะเป็นการลงทุนบนพื้นที่ฝั่งเจริญนคร ซึ่งมีที่ดินประมาณ 20 ไร่ บริเวณถนนเจริญนคร 59 ที่ล่าสุดได้ร่วมมือกับ Mona จากออสเตรเลีย สร้าง พิพิธภัณฑ์ MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิมเมอร์ซีฟรูปแบบใหม่ระดับโลก และในอนาคตก็จะมีโรงแรม และรีเทล ด้วย
สร้างกระเช้าลอยฟ้า ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วเสร็จใน 3 ปี
โครงการที่ 5 จะเป็น โครงการ Bangkok Sky Ride Adventure หรือสร้าง กระเช้าลอยฟ้า หรือเคเบิ้ลคาร์ "World’s First Sustainable Cross-River Theme Cable Car" ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมการเดินทางระหว่างเอเชียทีค ฝั่งเจริญกรุง ไปยัง MONA Bangkok ฝั่งเจริญนคร
โดยจะได้รับการออกแบบโดยไม่มีเสารับกลางแม่น้ำเจ้าพระยาและจะเป็นกระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำที่เน้นความยั่งยืนแห่งแรกของโลก มูลค่าการลงทุนราว 2,000 ล้านบาท
นอกจากการนั่งกระเช้าแบบปกติแล้ว ยังมีการศึกษาความเป็นไปได้ในรูปแบบอื่น ๆ เช่น Zip Line แพลตฟอร์ม สำหรับชมวิวรับลมแม่น้ำ หรือ Chairlift เพื่อสร้างประสบการณ์ที่พิเศษและแตกต่างให้กับนักเดินทาง เบื้องต้นจะสูง 50 เมตร จากแม่น้ำเจ้าพระยา ปีนี้จะสรุปแบบและยื่นขอก่อสร้างในสเต็ปต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาพัฒนาราว 3 ปี
โครงการที่ 6 จะเป็นการพัฒนาโครงการ River Garden ให้กลายเป็น โรงแรม The Hotel Plaza Athénée Bangkok (พลาซ่า แอทธินี) โรงแรมระดับอัลตร้าลักชัวรี จำนวน 146 ห้อง พื้นที่อาคารรวมกว่า 20,000 ตารางเมตร และมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 2,900 ล้านบาท โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2571
โครงการที่ 7 การพัฒนาพื้นที่ อาคารอีสต์เอเชียติก ( EAC Building ) อาคารอนุรักษ์อายุกว่า 100 ปี พัฒนาเป็น โรงแรมพลาซ่า แอทธินี โนบุ โรงแรมระดับอัลต้าลักชัวรี ที่ AWC ร่วมมือกับโนบุ ฮอสพิทาลิตี้ ในการพัฒนาอาคารประวัติศาสตร์นี้มาพลิกโฉม ผสมผสานความคลาสสิกชองสถาปัตยกรรมยุโรปโบราณเข้ากับความหรูหราทันสมัยในแบบฉบับของโนบุ
โครงการที่ 8 การพัฒนาพื้นที่เช่า จากตระกูลหวั่งหลี เป็นเวลา 64 ปีของ “เดอะ ล้ง 1919 ริเวอร์ไซด์ เฮอริเทจ เดสติเนชั่น” หรือ The Lhong 1919 ซึ่งยังคงอนุรักษ์ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้วและกลุ่มอาคารประวัติศาสตร์ไว้ควบคู่กับการพัฒนา โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์ ( The Ritz-Carlton Bangkok, The Riverside)
โครงการที่ 9 การพัฒนา โครงการ “ทรงวาดสเคป” ให้เป็น Craft the world to Songwad
โครงการที่ 10 การพัฒนาพื้นที่ของ AWC ในย่านทรงวาด ให้เป็น “The Song Wad Lane” ภายในแนวคิด Craft Songwad to the world
โครงการที่ 11 เป็นการพัฒนาโครงการ เวิ้งนครเกษม เยาวราช บนพื้นที่ประวัติศาสตร์ขนาด 14 ไร่ ใจกลางย่านเยาวราช ด้วยพื้นที่การพัฒนากว่า 135,000 ตารางเมตร AWC ได้ร่วมกับ Universal Destinations & Experiencesนำเอาเรื่องราวของ Kung Fu Panda (กังฟู แพนด้า) ผสมผสานเข้ากับเสน่ห์และวัฒนธรรมไทย-จีนของเยาวราช ภายใต้แนวคิด “Legacy of the Past, Inspiration of Tomorrow”
ไฮไลต์โครงการที่อยู่ระหว่างทยอยลงทุน จะประกอบด้วย ศูนย์การค้า Heritage & Luxury Retail ขนาดใหญ่ รถรางท่องเที่ยวเชื่อมแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯประสบการณ์ Interactive และ Immersive ในธีม Kung Fu Panda โรงแรมระดับโลก 2 แห่ง คือ InterContinental Bangkok Chinatown (300 ห้อง)และKimpton Bangkok Chinatown (110+ ห้อง) โดยโครงการนี้ AWC ได้ใช้สินเชื่อยั่งยืนวงเงิน 10,500 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการนี้
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า ตลอดเส้นทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ แม่น้ำเจ้าพระยาเปรียบเสมือนหัวใจของเมือง เป็นสายน้ำที่เต็มไปด้วยชีวิต เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน AWC Riverside Journey ได้รับแรงบันดาลใจจากคุณค่าและเรื่องราวเหล่านี้ ด้วยความตั้งใจที่จะร่วมถ่ายทอดเสน่ห์และคุณค่าของกรุงเทพฯ และประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักและสัมผัสได้ในระดับโลก
นอกจากนี้ในอนาคตทางคุณวัลลภา ยังมองถึงการเชื่อมโยงการเดินทางโดยทางเรือ ระดับหรู เชื่อมจากเจ้าพระยาไปสู่พระนครศรีอยุธยาอีกด้วย
การพัฒนาของ AWC จึงไม่เพียงมองการยกระดับโปรเจ็กต์ต่างๆสู่โครงการไอคอนิกระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเน้นเชื่อมโยงประสบการณ์ของเอกลักษณ์อันหลากหลาย ที่ประกอบไปด้วยวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เป็นแลนด์มาร์กที่ผสมผสานประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ สถานที่ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมร่วมสมัย ระดับโลก ผ่าน AWC Riverside Journey







